CIA แจ้งเตือน Apple, Nvidia และ AMD ลับๆ ว่าจีนอาจบุกไต้หวันปี 2027 ตลาดโลกสั่น

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รายงานจาก NYT เปิดเผยว่า CIA ได้แจ้งเตือนลับแก่ Apple, Nvidia และ AMD ในปี 2023 ว่าจีนอาจบุกไต้หวันภายในปี 2027
  • ไต้หวันเป็นแหล่งผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญที่สุดของโลก การบุกรุกที่อาจเกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกรวมถึงอุตสาหกรรมคริปโต
  • ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอาจดันราคาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง Bitcoin ในระยะสั้น แต่หากเกิดวิกฤตจริงอาจกดดันตลาดโดยรวม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้มีนัยสำคัญต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก ในระยะสั้น ความกังวลอาจทำให้นักลงทุนหันหา Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากสถานการณ์บานปลายจริง ตลาดคริปโตทั้งหมดอาจเผชิญแรงขายหนักจากการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ผลลัพธ์สุดท้ายจึงขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 Crypto Rover ได้เผยแพร่ข้อมูลอ้างอิงรายงานของ New York Times ว่า สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ได้แจ้งเตือนอย่างลับแก่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Apple, Nvidia และ AMD ในปี 2023 ว่าจีนอาจเปิดฉากบุกไต้หวันภายในปี 2027 ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้นมาในตอนนี้ และสร้างความกังวลต่อนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากไต้หวันเป็นศูนย์กลางการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TSMC ซึ่งผลิตชิปขั้นสูงให้กับบริษัทเทคโนโลยีและบริษัทขุดคริปโตทั่วโลก หากสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจริง ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลกและตลาดคริปโตอาจรุนแรงกว่าที่ใครคาดคิด

ไต้หวันกับห่วงโซ่อุปทานชิปที่ทำให้โลกหยุดได้

ไต้หวันไม่ได้เป็นเพียงแค่เกาะเล็กๆ ในทะเลจีนตะวันออก แต่คือหัวใจของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก TSMC ซึ่งตั้งอยู่ในไต้หวัน ผลิตชิปกว่า 90% ของชิปขั้นสูงทั้งหมดในโลก ตั้งแต่ชิปสำหรับ iPhone ของ Apple ไปจนถึง GPU ของ Nvidia ที่ใช้ฝึกโมเดล AI และที่สำคัญ ยังใช้ในเครื่องขุดคริปโตชั้นนำอย่าง Antminer และ Whatsminer การที่ CIA แจ้งเตือนบริษัทเหล่านี้โดยตรงแสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงนี้ได้รับการประเมินในระดับที่จริงจังมาก

นอกจากนี้ Nvidia ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับการแจ้งเตือน เพิ่งทำข้อตกลงชิป AI มูลค่ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์กับ Meta ก่อนหน้านี้ ซึ่ง Siam Blockchain ได้รายงานใน บทความเกี่ยวกับ AMD และดีล Meta มูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ความเสี่ยงด้านการผลิตจากสงครามในช่องแคบไต้หวันจึงกระทบต่อแผนการเติบโตของบริษัทเหล่านี้โดยตรง

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ตลาดคริปโตมีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ไต้หวันในหลายมิติ มิติแรกคือด้านฮาร์ดแวร์ เครื่องขุด Bitcoin และ GPU สำหรับขุดเหรียญอื่นๆ ล้วนพึ่งพาชิปจากไต้หวัน หากห่วงโซ่อุปทานขาดสาย ราคาอุปกรณ์ขุดอาจพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้ Hashrate ของ Bitcoin อาจลดลงและกระทบต่อเสถียรภาพของเครือข่าย มิติที่สองคือด้านสภาพคล่องในตลาด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงมักส่งผลให้นักลงทุนสถาบันลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งในวันนี้รวมถึงคริปโตด้วย

อย่างไรก็ตาม มีมุมมองอีกด้านหนึ่งจากกลุ่มที่เชื่อใน Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย บางนักวิเคราะห์มองว่าในสถานการณ์ที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น Bitcoin อาจกลายเป็นที่หลบภัยสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับรัฐบาลใดๆ คล้ายกับที่ทองคำทำหน้าที่นั้นมาตลอด สถานการณ์นี้จึงมีความซับซ้อนและผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับการพัฒนาของเหตุการณ์ในอนาคต

บริบทภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดในหลายจุดพร้อมกัน

ข่าวนี้มาในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลกสูงขึ้นในหลายจุดพร้อมกัน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า รัสเซียอ้างว่าอังกฤษและฝรั่งเศสเตรียมส่งอาวุธนิวเคลียร์ให้ยูเครน และ Trump เตือนอิหร่านถึงผลที่ตามมาหากการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ล้มเหลว การที่ความขัดแย้งสามแนวรบเกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ รัสเซีย-ยูเครน, สหรัฐฯ-อิหร่าน และจีน-ไต้หวัน ยิ่งทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกอยู่ในสถานะเฝ้าระวัง ประกอบกับที่ Jamie Dimon ออกมาเตือนถึงสัญญาณวิกฤตคล้ายปี 2008 ทำให้บรรยากาศการลงทุนยิ่งเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าเป็นห่วงมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะนี่ไม่ใช่การคาดเดาของนักวิเคราะห์ทั่วไป แต่เป็นการแจ้งเตือนระดับ CIA ที่ถูกส่งตรงถึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ซึ่งแสดงว่าฝ่ายข่าวกรองสหรัฐฯ มองเรื่องนี้จริงจังมากพอที่จะต้องแจ้งเตือนบริษัทเอกชนล่วงหน้า สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือท่าทีของ TSMC และรัฐบาลไต้หวันว่าจะมีแผนกระจายการผลิตออกไปยังประเทศอื่นเร็วแค่ไหน เพราะโรงงานของ TSMC ในสหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังอยู่ระหว่างก่อสร้างและไม่สามารถรองรับการผลิตทั้งหมดได้ในระยะเวลาสั้น สำหรับคนที่ถือคริปโตอยู่ ยังไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ควรติดตามข่าวภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะช่วงปี 2026-2027 ที่อาจเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของตลาดโลก