bitkub-banner

กระดานเทรดเทขาย Bitcoin กว่า $5,000 ล้านหลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านเริ่มประทุ Bull Run อาจไม่มีแล้ว?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กระดานเทรดมีการเทขาย Bitcoin มูลค่ากว่า 5 พันล้านดอลลาร์ ภายในไม่กี่ชั่วโมง หลัง Trump ประกาศโจมตีอิหร่านอย่างเป็นทางการ 
  • Bitcoin ร่วงอย่างรุนแรงจนแตะ $63,000 โดยร่วงเกือบ 7% ใน 24 ชั่วโมง มี long positions ถูก liquidate รวมกว่า $192 ล้าน
  • สิ่งที่น่ากังวลคือ US Spot Bitcoin ETFs กำลังถูกเทขายอย่างรุนแรง หมายความว่าแม้แต่สถาบันการเงินก็กำลังลดความเสี่ยงในช่วงสงคราม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish 

Volume ซื้อขายบนตลาด Futures ที่สูงกว่าตลาด Spot ถึง 10 เท่า รวมถึง ETF ที่ปิดสัปดาห์ติดลบ และ Open interest ยังสูง หมายความว่ายังมีแรงกดดันขาลงต่อเนื่อง


กระดานเทรดทั่วโลกพร้อมใจกันแรงเทขาย Bitcoin ครั้งใหญ่ หลังประธานาธิบดี Trump ประกาศเริ่มปฏิบัติการรบต่ออิหร่านอย่างเป็นทางการเมื่อค่ำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 โดย DefiWimar รายงานบนว่า กระดานเทรดได้ทำการเทขาย BTC มูลค่ากว่า 5 พันล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ข้อมูลจาก CoinGlass แสดงให้เห็นว่าตลาด BTC Futures มี volume พุ่งทะลุ 76,270 ล้านดอลลาร์ใน 24 ชั่วโมง เทียบกับตลาด Spot ที่มี Volume เพียง 7,620 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วน Futures-to-Spot ที่สูงถึง 10:1 บ่งชี้ว่าแรงขายส่วนใหญ่มาจากการ “บังคับปิดสถานะ” ในตลาดอนุพันธ์ ไม่ใช่นักลงทุนขายเหรียญจริงออกจากกระเป๋า

ตลาด Futures ระเบิด สถานะ Long ถูกล้างเกือบ 2 ร้อยล้านดอลลาร์

ข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่า มีนักเทรด Bitcoin ถูกล้าง Long รวม 192.4 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ open interest ยังสูงอยู่ที่ 43,400 ล้านดอลลาร์ แสดงว่ายังมี leverage positions จำนวนมากที่เสี่ยงถูก liquidate เพิ่มเติมหากราคาหลุด $63,000

ฝั่ง ETH ก็หนักไม่แพ้กัน โดยมีนักเทรดพอร์ตแตกเสียหายรวมกันถึง 149 ล้านดอลลาร์, โดย spot volume ที่อยู่ที่ประมาณ $3,590 ล้าน ซึ่งเทียบกับ  futures volume ที่สูงถึง $51,800 ล้าน ทำให้อัตราส่วน futures-to-spot สูงถึง 14:1 ภาพรวมทั้งตลาดสะท้อนว่า Leverage คือตัวขยายแรงขาย ไม่ใช่การเทขายจริงจากนักลงทุนระยะยาว

Bitcoin ETF ถูกเทขายจำนวนมหาศาล

สิ่งที่น่ากังวลกว่า Futures liquidation คือข้อมูลจาก CryptoQuant ที่ระบุว่ากองทุน Bitcoin ETF ของสหรัฐได้ถูกเทขายจำนวนมหาศาลจนกลายเป็นติดลบในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 นี่คือสัญญาณว่า แม้แต่สถาบันการเงินก็กำลังถอยออกจากตลาด ไม่ใช่แค่นักเทรดรายย่อย

บทเรียนจากสงครามครั้งก่อน

สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่เกิดความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอลชี้ว่า Bitcoin มักร่วงแรงในช่วงแรกแต่ฟื้นตัวภายใน 2-3 เดือน โดยในเดือนเมษายน 2024 เมื่ออิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล BTC ร่วงจาก $67,000 เหลือ $61,000 แต่กลับขึ้นทำ ATH ใหม่ภายในไม่กี่เดือน เดือนมิถุนายน 2025 เมื่อ Operation Midnight Hammer เกิดขึ้น BTC ร่วงไปที่ $103,000 แต่กลับพุ่งขึ้น 62% ภายใน 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ต่างออกไปเพราะ BTC ร่วงจาก ATH มาแล้วเกือบ 50% ก่อนสงครามจะเริ่ม


ผู้เขียนมองว่า สิ่งที่ต้องจับตาจริงๆ คือ ETF flows ในสัปดาห์หน้าเมื่อตลาดหุ้นเปิดวันจันทร์ ถ้า BlackRock, Fidelity และสถาบันรายใหญ่เริ่มเทขาย BTC ETF ด้วย นั่นจะเป็นสัญญาณ Bearish มาก แต่ถ้า ETF กลับมาเป็นบวกเหมือนที่เคยเกิดในสงคราม 12 วันในปี 2025 นั่นอาจเป็นจุดกลับตัวที่สำคัญ สำหรับตอนนี้ ให้จับตาดูที่ระดับ $60,000 ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญ หากหลุดอาจเห็น $53,000 ตามที่นักวิเคราะห์บางรายเตือน


ที่มา: DefiWimar, CoinPedia, Crypto Times, CoinDesk, Crypto Briefing, CoinPedia