<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เมื่อ “หนี้ท่วมหัว” กลายเป็นข่าวดี! จับตาหนี้สหรัฐฯ 9.6 ล้านล้านจ่อครบกำหนด บีบ FED ลดดอกเบี้ย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • หนี้สหรัฐฯ มูลค่ากว่า 9.6 ล้านล้านดอลลาร์ (กว่า 25% ของหนี้ทั้งหมด) กำลังจะครบกำหนดชำระภายในปี 2026
  • หนี้ก้อนนี้ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นช่วงโควิดที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% แต่ปัจจุบันต้องทำการรีไฟแนนซ์ในยุคที่ดอกเบี้ยพุ่งสูงถึง 3.5-4% ทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายของสหรัฐฯ ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี
  • ภาระหนี้มหาศาลนี้จะบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหั่นดอกเบี้ยลงเพื่อช่วยอุ้มรัฐบาล ซึ่งถือเป็นปัจจัยเชิงบวกอย่างมากต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต

แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Bullish

เมื่อดอกเบี้ยลด สภาพคล่องจะถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบ สกุลเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นสภาวะแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบที่จะส่งให้ Bitcoin และตลาดคริปโตทะยานขึ้นอย่างรุนแรง

ในขณะที่หลายคนกำลังกังวลกับความผันผวนของตลาดระยะสั้น ข้อมูลระดับมหภาคที่น่าสนใจชี้ให้เห็นว่า วิกฤตหนี้ของสหรัฐอเมริกาในปี 2026 นี่แหละ ที่จะเป็นปัจจัยผลักดันขาขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับตลาดคริปโต

กำแพงหนี้มหึมา: 9.6 ล้านล้านดอลลาร์ที่รอวันปะทุ

ข้อมูลชี้ชัดว่า ภายในปี 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ จะมีหนี้ที่ครบกำหนดชำระมูลค่ามหาศาลถึง 9.6 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 25% ของหนี้สาธารณะทั้งหมดของประเทศ

ความน่ากลัวสำหรับรัฐบาลคือ หนี้ก้อนนี้ส่วนใหญ่ถูกก่อขึ้นในช่วงวิกฤตโรคระบาดปี 2020-2021 ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราดอกเบี้ยถูกแสนถูกในระดับต่ำกว่า 1% แต่เมื่อหนี้เหล่านี้ครบกำหนดและต้องทำการรีไฟแนนซ์ พวกเขาจะต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันที่สูงถึง 3.5-4% ส่งผลให้ภาระการจ่ายดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวของสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีไปเป็นที่เรียบร้อย

การเมืองและเศรษฐกิจบีบให้ FED ต้องยอมถอย

สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ ทำให้หลายฝ่ายประเมินว่า FED จะไม่สามารถทนคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปได้นานนัก เพราะยิ่งดอกเบี้ยสูง รัฐบาลสหรัฐฯ ยิ่งเสี่ยงต่อการแบกรับภาระไม่ไหว

นอกจากนี้ ปัจจัยทางการเมืองยังเป็นแรงส่งสำคัญ เมื่อประธานาธิบดี Donald Trump มีนโยบายกดดันให้ลดดอกเบี้ยอย่างชัดเจน ประกอบกับการเตรียมแต่งตั้งประธาน FED คนใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2026 ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายจะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยน่าจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนในช่วงกลางปี ในขณะที่เงินเฟ้อเริ่มเย็นลงและตลาดแรงงานส่งสัญญาณอ่อนแอ


ข้อมูลชุดนี้ถือเป็นการตอกย้ำทฤษฎีการเสื่อมค่าของเงินกระดาษได้อย่างชัดเจนที่สุด ในมุมมองของผู้เขียนวิกฤตหนี้ 9.6 ล้านล้านดอลลาร์นี้คือไพ่ตายที่บีบให้สหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างการปล่อยให้ประเทศผิดนัดชำระหนี้ (ซึ่งเป็นไปไม่ได้) กับการพิมพ์เงินและลดดอกเบี้ยเพื่ออุ้มระบบ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา สหรัฐฯ เลือกวิธีหลังเสมอมา เมื่อ FED ถูกบังคับให้ลดดอกเบี้ยและเติมสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และนั่นคือจรวดเชื้อเพลิงชั้นดีสำหรับ Bitcoin ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นสินทรัพย์ที่มีจำกัดเพื่อต่อต้านการพิมพ์เงิน

ที่มา: @AshCrypto