<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

“OpenClaw” คืออะไร? รู้จัก AI ที่ ทำงานแทน มนุษย์ได้ราวกับว่าเป็น Jarvis 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • OpenClaw คือ AI Agent แบบโอเพ่นซอร์สที่กำลังเป็นไวรัล เพราะความสามารถที่เหนือชั้น และทำงานที่เคยต้องอาศัยมนุษย์จัดการได้ด้วยตนเองโดยอัตโนมัติ เช่น จัดการอีเมล
  • ศักยภาพของ OpenClaw แทบจะไร้ขีดจำกัดเรียกได้ว่าอย่างกับเป็น Jarvis จากเรื่อง Iron Man แต่พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความเสี่ยงที่มากขึ้นตาม
  • ผู้เชี่ยวชาญยังคงไม่แนะนำให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งาน OpenClaw เพราะความเสี่ยงสูงกว่าประโยชน์ และแนะนำให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญใช้งานจะเป็นการดีกว่า

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

OpenClaw หรือชื่อเดิม Moltbot/Clawdbot คือ AI Agent แบบโอเพ่นซอร์สที่กำลังเป็นไวรัลจากความสามารถระดับ “Jarvis” ที่จัดการชีวิตดิจิทัลและเข้าถึงไฟล์ระบบได้แบบไร้ขีดจำกัด แต่ความเก่งกาจนี้มาพร้อมความเสี่ยงระดับวิกฤต โดยผู้เชี่ยวชาญและแม้แต่ผู้พัฒนายังออกมาเตือนถึงช่องโหว่ร้ายแรง ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียสินทรัพย์ดิจิทัลหรือข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดได้ในพริบตา ทำให้สถานะของ OpenClaw ในตอนนี้เป็นเพียงการทดลองทางเทคโนโลยี สำหรับผู้เชี่ยวชาญมากกว่าจะเป็นเครื่องมือสำหรับผู้ใช้ทั่วไป 

วินาทีนี้ ในวงการ AI คงไม่มีอะไรมาแรงไปกว่า OpenClaw หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อของ Moltbot และ Clawdbot ที่ได้กลายมาเป็นไวรัลสะเทือนโลกในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังการเปิดตัว

แต่ AI ตัวนี้มันพิเศษยังไง ? ทำไมถึงแตกต่างจาก AI ที่เราเคยใช้? และมันจะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของเราไปตลอดกาลจริงหรือไม่? เจาจะมาร่วมไขปริศนาและหาคำตอบไปพร้อมกันในบทความนี้

OpenClaw,Moltbot,Clawdbot คืออะไร?

OpenClaw คือผู้ช่วย AI แบบโอเพ่นซอร์สที่เปิดให้ใครก็สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานบนคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งถูกเปิดตัวมาในชื่อของ Clawdbot ในช่วงเดือน พ.ย. 2025  แต่ Peter Steinberger นักพัฒนาก็ต้องยอมเปลี่ยนชื่อเพราะไปพ้องเสียงใกล้เคียงกับ Claude AI ของทาง Anthropic จึงต้องใช้ชื่อ Molbot แทนก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น OpenClaw 

ตัวของ OpenClaw ถูกดีไซน์ขึ้นมาเพื่อทำธุระต่างๆแทนผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นจัดการตารางปฏิทิน, ส่งข้อความ และทำหน้าที่อื่นๆ เหนือขั้นไปกว่าการตอบกลับด้วยแชทบอท เพรามันสามารถอ่านและเขียนข้อมูลไฟล์ได้ และยังสามารถโต้ตอบกับภายนอกได้หากได้รับการอนุญาต

Nash Borges จากบริษัทความปลอดภัย Sophos ถึงกับเอ่ยว่า OpenClaw เปรียบเสมือนกับ Jarvis จาก Iron Man เลยทีเดียวเพราะมันไม่มีขีดจำกัดในสิ่งที่จะทำได้ ขอเพียงแค่สั่ง ขณะที่ด้านผู้ใช้งาน Reddit เปรียบเทียบ OpenClaw เหมือนกับผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่เวลาใช้งานได้จะลื่นไหลเหมือนเวทย์มนต์จนกระทั่งเกิดสะดุด

ทำไมจู่ๆถึงดัง?

ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา OpenClaw ได้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในเรื่องของความเร็วและประสิทธิภาพ พร้อมด้วยศักยภาพไร้ขีดจำกัด ทำให้เหล่านักพัฒนารู้สึกตื่นเต้นมากๆ เพราะสามารถทำงานที่เคยต้องอาศัยมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติแล้ว โดยแทบจะไม่ต้องลงแรง 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่โตเร็วมากๆ ย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง โดย Erich Kron ที่ปรึกษาจาก KnowBe4 ได้เตือนว่า กระแสการใช้งาน OpenClaw อยู่ในอัตราที่รู้สึกน่าหวาดหวั่น เพราะทุกคนพยายามยัดทุกอย่างให้ AI ทำ และคนที่ไม่เคยสนใจยังคิดที่จะเข้ามาทดลองใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Kron กังวล 

