สรุปข่าว
- Bitcoin ดีดตัวขึ้น 5.29% ในช่วงสั้น แตะระดับ $67,449 โดยมีราคาสูงสุดรายวันที่ $67,507 และต่ำสุดที่ $63,760
- ปริมาณซื้อขายรายวันพุ่งแตะ 4.53 หมื่นล้านดอลลาร์ มูลค่าตลาดรวม 1.35 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้ามาหลังราคาแตะจุดต่ำสุดที่ $62,854 เมื่อวันที่ 6 ก.พ.
- การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในกรอบแกว่งตัว $64,000-$70,500 ซึ่งเป็นโซนสำคัญที่นักวิเคราะห์จับตาว่าราคาจะสามารถฝ่าแนวต้านด้านบนได้หรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การดีดตัว 5.29% พร้อมปริมาณซื้อขายที่สูงในระดับนี้สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ราคายังอยู่ในกรอบ downtrend ระยะกลาง ตลาดจึงยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติมว่าโมเมนตัมนี้จะยั่งยืนหรือไม่
ราคา Bitcoin ดีดตัวพุ่งแรงในวันที่ 25 ก.พ. 2569 โดยขึ้นมาแตะระดับ $67,449 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 5.29% จากช่วงก่อนหน้า ขณะที่การเปลี่ยนแปลงราคาในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ +5.07% โดยมีราคาสูงสุดรายวันที่ $67,507 และต่ำสุดที่ $63,760 การพุ่งขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ตลาดเพิ่งผ่านช่วงที่ราคาร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ $62,854 เมื่อวันที่ 6 ก.พ. และกำลังฟื้นตัวกลับขึ้นมาในโซนด้านบนของกรอบแกว่ง

ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงพุ่งขึ้นมาแตะ 4.53 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าสูงผิดปกติเมื่อเทียบกับช่วงที่ตลาดแกว่งตัวนิ่งในสัปดาห์ก่อน ส่วนมูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin อยู่ที่ 1.35 ล้านล้านดอลลาร์ สัญญาณเหล่านี้บ่งชี้ว่ามีเงินไหลเข้าตลาดอย่างจริงจังในรอบนี้
ตัวเลขสำคัญที่บอกเรื่องราวทั้งหมด
เมื่อดูข้อมูลเชิงปริมาณ การเคลื่อนไหว +5.29% ในช่วงเวลาสั้นถือเป็นหนึ่งในการดีดตัวที่แรงที่สุดนับตั้งแต่ Bitcoin ร่วงลงมาจาก $89,000 ในช่วงปลายเดือน ม.ค. ปริมาณซื้อขาย 4.53 หมื่นล้านดอลลาร์นั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงที่ราคาแกว่งตัวในกรอบแคบระหว่าง $64,000-$69,800 ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างชัดเจน สัดส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด (Volume/Market Cap Ratio) อยู่ที่ประมาณ 3.35% ซึ่งบ่งบอกถึงกิจกรรมในตลาดที่คึกคักขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของตลาดฟิวเจอร์ การดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในลักษณะนี้มักมาพร้อมกับการล้างพอร์ตของนักเทรดที่เปิด Short ไว้ (Short Squeeze) ซึ่งช่วยเร่งแรงซื้อให้รุนแรงขึ้นในระยะสั้น ผู้ที่จับตาตลาดอนุพันธ์ต้องดูว่า Open Interest จะขยับขึ้นพร้อมกับราคาหรือไม่ เพราะถ้า OI ขยายตัวพร้อมราคาขึ้น ก็สะท้อนว่ามีผู้เล่นใหม่เข้ามาเปิดสถานะ Long จริง ไม่ใช่แค่ปิดสถานะ Short
สัญญาณจากกระแสเงินสถาบันและเจ้ามือ
