ดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วงเหลือ 57% ทุนสำรองโลก ต่ำสุดรอบ 32 ปี Bitcoin ได้ประโยชน์

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ดอลลาร์สหรัฐฯ มีสัดส่วนเพียง 56.9% ของทุนสำรองทั่วโลก ต่ำสุดในรอบ 32 ปี ลดลงจากจุดสูงสุด 72%
  • การลดลงสะท้อนการกระจายความเสี่ยงของธนาคารกลางทั่วโลก หันไปถือครองสินทรัพย์อื่นมากขึ้น
  • เทรนด์นี้เสริมแนวคิด Bitcoin เป็นทางเลือกทุนสำรอง ดึงสถาบันเข้ามาลงทุนเพิ่ม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

ข่าวนี้เป็นบวกต่อตลาดคริปโต เพราะการอ่อนค่าของดอลลาร์และการกระจายทุนสำรองออกจากดอลลาร์ ทำให้สินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Bitcoin ดูน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีรัฐบาลควบคุม ซึ่งตอบโจทย์ธนาคารกลางที่ต้องการลดพึ่งพาดอลลาร์

สัดส่วนดอลลาร์สหรัฐฯ ในทุนสำรองโลกร่วงลงต่ำสุดในรอบ 32 ปี เหลือเพียง 56.9% ลดลงจากจุดสูงสุดที่ 72% ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 17:12 น. จาก Crypto Rover สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบการเงินโลก ที่ธนาคารกลางหลายประเทศเริ่มกระจายความเสี่ยงออกจากดอลลาร์ หันไปถือครองสินทรัพย์อื่นมากขึ้น รวมถึงทองคำและสกุลเงินทางเลือก

การลดลงของสัดส่วนดอลลาร์เป็นเทรนด์ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นมาหลายปี โดยเฉพาะหลังวิกฤตการเงินโลกปี 2008 และช่วงโควิด-19 ที่สหรัฐฯ พิมพ์เงินเพิ่มจำนวนมหาศาล ทำให้ประเทศต่าง ๆ เริ่มกังวลเรื่องความมั่นคงของดอลลาร์ในระยะยาว ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มใช้สกุลเงินตัวเองในการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น และธนาคารกลางหลายแห่งเพิ่มการถือครองทองคำอย่างต่อเนื่อง

ธนาคารกลางทั่วโลกกระจายความเสี่ยง

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเร่งลดการพึ่งพาดอลลาร์ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม BRICS (บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีน, แอฟริกาใต้) ที่พยายามสร้างระบบการเงินทางเลือก รวมถึงการใช้สกุลเงินของตัวเองในการค้าระหว่างกัน นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มการถือครองทองคำอย่างมาก โดยเฉพาะจีนและรัสเซีย ที่เห็นทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าดอลลาร์

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่เป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ สะสมมาหลายปี ซึ่งเร่งตัวขึ้นหลังจากสหรัฐฯ ใช้ดอลลาร์เป็นอาวุธลงโทษรัสเซียในปี 2022 ทำให้หลายประเทศเริ่มกังวลว่าอาจโดนเหมือนกัน จึงเร่งหาทางเลือกอื่น การลดลงของดอลลาร์จาก 72% มา 56.9% ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าระบบการเงินโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจริง ๆ

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

เทรนด์การลดลงของดอลลาร์เป็นข่าวดีสำหรับตลาดคริปโต โดยเฉพาะ Bitcoin ที่มักถูกมองว่าเป็น “ทองคำดิจิทัล” และสินทรัพย์ทางเลือกที่ไม่มีรัฐบาลใดควบคุม เมื่อธนาคารกลางทั่วโลกมองหาทางเลือกนอกเหนือจากดอลลาร์ Bitcoin ก็กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมี Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ แล้ว ทำให้สถาบันเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าการอ่อนค่าของดอลลาร์ในระยะยาว เป็นปัจจัยบวกต่อราคา Bitcoin เพราะนักลงทุนมักหาสินทรัพย์ที่ไม่ผูกกับสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่ง และ Bitcoin ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ นอกจากนี้ยังมีรัฐบาลบางประเทศเริ่มพิจารณาเพิ่ม Bitcoin เข้าไปในทุนสำรอง เช่น เอลซัลวาดอร์ที่ถือครอง Bitcoin เป็นทุนสำรองอยู่แล้ว และมีหลายประเทศกำลังศึกษาความเป็นไปได้

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นเร็วแค่ไหน เพราะดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินหลักของโลกอยู่ แต่เทรนด์ชัดเจนว่ากำลังเปลี่ยนผ่าน ซึ่งเป็นโอกาสให้ Bitcoin และคริปโตอื่น ๆ ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่เชื่อถือได้จริง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกระยะยาวสำหรับ Bitcoin แม้จะไม่ได้ส่งผลต่อราคาในทันที แต่เทรนด์การลดลงของดอลลาร์เป็นเรื่องใหญ่ที่สะสมมาหลายสิบปี และตอนนี้เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ต้องจับตาคือธนาคารกลางจะเริ่มถือ Bitcoin จริง ๆ เมื่อไหร่ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงจะเป็นจุดเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ ตอนนี้ยังเป็นช่วงที่สถาบันการเงินและกองทุนเอกชนเป็นผู้ซื้อหลัก แต่ถ้าธนาคารกลางเริ่มเข้ามา ราคาจะพุ่งแน่นอน สำหรับนักลงทุนควรมองเทรนด์ใหญ่นี้เป็นโอกาส แต่ต้องจำไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงระบบการเงินโลกใช้เวลานาน ไม่ใช่เรื่องที่เกิดข้ามคืน