สรุปข่าว
- หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ความเสี่ยงที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการ ปิดช่องแคบ Hormuz กลายเป็นสถานการณ์ที่ตลาดกังวลมากที่สุด เพราะช่องแคบนี้เป็นเส้นทางขนส่ง น้ำมัน 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- หากช่องแคบถูกปิด ราคาน้ำมันจะ พุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรล ซึ่งจะทำให้ เงินเฟ้อ headline เพิ่ม 1.3% และ GDP โลกหดตัว 0.5-1% ซึ่งสถานการณ์นี้จะทำให้ Fed ลดดอกเบี้ยไม่ได้ ซึ่งเป็นข่าวร้ายสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมดรวมถึง Bitcoin
- โอกาสที่อิหร่านจะปิดช่องแคบจริงยังต่ำ เพราะ 90% ของน้ำมันอิหร่านเองก็ต้องผ่านช่องแคบนี้ การปิดช่องแคบจึงเท่ากับ “ตัดคอตัวเอง”
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
หากช่องแคบปิดจริง ราคาน้ำมันจะพุ่งไปถึง 100 ดอลลาร์ ทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น และ Fed จะลดดอกเบี้ยไม่ได้ ซึ่งทำให้สินทรัพย์เสี่ยงร่วงทั้งกระดาน แต่โอกาสที่จะเกิดยังต่ำ
ท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่เพิ่งปะทุขึ้น สิ่งที่ตลาดกลัวมากกว่าตัวสงครามเองคือ สถานการณ์ที่อิหร่านอาจปิดช่องแคบ Strait of Hormuz โดยนักวิเคราะห์มองว่า หากสงครามบานปลายจนช่องแคบถูกปิด ราคาพลังงานจะพุ่งอย่างรุนแรง ทำให้เกิดเงินเฟ้อกลับมา และสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมดจะถูกกดดันหนัก ซึ่งรวมถึง Bitcoin โดย Bloomberg ได้รายงานในวันเดียวกันว่าการปิดช่องแคบจะ “กระตุ้นราคาน้ำมันพุ่งสูง และอาจทำให้เศรษฐกิจโลกไม่มีเสถียรภาพ
ช่องแคบ Hormuz คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ
สื่อ Al Jazeera ระบุว่า ช่องแคบ Hormuz คือช่องแคบที่กว้างเพียง 33 กม. ที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาระเบียน มีเรือราว 3,000 ลำผ่านต่อเดือน ขนส่งน้ำมัน 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็น 27% ของการค้าน้ำมันทางทะเลโลก และ LNG 1 ใน 5 ของโลก จุดสำคัญคือ เลนเดินเรือทั้งหมดตกอยู่ในน่านน้ำของอิหร่านและโอมาน ทำให้อิหร่านมี “ไพ่ภูมิศาสตร์” ที่ทรงพลังมาก
อิหร่านมีศักยภาพในการรบกวนช่องแคบด้วยทุ่นระเบิดทางทะเล เรือเร็วโจมตี ขีปนาวุธต่อต้านเรือ และเรือดำน้ำ โดยรัฐสภาอิหร่านผ่านมติสนับสนุนการปิดช่องแคบ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 หลัง Operation Midnight Hammer และเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2026 IRGC ได้ซ้อมรบยิงจริงในช่องแคบ ซึ่งถือเป็น “การส่งสัญญาณ” ถึงสหรัฐฯ
ถ้าช่องแคบปิดจะเกิดอะไรขึ้น
Lombard Odier ประเมินว่า หากช่องแคบถูกปิดเป็นเวลานาน ราคาน้ำมันจะ พุ่งถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือมากกว่า จากปัจจุบันที่ประมาณ 70 ดอลลาร์ โดย Goldman Sachs ก็คาดการณ์ในทิศทางเดียวกัน และสื่อ BloombergNEF ระบุว่าน้ำมันอาจแตะ $91 ภายในปลายปี 2026 แม้ในสถานการณ์ที่ไม่รุนแรงมาก
สำหรับ Bitcoin นี่คือสถานการณ์เลวร้ายเพราะ Fed จะยิ่งลดดอกเบี้ยไม่ได้ เนื่องจากเกิดเงินเฟ้อและเศรษฐกิจหดตัว ซึ่งนี่เป็นสัญญาณ Bearish สำหรับสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด
แต่โอกาสปิดจริงยังต่ำ
แม้จะน่ากลัว แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าโอกาสที่อิหร่านจะปิดช่องแคบจริงยังต่ำ เหตุผลหลักคือ 90% ของน้ำมันส่งออกของอิหร่านก็ต้องผ่านช่องแคบนี้ การปิดจึงเท่ากับตัดรายได้หลักของตัวเอง นอกจากนี้ จีนซึ่งเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ก็จะไม่ยอมให้เกิดขึ้น ตามที่ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ Marco Rubio เคยเตือน
ผู้เขียนมองว่า ช่องแคบHormuz คือ “ปุ่มนิวเคลียร์ทางเศรษฐกิจ” ที่อิหร่านถืออยู่แต่แทบจะกดไม่ได้จริง เพราะมันจะทำลายอิหร่านเองมากกว่าศัตรู สำหรับนักลงทุนคริปโต สิ่งที่ต้องจับตาคือ ราคาน้ำมันเมื่อตลาดเปิดวันจันทร์ ถ้าน้ำมันพุ่งทะลุ 80 ดอลลาร์หมายความว่าตลาดกำลัง Price in ความเสี่ยงอย่างจริงจัง ซึ่งจะเป็น Bearish สำหรับ Bitcoin
ที่มา: TedPillows, Al Jazeera, The National, Dallas Fed, BloombergNEF

