สรุปข่าว
- หน่วยงานกำกับดูแลและกลุ่มบริษัทใหญ่ของญี่ปุ่นกำลังร่วมมือกันพัฒนา Stablecoin ที่ตรึงค่าเงินเยน เพื่อนำเงินเยนเข้าสู่ระบบ DeFi อย่างจริงจัง
- โครงการนี้มุ่งวางตำแหน่งญี่ปุ่นให้เป็นผู้เล่นหลักในโครงสร้างพื้นฐานคริปโตโลก แม้กิจกรรมจากนักลงทุนรายย่อยยังคงซบเซา
- ต้องจับตาว่า Yen Stablecoin จะดึงดูดสภาพคล่องสถาบันเข้า DeFi ได้จริงหรือไม่ และจะกระทบตลาด Stablecoin โลกอย่างไรในระยะยาว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวนี้เป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมการยอมรับคริปโตในเชิงสถาบัน แต่เนื่องจากยังอยู่ในขั้นพัฒนาและไม่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ใดโดยตรงในทันที ผลกระทบต่อตลาดจึงเป็นกลางในระยะสั้น หากโครงการพัฒนาสำเร็จและ Yen Stablecoin ถูกนำใช้ใน DeFi จริง อาจสร้างสภาพคล่องและกระตุ้นตลาดในระยะยาวได้
ญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าแผนการพัฒนา Stablecoin ที่ตรึงค่าเงินเยนอย่างเป็นรูปธรรม โดยหน่วยงานกำกับดูแลและกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของประเทศกำลังร่วมมือกันผลักดันให้เงินเยนเข้าสู่ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 เป้าหมายคือวางตำแหน่งญี่ปุ่นให้เป็นผู้เล่นหลักในโครงสร้างพื้นฐานคริปโตระดับโลก โดยใช้เยน ซึ่งเป็นหนึ่งในสกุลเงินสำคัญของโลก เป็นสินทรัพย์อ้างอิง อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่ากิจกรรมจากนักลงทุนรายย่อยในตลาดคริปโตญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนว่าการขับเคลื่อนครั้งนี้มาจากฝั่งสถาบันเป็นหลัก
จาก JPYSC สู่ภาพใหญ่ของ Yen Stablecoin ในระบบ DeFi
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า SBI Holdings เปิดตัว JPYSC สเตเบิลคอยน์เยนตัวแรกที่หนุนหลังโดยทรัสต์แบงก์ไปแล้ว อ่านข่าวเดิม โดยการเปิดตัวของ JPYSC เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพที่ใหญ่กว่านั้น นั่นคือความพยายามเชิงระบบของทั้งภาครัฐและเอกชนญี่ปุ่นในการนำเงินเยนเข้าสู่โลก DeFi อย่างจริงจัง
สิ่งที่ทำให้การเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นครั้งนี้น่าสนใจคือ เงินเยนไม่ใช่สกุลเงินธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักที่สถาบันการเงินโลกใช้เป็นแหล่งเงินทุน (funding currency) มาช้านาน การนำเยนเข้าสู่ DeFi ในรูปแบบ Stablecoin อาจเปิดประตูให้สภาพคล่องจากตลาดการเงินดั้งเดิมของญี่ปุ่นไหลเข้าสู่ระบบ DeFi ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นอกจากนี้ยังมีบริบทของ Ripple ที่จับมือ SBI เปิดตัว Stablecoin RLUSD ในญี่ปุ่น ซึ่ง Siam Blockchain เคยรายงานไว้เช่นกัน สะท้อนว่าญี่ปุ่นกำลังดึงดูดผู้เล่นระดับโลกให้เข้าร่วมระบบนิเวศ Stablecoin ของตน
ความท้าทายที่ยังรออยู่ แม้กรอบกฎหมายเริ่มชัดเจนขึ้น
แม้ภาพรวมของการพัฒนา Yen Stablecoin จะดูน่าตื่นเต้น แต่ยังมีความท้าทายสำคัญที่ต้องข้าม โดยเฉพาะเรื่องการดึงให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่ง Cointelegraph ระบุว่ายังคงเป็นจุดอ่อน วัฒนธรรมการลงทุนของคนญี่ปุ่นโดยทั่วไปมักระมัดระวังและอนุรักษ์นิยม ทำให้การผลักดันให้ประชาชนทั่วไปหันมาใช้ DeFi ต้องใช้เวลานานกว่าที่คาด
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือการแข่งขันกับ Stablecoin สกุลเงินอื่นในตลาด DeFi ที่ปัจจุบัน USDT และ USDC ครองส่วนแบ่งตลาดอย่างท่วมท้น การที่ Yen Stablecoin จะเจาะตลาดได้ต้องอาศัยทั้งความเชื่อมั่นจากนักพัฒนา DeFi ในการรับรองโปรโตคอล รวมถึงความต่อเนื่องของนโยบายจากภาครัฐที่ไม่เปลี่ยนแปลงกลางคัน ซึ่งในอดีตญี่ปุ่นเคยมีประวัติการปรับนโยบายคริปโตที่ทำให้ตลาดชะงัก
ญี่ปุ่นในเส้นทางสู่มหาอำนาจโครงสร้างพื้นฐานคริปโต
หากมองภาพรวม ญี่ปุ่นกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานคริปโตที่ครบวงจรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กรอบกฎหมาย Stablecoin ที่ชัดเจน ไปจนถึงการเปิดให้กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ระดับประเทศเข้ามาออก Stablecoin ที่มีการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ สิ่งนี้ต่างจากหลายประเทศที่ยังคงถกเถียงเรื่องกรอบกฎหมาย ขณะที่ญี่ปุ่นเริ่มลงมือสร้างระบบจริงแล้ว ทำให้ญี่ปุ่นมีโอกาสกลายเป็นฮับของ Stablecoin สกุลเงินที่ไม่ใช่ดอลลาร์ในตลาด DeFi ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในระบบนิเวศ Stablecoin โลก
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นครั้งนี้น่าสนใจมากในเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพราะถ้า Yen Stablecoin สามารถฝังตัวใน DeFi ได้จริง มันจะเป็นครั้งแรกที่สกุลเงินหลักของเอเชียมีบทบาทในระบบ DeFi อย่างเป็นทางการ แต่ตอนนี้ยังต้องรอดูว่าโปรเจกต์จะไปถึงขั้นที่นักพัฒนา DeFi ยอมรับและนำไปใช้จริงหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาก็มีหลายประเทศที่ประกาศแผนใหญ่ด้านคริปโต แต่สุดท้ายก็สะดุดที่ขั้นตอนปฏิบัติ สิ่งที่ควรจับตาในช่วงถัดไปคือว่ามีโปรโตคอล DeFi ชื่อดังรายไหนเริ่มรับรอง Yen Stablecoin เป็นสินทรัพย์ที่ใช้ได้จริงในระบบบ้างไหม นั่นถึงจะเป็นสัญญาณที่ชัดเจนกว่าคำประกาศใดๆ

