สรุปข่าว
- Meta และ Nvidia ประกาศความร่วมมือหลายปี เพื่อขยายโครงสร้าง AI ด้วยการติดตั้ง CPU และ GPU ของ Nvidia จำนวนมหาศาล
- Nvidia ระบุว่าความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การติดตั้ง GPU ของ Nvidia นับล้านชิปทั่วโลก
- ความร่วมมือนี้สะท้อนความต้องการโครงสร้าง AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสนับสนุนแนวโน้มการเติบโตของเทคโนโลยี AI และภาคคริปโตที่เกี่ยวข้อง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ข่าวนี้เป็นบวกต่อภาคคริปโตโดยเฉพาะโทเค็นที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI จะเพิ่มความต้องการในโครงสร้างคอมพิวติ้งแบบกระจายศูนย์ (decentralized computing) และโซลูชัน blockchain ที่รองรับ AI การลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัทยักษ์อย่าง Meta และ Nvidia ยังเป็นสัญญาณบวกต่อความเชื่อมั่นในภาคเทคโนโลยีโดยรวม ซึ่งมักส่งผลบวกต่อตลาดคริปโต
Meta และ Nvidia ประกาศความร่วมมือหลายปีเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ความร่วมมือนี้จะรวมถึงการติดตั้ง CPU และ GPU ของ Nvidia ในระดับ “large-scale deployment” โดย Nvidia ระบุว่าโครงการนี้จะมีการติดตั้ง GPU ของ Nvidia “นับล้านชิป” ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการขยายโครงสร้าง AI ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ความร่วมมือยักษ์ใหญ่ที่หนุนวงการ AI
ความร่วมมือระหว่าง Meta และ Nvidia ในครั้งนี้สะท้อนถึงทิศทางการแข่งขันที่ดุเดือดในวงการ AI โดยเฉพาะการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models) และแอปพลิเคชัน AI ต่าง ๆ ที่ต้องการกำลังประมวลผลสูง Meta ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชั้นนำอย่าง Facebook, Instagram และ WhatsApp กำลังเร่งพัฒนา AI เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ รวมถึงโครงการ Metaverse
Nvidia ในฐานะผู้นำด้าน GPU และเทคโนโลยี AI มีบทบาทสำคัญในการจัดหาฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ การติดตั้ง GPU นับล้านชิปนี้จะช่วยให้ Meta สามารถขยายขีดความสามารถด้าน AI อย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่การพัฒนาโมเดลภาษา, การประมวลผลภาพและวิดีโอ, ไปจนถึงการสร้างสรรค์เนื้อหาด้วย AI
ผลกระทบต่อภาคคริปโตและ Web3
แม้ว่าข่าวนี้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสกุลเงินดิจิทัล แต่ก็มีนัยสำคัญต่อภาคคริปโตในหลายมิติ อันดับแรก การเติบโตของ AI กำลังเพิ่มความต้องการโครงสร้างคอมพิวติ้งแบบกระจายศูนย์ ซึ่งเป็นจุดแข็งของเทคโนโลยี blockchain หลายโปรเจกต์คริปโตอย่าง Render Network, Akash Network และ Bittensor กำลังสร้างโซลูชันสำหรับการให้เช่ากำลังประมวลผล GPU แบบกระจายศูนย์
นอกจากนี้ โทเค็นที่เกี่ยวข้องกับ AI ในวงการคริปโต เช่น FET (Fetch.ai), AGIX (SingularityNET) และ OCEAN (Ocean Protocol) มักได้รับแรงหนุนจากข่าวบวกของภาค AI โดยรวม การที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Meta และ Nvidia ลงทุนมหาศาลในโครงสร้าง AI ยังเป็นสัญญาณว่า AI เป็นเทรนด์ระยะยาวที่มาแรง ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อความสนใจในโปรเจกต์ AI ที่สร้างบน blockchain
ทิศทางอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
การประกาศความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในวงการ AI ระหว่างบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Google, Microsoft, Amazon และ Meta การที่ Nvidia ได้รับเลือกเป็นพาร์ทเนอร์หลักของ Meta ย้ำถึงความเป็นผู้นำของบริษัทในด้านฮาร์ดแวร์ AI ซึ่งหุ้นของ Nvidia เองก็เป็นหนึ่งในหุ้นที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
สำหรับนักลงทุนคริปโต ข่าวนี้เป็นสัญญาณที่ดีว่าเทคโนโลยีชั้นสูงกำลังได้รับความสนใจและเงินทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ตลาดคริปโตได้รับแรงหนุนเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มโทเค็นที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นฐาน
ส่วนตัวผมมองว่าข่าวนี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยี AI ที่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัล การที่ Meta ยอมลงทุนขนาดใหญ่กับ Nvidia แบบนี้ บอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรม สำหรับคนที่ถือโทเค็น AI ในตลาดคริปโต ข่าวแบบนี้น่าจะเป็นแรงหนุนในเชิงจิตวิทยา แม้จะไม่ได้ส่งผลโดยตรงก็ตาม ผมแนะนำให้จับตาดูว่าโปรเจกต์ decentralized computing อย่าง Render หรือ Akash จะมีการเติบโตของ adoption หรือไม่ในช่วงต่อไป เพราะถ้า AI กำลังต้องการ GPU นับล้าน แสดงว่าตลาด decentralized GPU มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ที่สำคัญคือต้องแยกแยะระหว่างโปรเจกต์ที่มีสินค้าและการใช้งานจริง กับโปรเจกต์ที่แค่ขี่กระแส AI ครับ

