สรุปข่าว
- Goldman Sachs เผยแบบจำลองวิเคราะห์ความเสี่ยงที่ AI จะมาดิสรัปต์หุ้นแต่ละตัว โดยวัดจาก 2 ปัจจัยหลักคือ สัดส่วนการใช้แรงงาน และอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด
- กลุ่มหุ้นที่พึ่งพาแรงงานจำนวนมากเริ่มเห็นแรงขายออกมาแล้ว สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันเริ่มปรับพอร์ตรับมือกับคลื่น AI
- การหมุนเวียนเม็ดเงินออกจากหุ้นกลุ่มที่เสี่ยงต่อ AI อาจส่งผลต่อภาพรวมความเสี่ยงของตลาดโดยรวม รวมถึงคริปโต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การวิเคราะห์ของ Goldman Sachs เป็นเรื่องของการหมุนเวียนในตลาดหุ้น ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อราคาคริปโต อย่างไรก็ตาม หากแรงขายในหุ้นกลุ่มเสี่ยงขยายตัวและกระทบบรรยากาศการลงทุนโดยรวม อาจทำให้นักลงทุนระมัดระวังสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ รวมถึงคริปโตด้วย
วันที่ 26 ก.พ. 2569 Cointelegraph รายงานว่า Goldman Sachs ได้เผยผลวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการดิสรัปต์ของ AI ในตลาดหุ้น โดยระบุว่าความเสี่ยงดังกล่าววัดได้จาก 2 ตัวแปรหลัก ได้แก่ สัดส่วนการพึ่งพาแรงงาน (labor exposure) และอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด (barriers to entry) ในขณะเดียวกัน กลุ่มหุ้นที่ใช้แรงงานสูงเริ่มเห็นแรงขายออกมาแล้ว สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันเริ่มปรับพอร์ตรับมือกับคลื่นการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างจริงจัง
Goldman Sachs มองอย่างไรกับความเสี่ยง AI ในตลาดหุ้น
ตามกรอบการวิเคราะห์ของ Goldman Sachs หุ้นที่มีความเสี่ยงสูงจาก AI มักตรงตามเงื่อนไข 2 ข้อ คือ ธุรกิจนั้นพึ่งพาแรงงานคนจำนวนมากในการดำเนินงาน และอุตสาหกรรมนั้นมีอุปสรรคในการเข้าตลาดต่ำ ซึ่งทำให้คู่แข่งที่ใช้ AI สามารถเข้ามาแทนที่ได้ง่าย ในทางตรงกันข้าม กลุ่มธุรกิจที่มีอุปสรรคสูงหรือต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอาจได้รับผลกระทบน้อยกว่า
กลุ่มที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือธุรกิจบริการที่ใช้แรงงานเป็นหลัก เช่น บริการสนับสนุนลูกค้า การประมวลผลข้อมูล และงานที่มีรูปแบบซ้ำ ๆ ซึ่ง AI สามารถเข้ามาทดแทนได้ทั้งในด้านความเร็วและต้นทุน
แรงขายในหุ้นกลุ่มเสี่ยงและผลต่อภาพรวมตลาด
ข้อมูลของ Goldman Sachs ชี้ว่าหุ้นในกลุ่มที่มีการพึ่งพาแรงงานสูงเริ่มถูกเทขายออกมาแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเกี่ยวกับเฮดจ์ฟันด์ที่เทขายหุ้นทั่วโลกเร็วสุดนับตั้งแต่วิกฤตภาษีเดือน เม.ย. ซึ่งสะท้อนว่าบรรยากาศในตลาดหุ้นกำลังอยู่ในโหมดระมัดระวังมากขึ้นเรื่อย ๆ
การที่สถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Goldman Sachs ออกมาให้กรอบการวัดความเสี่ยงจาก AI อย่างเป็นระบบนั้น บ่งบอกว่าประเด็นนี้ไม่ใช่แค่การคาดเดาในเชิงทฤษฎีอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยที่นักลงทุนสถาบันนำมาใช้ในการตัดสินใจลงทุนจริง ซึ่งอาจเร่งให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินออกจากกลุ่มหุ้นที่เสี่ยงต่อ AI ไปยังกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก AI แทน
นัยต่อตลาดคริปโตและนักลงทุน
แม้การวิเคราะห์นี้จะมุ่งเป้าที่ตลาดหุ้นโดยตรง แต่ผลกระทบทางอ้อมต่อคริปโตยังคงมีอยู่ หากการเทขายในกลุ่มหุ้นเสี่ยงขยายวงกว้างจนกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยรวม ก็อาจทำให้ความอยากเสี่ยงในตลาดคริปโตลดลงไปด้วย ในทางกลับกัน เม็ดเงินส่วนหนึ่งที่หนีออกจากหุ้นกลุ่มเสี่ยงอาจมองหาสินทรัพย์ทางเลือกอื่น รวมถึง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่สัมพันธ์กับตลาดหุ้นโดยตรง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่ากรอบการวิเคราะห์ของ Goldman Sachs นี้น่าสนใจมากเพราะมันเป็นการ “วัด” ความเสี่ยงจาก AI ออกมาเป็นตัวเลขได้จริง แทนที่จะพูดลอย ๆ ว่า AI จะมาดิสรัปต์ทุกอย่าง สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือว่ากลุ่มหุ้นไหนบ้างที่จะถูกเทขายหนักขึ้นเรื่อย ๆ และเม็ดเงินที่ไหลออกจากกลุ่มนั้นจะไปลงจอดที่ไหน ถ้าไหลเข้าหุ้นเทคโนโลยี AI ก็อาจไม่ช่วยคริปโตมากนัก แต่ถ้าบรรยากาศโดยรวมหนีความเสี่ยงมากขึ้น ก็ต้องระวังว่าตลาดคริปโตอาจสะเทือนไปด้วยในระยะสั้น
