สรุปข่าว
- ตม.ไทย โชว์ผลงานจับกุม “บอสตวน” ผู้ก่อตั้ง BHE Exchange แพลตฟอร์มเทรดคริปโทเก๊ และเหรียญ DDO ที่หลอกลวงนักลงทุนกว่า 2 หมื่นราย
- กลโกงเน้นสร้างภาพกราฟราคาพุ่งทิพย์และการันตีผลตอบแทนสูง ก่อนจะปิดแอปฯ เชิดเงินมูลค่ากว่า 128 ล้านดอลลาร์หนีเข้าไทย ทำเหยื่อเสียหายกว่า 4.5 พันล้าน
- จนมุมที่บางพลี หลังกบดานเงียบในไทยนานนับปีและย้ายที่อยู่หนีตลอดเวลา สุดท้ายไม่รอดสายตาชุดสืบสวน ถูกเพิกถอนวีซ่าเตรียมส่งกลับไปรับโทษที่จีน
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
เจ้าหน้าที่ตำรวจประสบความสำเร็จในการบุกรวบตัวนายอตวน เจี่ยนเล่ย อาชญากรข้ามชาติชาวจีนคาหมู่บ้านหรูย่านบางพลี หลังสืบทราบว่าหนีมากบดานในไทยตั้งแต่ปี 2567 จากคดีตั้งแพลตฟอร์มเทรดคริปโตฯ BHE Exchange และสร้างเหรียญ DDO ขึ้นมาหลอกลวงนักลงทุนด้วยการปั้นกราฟปลอมและอวดอ้างผลตอบแทนที่สูงเกินจริง ซึ่งคดีนี้มีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า 20,000 ราย มูลค่าความเสียหายทะลุ 4,500 ล้านบาท
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ปิดเกมล่าตัวการใหญ่ระดับชาติได้สำเร็จ หลัง พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. สั่งการให้ชุดสืบสวนกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติที่ใช้ไทยเป็นแหล่งกบดาน จนนำไปสู่การรวบตัว “บอสตวน” หรือนายตวน เจียนเล่ย อาชญากรตัวฉกาจผู้อยู่เบื้องหลังแพลตฟอร์มคริปโทฯ ปลอม BHE Exchange และเหรียญผี DDO ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลกว่า 4,500 ล้านบาท ก่อนจะหลบหนีหมายจับจากจีนเข้ามากบดานในไทย
เจาะลึกกลโกง BHE Exchange และเหรียญ DDO
พฤติการณ์ของบอสตวน นั้นถือว่าแยบยลและเล่นกับความโลภของนักลงทุนได้อย่างเจ็บแสบ โดยในช่วงปี 2567 เขาได้สร้างแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีปลอมขึ้นมาในชื่อ BHE Exchange พร้อมกับออกเหรียญ Token ที่ชื่อว่า DDO โดยใช้วิธีการล่อลวงแบบคลาสสิกคือ การการันตีผลตอบแทน
โปรเจกต์ของนายตวนสร้างโปรไฟล์สวยหรู เสนอผลตอบแทนรายปีสูงถึง 6% พร้อมปั่นกระแสข่าวเท็จว่ามูลค่าสินทรัพย์อาจเพิ่มขึ้นถึง 20 เท่าภายใน 10 ปี พร้อมกับการสร้างกราฟราคาปลอมบนแอปพลิเคชันที่แสดงให้เห็นว่าราคาเหรียญพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน เมื่อเหยื่อตายใจระดมทุนเข้ามาจำนวนมาก สุดท้ายก็ปิดแอปพลิเคชันหนี เชิดเงินลงทุนทั้งหมดไป ทิ้งผู้เสียหายกว่า 20,000 รายให้เคว้งคว้าง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4,500 ล้านบาท
ปฏิบัติการแกะรอย
หลังจากก่อเหตุฉ้อโกงครั้งมโหฬาร รัฐบาลจีนได้อนุมัติหมายจับทันที ทำให้นายตวนต้องหนีหัวซุกหัวซุนข้ามประเทศเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2567 โดยใช้วิธีเปลี่ยนที่พักไปเรื่อยๆ เพื่อให้ยากต่อการติดตามตัว แต่ด้วยการทำงานของชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ที่แกะรอยกัดไม่ปล่อยนานกว่า 1 เดือนเต็ม
ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็พบเบาะแสสำคัญจนทราบแหล่งกบดานล่าสุดว่า นายตวนหลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านหรูย่านบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จึงนำกำลังเข้าจับกุมทันที พร้อมแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร หรือ เพิกถอนวีซ่าเนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายคนเข้าเมือง และส่งตัวเข้าห้องกักเพื่อรอขั้นตอนการผลักดันกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่ประเทศจีนต่อไป
ที่มา : มติชน
มุมมองผู้เขียน: คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ชิ้นโตสำหรับนักลงทุนในคริปโต ว่าผลตอบแทนที่สูงเกินจริงและได้มาง่ายดายมักมาพร้อมกับมิจฉาชีพเสมอ การหลงเชื่อแพลตฟอร์มที่ไม่มีการรับรองหรือเหรียญที่ถูกเสกขึ้นมาลอยๆ สุดท้ายแล้วมักจะจบลงด้วยการถูกเชิดเงินหนี และอาจไม่มีทางได้เงินคืนมาแม้แต่บาทเดียว

