สรุปข่าว
- Berkshire ยังคงถือเงินสดสำรองมหาศาลกว่า 3.733 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมยอมรับว่าการลงทุนใน Kraft Heinz ถือว่าน่าผิดหวัง และมีการเทขายหุ้นออกไปกว่า 3.2 พันล้านดอลลาร์
- Greg Abel ซีอีโอคนใหม่ส่งจดหมายฉบับแรกถึงผู้ถือหุ้น ให้คำมั่นสานต่อปณิธาน วินัยด้านเงินทุน และการลงทุนระยะยาวของปู่ Warren Buffett อย่างเคร่งครัด
- กำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 4 ร่วงเกือบ 30% ได้รับแรงกดดันหนักจากธุรกิจประกันภัยที่กำไรทรุดกว่า 54% จากยอดเคลมและการแข่งขันที่พุ่งสูง
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Berkshire Hathaway อาณาจักรการลงทุนของปู่บัฟเฟตต์เลือกที่จะกอดเงินสดมหาศาลเอาไว้กว่า 3.73 แสนล้านดอลลาร์ไว้เป็นไพ่ตาย สะท้อนท่าทีระมัดระวังในวันที่โลกไม่แน่นอน ส่วน ‘เกร็ก เอเบล’ ซีอีโอคนใหม่ระบุว่าพร้อมสานต่อแนวทางของปู่บัฟเฟตต์อย่างเคร่งครัด แม้ไตรมาส 4 กำไรจะร่วง 30% เพราะโดนธุรกิจประกัน Geico และ Kraft Heinz ฉุดหนัก
ท่ามกลางไฟสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำลังทวีความรุนแรง อาณาจักรการลงทุนระดับโลกอย่าง Berkshire Hathaway เลือกที่จะเดินเกมอย่างรัดกุมด้วยการกอดเงินสดก้อนมหึมามูลค่ากว่า 3.73 แสนล้านดอลลาร์เอาไว้แน่น
ปัจจุบันบังเหียนของ Berkshire ได้ถูกส่งต่อจากสุดยอดตำนานอย่าง ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ มาสู่มือของ ‘เกร็ก เอเบล’ ซีอีโอคนใหม่ แต่นโยบายการสร้างป้อมปราการทางการเงินยังคงถูกยึดถือเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ประจำบริษัทไม่เคยเปลี่ยนแปลง
สานต่อปรัชญาปู่บัฟเฟตต์ ยึดมั่นหลักวินัยทางการเงิน
ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นฉบับแรก เอเบลได้ประกาศถึงจุดยืนที่จะสานต่อปรัชญาการลงทุนของบัฟเฟตต์อย่างเคร่งครัด วินัยด้านเงินทุนและวิสัยทัศน์ระยะยาวจะไม่มีวันสั่นคลอน บริษัทยังคงยืนกรานที่จะงดจ่ายเงินปันผลเพื่อนำกำไรสะสมไปต่อยอดสร้างมูลค่าให้ได้มากกว่า และจะดำเนินการซื้อหุ้นคืนก็ต่อเมื่อราคาร่วงลงไปต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงเท่านั้น
ทว่าภายใต้ปราการเงินสดที่แข็งแกร่ง ผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 กลับต้องเผชิญความท้าทายอย่างหนัก กำไรจากการดำเนินงานในภาพรวมหดตัวลงเกือบ 30% ความเสียหายหลักมาจากธุรกิจประกันภัยเบอร์ต้นอย่าง Geico ที่กำไรทรุดลงกว่า 54% ซึ่งเป็นผลพวงมาจากยอดเคลมและต้นทุนค่าโฆษณาที่พุ่งสูงขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังต้องกลืนเลือดบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสูงถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเอเบลยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การลงทุนใน Kraft Heinz นั้น น่าผิดหวังและให้ผลตอบแทนที่ห่างไกลจากคำว่าน่าพึงพอใจ
สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังตัวมากที่สุดของ Berkshire ในช่วงเวลานี้ คือการที่บริษัทเปลี่ยนสถานะตัวเองมาเป็นผู้ขายในตลาดหุ้น โดยเดินหน้าเทขายหุ้นออกไปถึง 3.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการขยับตัวครั้งนี้เองที่ช่วยพยุงให้คลังเงินสดสำรองของบริษัทยังคงอัดแน่นอยู่ที่ระดับ 3.73 แสนล้านดอลลาร์
มุมมองผู้เขียน: การถือเงินสดมหาศาลของ Berkshire ภายใต้ซีอีโอคนใหม่อย่าง เกร็ก เอเบล เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าพวกเขาเน้น “ความปลอดภัยและวินัยทางการเงิน” เป็นอันดับแรก ส่วนสิ่งที่นักลงทุนควรจับตาคือ เมื่อไหร่พวกเขาจะใช้กระสุนจำนวนมหาศาลนี้ เข้าช้อนของในราคาถูกอีกครั้ง
ที่มา:Bloomberg

