สรุปข่าว
- จีนเล็งนำบล็อกเชนมาปรับใช้เพื่อตรวจสอบภายในระบบการผลิตและบริโภคพลังงานไฟฟ้าสะอาด
- พวกเขาใช้บล็อกเชนเพื่อกู้คืนความน่าเชื่อถือของการตรวจสอบข้อมูลภายในภาคส่วน ที่ปัจจุบันประสบกับปัญหาทั้งด้านอุปทานล้นตลาด และอื่นๆ
- จีนตั้งเป้าโปรเจกต์นี้จะแล้วเสร็จภายในปี 2030 และทำการสร้างตลาดไฟฟ้าหนึ่งเดียวระดับชาติขึ้นมา
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
คณะรัฐมนตรีจีนได้ออกนโยบายเร่งสร้าง “ตลาดไฟฟ้าหนึ่งเดียวระดับชาติ” ให้สมบูรณ์ภายในปี 2030 โดยสั่งการให้นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการตรวจสอบย้อนกลับวงจรพลังงานสะอาดแบบครบวงจร เพื่อแก้วิกฤตความน่าเชื่อถือของใบรับรองสิทธิ์ (GECs) ที่กำลังประสบปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อนและอุปทานล้นตลาด โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้มุ่งเน้นการใช้บล็อกเชนเพื่อความโปร่งใสในการจดบันทึกธุรกรรมและเชื่อมโยงข้อมูลข้ามมณฑล
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีของจีนได้ออกคำสั่งให้มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อดำเนินการรับรองด้านการไฟฟ้าแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตพลังงานสะอาด,การซื้อขาย, ไปจนถึงการบริโภคจริง
นโยบายดังกล่าว ระบุว่าในทุกวงจรของพลังงานสะอาด จำเป็นที่จะต้องสามารถตรวจสอบแบบย้อนกลับ และป้องกันการนับสิทธิ์ซ้ำซ้อนได้ ซึ่งเป็นข้อกำหนดหลักที่ต้องเกิดขึ้น เพื่อทำให้คุณลักษณะของพลังงานสะอาดสามารถตรวจสอบได้โดยที่จะทำการ จดบันทึก โอนสิทธิ์ และตัดยอดได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
นอกจากนี้ นโยบายยังแสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดกันมากขึ้นระหว่าง ข้อมูลมาตรวัดทางกายภาพ และตราสารในตลาดซึ่งรวมถึงใบรับรองการผลิตไฟฟ้าสีเขียว (GECs) ด้วย
ทำไมถึงต้องลงทุนใช้บล็อกเชนตรวจสอบ
สาเหตุหลักที่ทำให้จีนต้องหันมาพึ่งพาบล็อกเชน เป็นผลมาจากความน่าเชื่อถือของใบรับรองการผลิตไฟฟ้าสีเขียวที่เข้าขั้นวิกฤตในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น สภาวะอุปทานล้นตลาด, ความต้องการที่เกิดจากการบังคับโดยรัฐมากกว่าความต้องการจริงจากกลไกตลาด, ความเสี่ยงในการนับสิทธิ์ซ้ำซ้อน และการขาดความละเอียดของข้อมูล ทำให้พวกเขาต้องพัฒนาระบบที่ตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างการใช้บล็อกเชน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น
หน้าที่ของบล็อกเชน
ภายใต้ขอเสนอของแผนงาน บล็อกเชนจะถูกนำมาใช้จดบันทึกและตรวจสอบข้อมูลการสร้างพลังงานและการใช้พลังงานตลอดทั้งห่วงโซ่ โดยใบรับรองพลังงานสะอาดสีเขียว ซึ่งเป็นตัวยืนยันว่าไฟฟ้าถูกผลิตมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนจริง จะถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถตรวจสอบร่องรอยทางดิจิทัลได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันการฉ้อโกงและการนับสิทธิ์ซ้ำซ้อน
แผนการปฏิรูปไฟฟ้าในวงกว้างนี้ตั้งเป้าที่จะสร้าง ‘ตลาดไฟฟ้าหนึ่งเดียวระดับชาติ’ ที่สมบูรณ์แบบภายในปี 2030 โดยกำหนดให้กว่า 70% ของปริมาณการบริโภคไฟฟ้าทั้งหมดต้องดำเนินการผ่านการซื้อขายบนกลไกตลาด และภายในปี 2035 จีนมุ่งหวังที่จะบรรลุการบูรณาการการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างมณฑลและภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งมีกลไกการกำหนดราคาที่เป็นหนึ่งเดียว รวมถึงมีตลาดซื้อขายไฟฟ้าล่วงหน้า และตลาดสำรองกำลังการผลิต
อย่างไรก็ตาม การใช้งานบล็อกเชนในโปรเจกต์นี้จะมุ่งเน้นไปยังโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่คริปโตเคอร์เรนซี เพราะในปัจจุบันพวกเขายังคงมีกฎหมายแบนคริปโตและการขุดอยู่ แต่อย่างน้อยนี่ก็ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนนอกเหนือจากด้านการลงทุน
ที่มา : Coinpedia
มุมมองผู้เขียน : การที่ทางการจีนตัดสินใจเลือกใช้บล็อกเชนมาเป็นระบบตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่าง ไฟฟ้า แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นสิ่งที่กำลังจะถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในอนาคตจริงเพราะความโปร่งใสของข้อมูล จากทั้งฝั่งภาครัฐและเอกชน และนั่นอาจทำให้ตลาดคริปโตได้รับอานิสงส์ไปด้วยในอนาคต