ทำไม OpenClaw ถึงมีความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย

ปกติแล้ว AI ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์นั้นถือเป็นเรื่องที่อันตราย อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง OpenClaw ที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้เป็นจำนวนมากจากการยินยอมของตัวผู้ใช้เอง ยกตัวอย่างเช่น อีเมล ที่มองผิวเผินก็ดูเหมือนดีที่จะมี AI มาเป็นผู้ช่วยคอยจัดการอีเมล

อย่างไรก็ตาม หากมองอีกมุมหนึ่ง ด้วยความเร็วของ AI ในขณะนี้ ช่วงเวลาเพียงแค่พริบตา ข้อมูลและความปลอดภัยของคุณอาจกกำลังถูกผู้ไม่ประสงค์ดีนำไปใช้ในทางที่ผิดโดยที่เราไม่รู้ตัว เป็นเรื่องบังเอิญที่ว่าข้อมูลทุกอย่างที่ OpenClaw ต้องการเพื่อนำไปทำให้ชีวิตคุณสบายขึ้นดันเป็นข้อมูลที่มิจฉาชีพต้องการเสียด้วย

Denis Romanovskiy หัวหน้าฝ่าย AI ที่ SOFTSWISS เปิดเผยว่าเขาเริ่มพบปัญหาเรื่องความปลอดภัยแล้วจาก Moltbot และเป็นการรั่วไหลของข้อมูลที่มีความร้ายแรงมากอันประกอบไปด้วย 

  • API keys: รหัสผ่านที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างโปรแกรม ซึ่งช่วยให้ผู้โจมตีเข้าถึงบริการหรือข้อมูลต่างๆ ในนามของเจ้าของระบบได้
  • ข้อความส่วนตัวทั้งหมดซึ่งนำไปสู่การละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างรุนแรง
  • ความสามารถในการส่งข้อความสวมรอยเป็นตัวผู้ใช้คนนั้นๆ ซึ่งอาจถูกนำไปใช้หลอกลวง หรือสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงได้
  • Root shell access: การเข้าถึงสิทธิ์ในระดับผู้ดูแลระบบสูงสุด หมายความว่าผู้โจมตีสามารถควบคุม สั่งการ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขทุกอย่างในระบบคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์นั้นได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ขณะเดียวกันทางฝั่งของโลกคริปโตเองก็ได้มีการแจ้งเตือนแล้วเช่นกันถึงกรณีที่เงินในบัญชีของผู้ใช้อาจมีความเสี่ยงที่จะถูกขโมยออกไปหลังการใช้งาน AI ผู้ช่วยตัวนี้ 

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวย้ำชัดเจนว่า การมอบสิทธิให้ควบคุมระบบทั้งหมดกับ AI Agent กำลังสร้างความเสี่ยงในลักษณะ ‘จุดล้มเหลวเพียงจุดเดียว’ หากถูกเจาะระบบ ทำให้เราเห็นได้ว่า ชีวิตบนโลกดิจิทัลทั้งหมดของคุณกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่ห่างจากความวินาศเพียงนิดเดียวเท่านั้น 

ควรใช้งาน OpenClaw ไหม ?

Steinberger ผู้สร้างได้ออกมายอมรับเองเลยว่า OpenClaw ถึงจะน่าสนใจประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายแต่ความเสี่ยงของมันก็สูงตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณไม่ได้ช่ำชองด้านเทคโนโลยี ดังนั้นเขาจึงยังไม่แนะนำให้คนทั่วไปใช้ พร้อมให้มอง OpenClaw เป็นการทดลองมากกว่าเครื่องมือในการใช้งานจริง เว้นเสียแต่ว่าคุณจะมีฝีมือและอยากลองเข้ามาดูเสี้ยวหนึ่งของอนาคตที่เรากำลังจะมุ่งไป

อย่างไรก็ตามความน่าทึ่งของ OpenClaw ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้เพราะบรรดา AI ผู้ช่วยที่ถูกสร้างขึ้นมาได้รวมตัวกันในโซเชียลมีเดียที่ชื่อ Motlbook ซึ่งวีรกรรมของแพลตฟอร์มนี้เรียกได้ว่าเผ็ดแสบมากๆ ถึงขนาดที่ Bryan Johnson ยังต้องออกมาเอ่ยปากเตือนถึงความน่ากลัวของมัน

ที่มา : Forbes

อ่านต่อ : Bryan Johnson เตือนภัยคุกคามใหม่จาก AI เมื่อหุ่นยนต์คุยกันเองเรื่องล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์


มุมมองผู้เขียน : OpenClaw ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ในอนาคต ซึ่งถึงแม้จะเป็นเรื่องดี แต่ก็ทำให้ตระหนักได้ว่ามนุษย์เรานั้นยังไม่พร้อมสำหรับยุค AI เพราะโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยของเรายังตามไม่ทัน และการให้ AI มีอิสระในโลกดิจิทัลโดยไม่มีกรงขังที่แน่นหนา เป็นเรื่องอันตรายเกินไปสำหรับผู้ใช้