สรุปข่าว
- Bridge แพลตฟอร์ม Stablecoin ลูกหม้อของ Stripe ได้รับการอนุมัติแบบมีเงื่อนไขจากหน่วยงาน OCC สำหรับการเป็น “ธนาคารแห่งชาติ” (National Bank) เต็มตัว
- เดินตามรอยยักษ์ใหญ่อย่าง Ripple, Circle และ Paxos ที่กำลังพาเหรดกันยื่นขอใบอนุญาต เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นสู่ระดับสถาบัน
- Bridge ประกาศความพร้อมรองรับ GENIUS Act กฎหมาย Stablecoin ฉบับที่ทรัมป์เซ็นอนุมัติ เพื่อปูทางสู่การใช้งานในวงกว้าง
แนวโน้มตลาด: Bullish
Bridge ภายใต้ร่มเงาของ Stripe กำลังพลิกโฉมวงการการเงินหลังคว้าไฟเขียวจาก OCC เพื่อยกระดับสู่ธนาคารแห่งชาติ เต็มรูปแบบ ซึ่งจะปลดล็อกสิทธิ์ในการบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลและออก Stablecoin ได้อย่างถูกกฎหมายเทียบเท่าธนาคารดั้งเดิม นี่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เชื่อมระบบชำระเงินระดับโลกของ Stripe เข้ากับ Web3 เพื่อปูทางสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
Bridge แพลตฟอร์ม Stablecoin ที่เพิ่งถูกยักษ์ใหญ่อย่าง Stripe เข้าซื้อกิจการไปเมื่อปีก่อน กำลังพัฒนาตัวเองไปอีกขึ้น หลังได้รับการอนุมัติแบบมีเงื่อนไขจากสำนักงานผู้ควบคุมดูแลสกุลเงิน (OCC) เพื่อมุ่งสู่การเป็นธนาคารแห่งชาติภายใต้กฎหมายรัฐบาลกลาง
หากเสร็จสิ้นทุกขั้นตอน Bridge จะสามารถให้บริการทุกอย่างได้เทียบเท่ากับธนาคาร ตั้งแต่การรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล, การออกเหรียญ Stablecoin ของตนเอง รวมไปถึงการบริหารจัดการเงินสำรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
อำนาจใหม่นี้จะเปลี่ยนสถานะของ Bridge จากบริษัทสตาร์ทอัพ ให้กลายเป็นสถาบันการเงินที่รัฐให้การรับรอง นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้โลกธุรกิจ ฟินเทคฯ และสถาบันการเงินเดิม เริ่มมอง Stablecoin ด้วยสายตาที่ต่างออกไป
การสร้างนวัตกรรมใหม่อย่าง Stablecoin จะไม่ใช่พื้นที่สีเทาอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นกลยุทธ์ที่ทำได้อย่างมั่นใจ ภายใต้กฎกติกาที่ชัดเจนและตรวจสอบได้
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ใบอนุญาตเพียงอย่างเดียว เพราะ Stripe เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของระบบชำระเงินของ Web2 ในขณะที่ Bridge คือประตูบานใหญ่สู่ Web3 เมื่อทั้งสองสิ่งหลอมรวมกัน การใช้ Stablecoin ในชีวิตประจำวันที่สะดวกเหมือนการกดโอนเงินผ่านแอปธนาคาร คงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
Bridge ไม่ได้เดินบนเส้นทางนี้เพียงลำพัง แต่กำลังเดินตามรอยยักษ์ใหญ่อย่าง Ripple, Circle, BitGo, Fidelity และ Paxos ที่เพิ่งได้รับไฟเขียวแบบมีเงื่อนไขจาก OCC ไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
เส้นทางนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ เพราะจนถึงปัจจุบันมีเพียง Anchorage Digital Bank รายเดียวเท่านั้นที่ยืนหนึ่งครองใบอนุญาตเต็มรูปแบบนับตั้งแต่ปี 2021
ในด้านความพร้อม Bridge ยืนยันหนักแน่นว่าโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทสอดรับกับ GENIUS Act กฎหมาย Stablecoin ฉบับประวัติศาสตร์ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้ไปเมื่อปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการเติบโตภายใต้กรอบกติกาที่ชัดเจน
มุมมองผู้เขียน: Stablecoin ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ทำเงินได้มากที่สุดในวงการคริปโทฯ สังเกตได้จากการตบเท้าเข้ามาของยักษ์ใหญ่ระดับโลกมากมาย เรื่องเหล่านี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่า เงินกำลังไหลไปทิศทางไหน ดังนั้นนักลงทุนควรเฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับวงการนี้ให้ดี เพราะมันอาจเป็นตัวชี้ชะตาขาขึ้นขาลงของทั้งตลาดในระยะถัดไป
ที่มา: theblock

