<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักสืบเผย ‘ราชินีคริปโต’ ผู้อยู่เบื้องหลัง Onecoin-แชร์ลูกโซ่ 1.5 แสนล้าน “อาจยังมีชีวิตอยู่” !

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนระดับสูงของเยอรมนี ออกมาเปิดเผยผ่านสำนักข่าว BBC ว่า Ruja Ignatova ผู้หญิงที่ได้รับฉายาว่า “ราชินีคริปโต” (Cryptoqueen) ผู้อยู่เบื้องหลังคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการคริปโต “อาจยังมีชีวิตอยู่” ซึ่งเป็นข้อมูลที่สวนทางกับรายงานก่อนหน้านี้ ที่เชื่อว่าเธอถูกสังหารโดยเครือข่ายแก๊งมาเฟียไปแล้วตั้งแต่ปี 2018

Ruja Ignatova คือ ผู้ก่อตั้ง OneCoin ที่อ้างตัวว่าเป็น ‘โปรเจกต์คริปโต’ อนาคตไกล แต่แท้จริงแล้ว มันกลับเป็นเพียง ‘แชร์ลูกโซ่ขนาดยักษ์’ ที่ไม่มีบล็อกเชน ไม่มีการขุด และไม่สามารถตรวจสอบธุรกรรมได้ เธอหลอกลวงนักลงทุนไปกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก สร้างความเสียหายรวมมากกว่า 3.6 พันล้านปอนด์ หรือราว 150,000 ล้านบาท ก่อนที่เธอจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

การเปิดเผยข้อมูลล่าสุดนี้ เกิดขึ้นในพอดแคสต์สืบสวนชื่อดัง “The Missing Cryptoqueen” โดยนายตำรวจเยอรมันซึ่งเป็นหัวหน้าทีมไล่ล่าคดีนี้ ยืนยันว่า จนถึงวันนี้ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นศพ ชิ้นส่วนร่างกาย หรือเอกสารทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่สามารถยืนยันการเสียชีวิตของ Ignatova ได้อย่างเป็นทางการ ทำให้สมมติฐานหลักของการสืบสวนยังคงชี้ไปที่ความเป็นไปได้ว่าเธอยังคงหลบซ่อนตัวอยู่

เบาะแสล่าสุดชี้ไปที่ เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นพื้นที่ที่อาชญากรข้ามชาติใช้หลบซ่อนตัว เนื่องจากมีระบบการเงิน และเครือข่ายธุรกิจสีเทาที่ซับซ้อน แม้ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่ชัดได้ แต่ตำรวจยอมรับว่าเป็นข้อมูลที่ “มีน้ำหนัก” และอยู่ระหว่างการขยายผลต่อไป

Ignatova หายตัวไปตั้งแต่ปี 2017 หลังขึ้นเครื่องบินจากกรุงโซเฟีย ประเทศบัลแกเรีย มุ่งหน้าสู่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ก่อนจะขาดหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนับตั้งแต่นั้นมา เธอได้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ FBI ต้องการตัวมากที่สุด และเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวในการกำกับดูแลอาชญากรรมทางการเงินยุคดิจิทัล

การรื้อฟื้นคดีผู้อยู่เบื้องหลัง Onecoin ได้ปลุกความหวังให้กับเหยื่อหลายล้านคนทั่วโลก และหาก ‘ราชินีคริปโต’ ยังมีชีวิตอยู่จริง กระบวนการยุติธรรมในต่างประเทศอาจถูกตั้งคำถามสำคัญว่า ทำไมถึงปล่อยให้อาชญากรที่สร้างความเสียหายมหาศาลกว่าแสนล้าน หายตัวไปได้นานเกือบสิบปี

ที่มา: metro