สรุปข่าว
- Sam Bankman-Fried (SBF) ลงทุนใน Anthropic ผ่าน FTX จำนวน 500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท) เมื่อปี 2021 ได้ส่วนแบ่ง 8% ของบริษัท
- หลัง Anthropic ประกาศมูลค่ากิจการล่าสุดตอนนี้อยู่ที่ 380,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนแบ่ง 8% นี้มีมูลค่าประมาณ 30,400 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.73 แสนล้านบาท) คิดเป็นผลตอบแทนกว่า 60 เท่า
- แต่ FTX ขายหุ้น Anthropic ไปแล้วในปี 2024 ในราคา 1,400 ล้านดอลลาร์เพื่อคืนเงินเจ้าหนี้ พลาดกำไรมหาศาลกว่า 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
การลงทุนใน Anthropic ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อตลาดคริปโตในปัจจุบัน เพราะเป็นเรื่องในอดีตที่ FTX ขายหุ้น Anthropic ไปแล้วตั้งแต่ปี 2024 และ SBF เองก็กำลังติดคุกอยู่ จึงไม่สามารถทำอะไรกับการลงทุนนี้ได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการมองการณ์ไกลของ SBF ที่ลงทุนใน AI ตั้งแต่ปี 2021 ก่อนที่จะมี ChatGPT และกระแสการใช้ AI ซึ่งถ้าไม่มีเรื่องฉ้อโกงและการล่มสลายของ FTX การลงทุนนี้คงกลายเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์สำหรับตลาดคริปโต
การลงทุน 500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท) ของ Sam Bankman-Fried (SBF) ผู้ก่อตั้ง FTX ในบริษัท AI Anthropic เมื่อปี 2021 ซึ่งดำเนินการผ่าน Alameda Research กลายเป็นหนึ่งในการลงทุนที่น่าเสียดายที่สุดในประวัติศาสตร์ จากข้อมูลของ Bull Theory เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 หลังจาก Anthropic ประกาศมูลค่ากิจการล่าสุดบริษัทตัวเลขออกมาอยู่ที่ 380,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 12.16 ล้านล้านบาท) จากการระดมทุนรอบใหม่ 30,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนแบ่ง 8% ที่ SBF เคยถือครองมีมูลค่าพุ่งขึ้นเป็นประมาณ 30,400 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.73 แสนล้านบาท) คิดเป็นผลตอบแทนมากกว่า 60 เท่าจากเงินลงทุนเริ่มแรก แต่น่าเสียดายที่ FTX ต้องขายหุ้นนี้ไปแล้วในปี 2024 ในราคาเพียง 1,400 ล้านดอลลาร์เพื่อชดใช้หนี้สินให้กับเจ้าหนี้
การลงทุนที่มองการณ์ไกล
ในปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่ AI ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าปัจจุบัน SBF ตัดสินใจลงทุน 500 ล้านดอลลาร์ใน Anthropic ผ่าน Alameda Research ในรอบ Series B ได้ส่วนแบ่ง 8% ของบริษัท ในขณะนั้น Anthropic มีมูลค่าเพียง 2,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท) และยังไม่มี ChatGPT ที่จะมาทำให้ AI กลายเป็นกระแสในปี 2022
ที่น่าสนใจคือ SBF เชื่อในปรัชญา Effective Altruism (EA) และการลงทุนนี้มีส่วนหนึ่งที่เป็นการสนับสนุนความเชื่อนั้น Anthropic ถูกก่อตั้งโดยอดีตพนักงาน OpenAI ที่ต้องการพัฒนา AI ที่ปลอดภัยกว่า ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อของ SBF ในการทำให้โลกดีขึ้น
Anthropic พุ่งสู่ 380,000 ล้านดอลลาร์
Anthropic ประกาศเมื่อวันพุฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 ว่าได้ปิดดีลระดมทุนรอบ Series G มูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.6 แสนล้านบาท) ซึ่งทำให้มูลค่ากิจการของบริษัทพุ่งขึ้นเป็น 380,000 ล้านดอลลาร์ รอบนี้นำโดย Singapore sovereign wealth fund GIC และ Coatue Management โดยมีนักลงทุนรายใหญ่ ๆ เข้าร่วมอีกมากมาย รวมถึง Microsoft, Nvidia, Sequoia Capital, BlackRock และ Peter Thiel’s Founders Fund
