<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

BNB Chain เสร็จสิ้นการอัปเกรด “Fermi” ดันความเร็วบล็อกพุ่ง 40% ยืนยันธุรกรรมได้ใน 1 วินาที

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

BNB Chain เพิ่งประกาศความสำเร็จ ในการอัปเกรดเครือข่ายครั้งใหญ่รอบที่ 3 ภายใต้ชื่อ “Fermi” ที่ตั้งชื่อตาม Enrico Fermi นักฟิสิกส์ชื่อดัง 

ผลจากการอัปเกรดนี้ ช่วยให้ความเร็วในการสร้างบล็อกเพิ่มขึ้นถึง 40% และที่สำคัญคือ สามารถยืนยันธุรกรรมได้เสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาเพียง 1 วินาที เท่านั้น

สำหรับนักเทรดอย่างเรา ผลลัพธ์ที่ได้คือ การโอนเหรียญที่ไวทันใจ ลดปัญหาค่าความคลาดเคลื่อนของราคา (Slippage) และช่วยให้เข้าออเดอร์ในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก ๆ ได้แม่นยำกว่าเดิมมาก

การอัปเกรด Fermi คือ การยกเครื่องโครงสร้างภายในของ BNB Chain ให้ทำงานประสานกันได้อย่างไร้รอยต่อ โดยหัวใจสำคัญคือ การปรับให้เหล่าผู้ตรวจสอบธุรกรรม สื่อสาร และหาข้อตกลงกันได้รวดเร็วขึ้น ส่งผลให้การยืนยันธุรกรรมทำได้ทันทีแบบไม่ต้องรอคิว 

ต่อมาคือ การปรับปรุงระบบ “อ่าน-เขียนข้อมูล” หลังบ้านให้ไวขึ้น ซึ่งจุดนี้จะช่วยให้แอปพลิเคชันอย่าง dApp, DeFi หรือบอทเทรดขยับตัวได้ลื่นไหลเหมือนทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์แรง ๆ 

และสุดท้ายคือ การเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับมหาชน ทำให้เครือข่ายรองรับโหลดหนัก ๆ ได้สบาย โดยที่ระบบจะไม่เกิดอาการหน่วงหรือค้าง แม้จะเป็นช่วงที่มีคนแห่เข้ามาใช้งานพร้อมกันถล่มทลาย

การอัปเกรด Fermi ทำให้ BNB Chain กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับการใช้งานที่ต้องการความเร็วระดับเสี้ยววินาที โดยเฉพาะกลุ่ม “การเทรดความเร็วสูง” (High-Frequency Trading) และระบบ DeFi ที่ทุกวินาทีคือ โอกาสในการทำกำไร เพราะระบบใหม่นี้ จะช่วยลดอาการดีเลย์ได้อย่างดีเยี่ยม 

นอกจากนี้ยังตอบโจทย์เหล่า “เกมเมอร์” และนักพัฒนาแอปพลิเคชันที่ต้องการการตอบสนองที่รวดเร็วทันใจ ทำให้การเล่นเกมบล็อกเชนลื่นไหล เหมือนเล่นเกมออนไลน์ทั่วไป 

สรุปง่าย ๆ คือ BNB Chain กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ สู่การเป็นเครือข่ายที่ทั้ง “เร็ว แรง เสถียร และคาดเดาผลลัพธ์ได้แม่นยำ” ไม่ว่าจะใช้งานหนักแค่ไหนก็เอาอยู่

การอัปเกรด Fermi ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในแผนการขนาดใหญ่ของ BNB Chain ที่เน้นการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่ทรงพลัง ซึ่งก่อนหน้านี้ BNB Chain ก็ได้ปูพื้นฐาน ผ่านการอัปเกรด รอบ Pascal และ Maxwell มาแล้ว 

แต่หัวใจหลักของกลยุทธ์นี้คือ การ “ไม่รื้อสถาปัตยกรรมใหม่ทั้งหมด” เพื่อป้องกันความเสี่ยง และรักษาความเสถียร โดยเลือกใช้วิธีอัปเกรดจุดสำคัญทีละส่วนให้แรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ BNB Chain ในปี 2026 นี้ กลายเป็นเครือข่ายที่พัฒนาไปอย่างมั่นคง และก้าวนำคู่แข่งอยู่เสมอ

ที่มา : binance