<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

TD Cowen ฟันธง! กฎหมายคริปโตสหรัฐฯ ส่อแวว “แท้ง” หาก “ทรัมป์” ไม่ลงมาทุบโต๊ะเอง

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่อย่าง TD Cowen ออกมาฟันธงว่า กฎหมายจัดระเบียบโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ภาวะ “ไปต่อลำบาก” และทางออกเดียวที่จะผ่าทางตันนี้ได้คือต้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจ “สั่งการ” ด้วยตัวเองเท่านั้น

Jaret Seiberg นักวิจัยอาวุโสจาก TD Cowen มองว่า การหวังพึ่งแค่โต๊ะเจรจาระหว่างกลุ่มธุรกิจคริปโตกับสมาคมธนาคารนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างกอดผลประโยชน์ของตัวเองไว้แน่น ขนาดมือเก๋าอย่าง David Sacks พยายามเป็นกาวใจจัดมีตติ้งดึงยักษ์ใหญ่อย่าง Coinbase มาเคลียร์ใจกับกลุ่มธนาคารก็ยังคว้าน้ำเหลวไม่สามารถปิดดีลความขัดแย้งนี้ได้

ประเด็นที่ทำให้วงแตกที่สุดหนีไม่พ้นเรื่อง “ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนของ Stablecoin” ซึ่งกำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างหนักในวุฒิสภา 

โดยฝั่งธนาคารแสดงความกังวลว่า หากปล่อยให้โลกคริปโตจ่ายดอกเบี้ยได้เสรี เงินฝากมหาศาลจะไหลออกจากแบงก์ไปหา Stablecoin จนหมด ขณะที่ฝั่งคริปโตอย่าง Coinbase มองว่าธนาคารแค่หาข้ออ้างมาสกัดดาวรุ่งเพื่อกีดกันคู่แข่ง พร้อมย้อนว่าเรื่องนี้เคยคุยจบไปแล้วในร่างกฎหมาย GENIUS Act ปีที่แล้ว

แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์ TD Cowen เรื่องการจ่ายดอกเบี้ยนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว เพียงแต่จะเริ่มเมื่อไหร่และต้องแลกมาด้วยการคุมเข้มแค่ไหนมากกว่า เพราะในระยะสั้นคู่แข่งที่แท้จริงของ Stablecoin ไม่ใช่เงินฝากออมทรัพย์ชาวบ้าน แต่เป็น “กองทุนตลาดเงิน”  ที่เน้นพักเงิน และให้ผลตอบแทนคล้ายกัน 

อย่างไรก็ตาม Jaret Seiberg ตั้งข้อสังเกตว่า “ความคลุมเครืออาจเป็นผลดีต่อเจ้าตลาดเดิม”

Jaret Seiberg ชี้ให้เห็นว่า ความไม่ชัดเจนทางกฎหมายในตอนนี้ เปรียบเสมือนกำแพงสูงที่กันไม่ให้ “ชาร์กแห่ง Wall Street” (พวกแบงก์ใหญ่และบริษัทหลักทรัพย์) กระโดดเข้ามาแย่งส่วนแบ่งเค้กในตลาดคริปโต 

แถมช่วงหลังมานี้ หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC และ CFTC ก็เริ่มโอนอ่อนผ่อนปรน ออกนโยบายที่เป็นมิตรกับชาวคริปโตมากขึ้น จนทำให้บริษัทคริปโตเจ้าเดิมเริ่มคิดได้ว่า “จริงๆ แล้วไม่ต้องรีบมีกฎหมายใหม่ก็ได้” เพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก็เอื้อให้พวกเขานั่งกินส่วนแบ่งตลาดได้สบายๆ โดยไม่ต้องเปิดประตูต้อนรับคู่แข่งหน้าใหม่ที่มาพร้อมทุนหนาจากโลกการเงินดั้งเดิม

ที่มา : theblock