การระดมทุนครั้งนี้เป็นรอบที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของบริษัทเทคโนโลยีเอกชน รองจาก OpenAI ที่ระดมทุนได้กว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว
Anthropic เปิดเผยว่า บริษัทมี annualized revenue run rate อยู่ที่ 14,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.48 แสนล้านบาท) ซึ่งเติบโตกว่า 10 เท่าต่อปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ Claude Code ซึ่งเป็นเครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI มี revenue run rate ที่ 2,500 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตั้งแต่ต้นปี 2026
การขายหุ้นที่พลาดกำไรมหาศาล
ในปี 2024 ทีมบริหารล้มละลายของ FTX ขายส่วนแบ่ง 8% ใน Anthropic ออกไปในสองรอบ รวมมูลค่า 1,400 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.16-4.48 หมื่นล้านบาท) โดยรอบแรกขายไปที่ 884 ล้านดอลลาร์ให้กับกลุ่มนักลงทุนที่นำโดย Mubadala sovereign wealth fund ของ UAE และรอบที่สองขายเพิ่มอีกประมาณ 450 ล้านดอลลาร์
ในขณะนั้น Anthropic มีมูลค่าประมาณ 18,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้ส่วนแบ่ง 8% มีมูลค่าประมาณ 1,400 ล้านดอลลาร์ FTX จึงขายได้กำไรประมาณ 900 ล้านดอลลาร์ หรือผลตอบแทนประมาณ 180% จากเงินลงทุนเริ่มแรก
แต่ถ้ายังไม่ขายและถือจนถึงตอนนี้ ส่วนแบ่ง 8% นั้นจะมีมูลค่าประมาณ 14,640 ล้านดอลลาร์ (ไม่รวม dilution) หมายความว่า FTX จะชวดกำไรไปกว่า 13,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.26 แสนล้านบาท)
บทเรียนจากการลงทุนที่ยิ่งใหญ่
การลงทุนของ SBF ไม่ได้มีแค่ Anthropic เท่านั้น เขายังลงทุนใน Solana tokens มูลค่า 60 ล้านดอลลาร์ในราคา $8 ต่อเหรียญ ซึ่งเคยพุ่งขึ้นมีมูลค่า 2,100 ล้านดอลลาร์ในช่วงจุดสูงสุด อีกทั้งยังลงทุนใน Mysten Labs 100 ล้านดอลลาร์ที่มีมูลค่าพุ่งขึ้นเป็น 800 ล้านดอลลาร์ และเขาเองก็ถือหุ้น Robinhood ในสัดส่วนจากทั้งหมดที่ 7.5% มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์
ถ้ารวมทุกการลงทุนเหล่านี้ พอร์ตของ SBF อาจมีมูลค่ารวมสูงถึง 70,000-80,000 ล้านดอลลาร์ถ้ายังไม่ถูกยึด แต่เพราะการทุจริตและการใช้เงินลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึดหลังจาก FTX ล่มสลาย
ในความเห็นของผู้เขียน เรื่องราวของ SBF และการลงทุนใน Anthropic เป็นบทเรียนที่สะเทือนใจมาก แสดงให้เห็นว่าแม้จะมีความสามารถในการมองการณ์ไกลและเลือกลงทุนได้ดีเพียงใด ถ้าทำผิดกฎหมายและใช้เงินของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ท้ายที่สุดเขาก็ต้องเสียทุกอย่างอยู่ดีการลงทุนใน Anthropic ที่ 500 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 ซึ่งตอนนี้มีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านดอลลาร์ คงกลายเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ถ้าไม่มีเรื่องฉ้อโกง ผลตอบแทนกว่า 60 เท่าในเวลาเพียง 3-4 ปีนั้นเป็นสิ่งที่นักลงทุนทุกคนฝันถึง แต่สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือ ความซื่อสัตย์และการปฏิบัติตามกฎหมายสำคัญกว่าผลกำไรมากมาย SBF ตอนนี้ติดคุก 25 ปี มีทรัพย์สินสุทธิ $0 และต้องชดใช้เงิน 11,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่การลงทุนของเขาeY
URL Slug: sbf-anthropic-investment-30-billion-60x-return-ftx-bankruptcy-2026
Tags: Sam Bankman-Fried, Anthropic, FTX, AI Investment, Claude
ที่มา: Bull Theory, Fortune, Bloomberg, CNBC

