สรุปข่าว
- ราคา Ethereum ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 11% ในรอบเจ็ดวันที่ผ่านมาจนขึ้นมาเคลื่อนไหวแถวระดับ 1,920 ดอลลาร์สหรัฐซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ขนาดใหญ่เพียงตัวเดียวที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในสัปดาห์นี้สวนทางกับตลาดโดยรวมที่ค่อนข้างทรงตัวหรือปรับตัวลดลง
- กองทุน Spot Ether ETF ในสหรัฐอเมริกาได้รับเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิรวมกว่า 96 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงสามวันแรกของสัปดาห์ซึ่งมากกว่ายอดรวมของสัปดาห์ก่อนหน้าทั้งสัปดาห์โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดไหลเข้าสู่กองทุน ETHA ของบริษัท BlackRock เท่านั้น
- เครือข่ายเลเยอร์สองตัวใหม่อย่าง Robinhood Chain ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมได้กลายเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญที่ช่วยเพิ่มความต้องการใช้งาน Ethereum เนื่องจากระบบต้องใช้เหรียญนี้ในการจ่ายค่าแก๊สและสามารถสร้างยอดซื้อขายบนกระดานแบบกระจายศูนย์ได้มากกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากมีเม็ดเงินไหลเข้ากองทุน ETF อย่างหนาแน่นประกอบกับการเปิดตัวเครือข่ายเลเยอร์สองที่ช่วยเพิ่มอุปสงค์การใช้งานจริงในระบบนิเวศ
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในสัปดาห์นี้มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเป็นพิเศษเมื่อ Ethereum ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดเพียงตัวเดียวอย่างชัดเจนโดยราคาปรับตัวขึ้นแรงในรอบสัปดาห์ ขณะที่พี่ใหญ่อย่าง Bitcoin ค่อนข้างทรงตัวอยู่ในโซน 64,600 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเหรียญทางเลือกอื่นๆ ต่างปรับตัวลดลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแรงขับเคลื่อนในรอบนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยมหภาคอย่างตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัจจัยเฉพาะตัวของระบบนิเวศเอง
กระแสเงินทุนที่ไหลกลับเข้าสู่กองทุน Spot Ether ETF ถือเป็นแรงลมใต้ปีกที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยในช่วงสามวันแรกของสัปดาห์นี้มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิรวมกันพุ่งแตะ 96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้ายอดรวมของสัปดาห์ก่อนหน้าไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่เม็ดเงินส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่กับกองทุน ETHA ของ BlackRock ที่กวาดเม็ดเงินไปได้ถึง 45.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากยอดรวมรายวัน 53.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่กองทุนดั้งเดิมของ Grayscale ยังคงเผชิญกับสภาวะเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัวเนื่องจากอัตราค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าคู่แข่งอย่างมาก
นอกเหนือจากตลาดกองทุนรวมแล้ว Ethereum ยังได้รับแรงหนุนจากฝั่งการใช้งานจริงบนบล็อกเชนผ่านการเปิดตัวเครือข่ายเลเยอร์สองใหม่อย่าง Robinhood Chain ซึ่งช่วยสร้างปริมาณการซื้อขายบนกระดานแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์อย่างมหาศาล โดยเครือข่ายนี้จำเป็นต้องใช้ Ethereum ในการประมวลผลธุรกรรมและจ่ายค่าแก๊ส ส่งผลให้อุปสงค์ของเหรียญในระบบเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการทำธุรกรรมเหรียญมีมที่กำลังเป็นกระแสนิยม
สำหรับภาพรวมของ Bitcoin แม้ตัวเลขเงินทุนไหลเข้าออกของกองทุน ETF จะมีความผันผวนและสลับไปมาอย่างรวดเร็วในรอบ 48 ชั่วโมง แต่ข้อมูลออนเชนกลับชี้ให้เห็นว่าสถานะในภาพรวมยังคงมีความมั่นคงสูง ปริมาณเหรียญที่ถูกโอนออกจากกระดานเทรดมีจำนวนคงที่และไม่พบสัญญาณของการโยกย้ายเงินทุนไปพักไว้ในกลุ่ม Stablecoin ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติเวลานักลงทุนต้องการหลบภัย ยิ่งไปกว่านั้นอัตราค่าฟันดิ้งที่อยู่ใกล้ระดับ 0% ยังเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่ากลุ่มนักลงทุนที่ใช้เลเวอเรจสูงเกินตัวซึ่งเคยทำให้เกิดการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ในช่วงเดือนมิถุนายนได้ถูกล้างระบบออกไปหมดแล้ว
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการแยกทางของราคาในรอบนี้ระหว่างสองสินทรัพย์หลักแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของตลาดที่เริ่มมองเห็นความต่างของประโยชน์ใช้งานจริง โดย Bitcoin กำลังทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์มหภาคที่สะท้อนความต้องการเชิงโครงสร้างของกลุ่มสถาบันการเงินที่อาจจะมีการชะลอการลงทุนในระยะสั้นในขณะที่ Ethereum ได้รับแรงผลักดันโดยตรงจากนวัตกรรมและการใช้งานจริงบนบล็อกเชนของกลุ่มผู้ใช้รายย่อย
การกระจุกตัวของเงินทุนในกองทุนของ BlackRock ยืนยันถึงอิทธิพลของแบรนด์ระดับโลกที่มีต่อผู้จัดสรรเม็ดเงินรายใหม่ นอกจากนี้สภาวะที่ค่าฟันดิ้งกลับลงมาใกล้ระดับศูนย์ยังเป็นสัญญาณที่ดีว่าตลาดได้ล้างกลุ่มเก็งกำไรที่เปราะบางออกไปแล้วซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดสภาวะดิ่งลงรุนแรงหรือการ panic sell ในช่วงนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้นักลงทุนสามารถมองแนวโน้มการเติบโตของระบบนิเวศนี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้นทว่ายังคงต้องเน้นการตั้งรับอย่างรอบคอบจนกว่าตลาดสปอตโดยรวมจะกลับมาหนาแน่นอย่างต่อเนื่อง