บริบทของตลาดในช่วงนี้น่าสนใจมาก เนื่องจาก Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ กระแสเงินไหลเข้า-ออกของ ETF spot Bitcoin ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายังเป็นข้อมูลที่ต้องติดตาม เพราะหากมีเงินไหลเข้า ETF สุทธิในเชิงบวกพร้อมกับการดีดตัวของราคา ก็จะยืนยันว่าแรงซื้อครั้งนี้มาจากนักลงทุนสถาบันจริง ไม่ใช่เพียงการเก็งกำไรระยะสั้น
จากข้อมูล on-chain ที่น่าจับตาคือการเคลื่อนไหวของกระเป๋าเจ้ามือในช่วงที่ราคาแตะจุดต่ำสุดใกล้ $62,800 มีรายงานว่ากระเป๋าขนาดใหญ่หลายแห่งเริ่มสะสมเพิ่มในช่วงนั้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยเห็นก่อนการฟื้นตัวในรอบก่อน ๆ นอกจากนี้ปริมาณ Bitcoin บนกระดานเทรดมีแนวโน้มลดลงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมักตีความได้ว่าผู้ถือเหรียญย้ายออกจากกระดานไปเก็บในกระเป๋าส่วนตัว สะท้อนแรงขายที่ลดลง
เทียบกับประวัติศาสตร์ การดีดตัว 5% บอกอะไร
เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ราคา Bitcoin การดีดตัวขึ้น 5% ภายในเวลาสั้นในช่วง downtrend ระยะกลางนั้นไม่ได้หมายความว่าแนวโน้มจะกลับตัวเสมอไป ในรอบปี 2022 ที่ผ่านมา Bitcoin มีการดีดตัว 5-8% หลายครั้งระหว่างที่ยังอยู่ใน downtrend หลัก ก่อนที่ราคาจะกลับมาทดสอบจุดต่ำสุดใหม่อีกครั้ง ขณะที่ในรอบปี 2023 การดีดตัว 5% ในช่วง $25,000-$30,000 หลายครั้งเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวที่ยั่งยืน ความแตกต่างอยู่ที่ว่ามีปริมาณซื้อขายและกระแสเงินสถาบันรองรับหรือไม่
สถานการณ์ปัจจุบันที่ Bitcoin อยู่ในกรอบ $64,000-$70,500 หลังจากร่วงจาก $89,000 ใน ม.ค. 2569 และยังอยู่ในแนวโน้มขาลงระยะยาวจากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ $123,561 เมื่อปลาย ก.ค. 2568 นั้น ทำให้บริบทของการดีดตัวรอบนี้ต้องการการยืนยันเพิ่มเติมมากกว่าในช่วงตลาดขาขึ้น ตัวเลขที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าสำคัญคือการที่ราคาจะสามารถปิดเหนือระดับ $70,500 บนกราฟรายวันได้หรือไม่ เพราะถ้าทำได้จะเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่แข็งแกร่งกว่าการดีดตัวในกรอบ
ความเห็นผู้เขียน
ผมมองว่าการดีดตัว 5.29% ครั้งนี้น่าตื่นเต้นแน่นอน และปริมาณซื้อขายที่สูงถึง 4.53 หมื่นล้านดอลลาร์ก็บอกว่าไม่ใช่การขยับแบบงีเง่า แต่สิ่งที่ผมจับตาต่อจากนี้คือว่าราคาจะสามารถรักษาระดับบนของกรอบแกว่งปัจจุบันไว้ได้หรือไม่ เพราะตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ราคาพยายามพุ่งขึ้นมาในโซนนี้ก็ถูกแรงขายกดกลับลงไปเสมอ
ภาพใหญ่ยังคงเป็น downtrend ตั้งแต่จุดสูงสุดที่ $123,561 และเราอยู่ห่างจากจุดนั้นมาแล้วเกือบ 46% ดังนั้นการดีดตัวระยะสั้นต้องดูว่าจะมีแรงหนุนระยะยาวตามมาหรือเปล่า โดยเฉพาะสัญญาณจาก ETF flow และการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ตลาดยังคงจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ สำหรับผู้ที่ติดตามตลาดนี้อย่างใกล้ชิด ข้อมูลปริมาณซื้อขายและกระแสเงิน ETF ในช่วง 2-3 วันข้างหน้าจะเป็นตัวบอกได้ชัดที่สุดว่าการดีดตัวรอบนี้มีน้ำหนักแค่ไหน
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

