bitkub-banner

Bybit โชว์ระบบ AI จับทุจริต บล็อกถอนเงินปลอมกว่า $300 ล้านในไตรมาสเดียว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bybit เปิดเผยว่าระบบตรวจจับการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์สามารถบล็อกการถอนเงินที่มีความเสี่ยงสูงมูลค่ารวมกว่า $300 ล้านในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568
  • เงินส่วนใหญ่ที่ “รักษาไว้ได้” มาจากผู้ใช้ที่ยกเลิกการถอนเงินหลังได้รับคำเตือนแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่การบล็อกโดยตรงจากระบบ
  • กรณีนี้สะท้อนแนวโน้มใหม่ของกระดานเทรดที่หันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันการฉ้อโกงเชิงรุกแทนการตามแก้ไขภายหลัง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

ข่าวนี้เป็นบวกเล็กน้อยต่อตลาดคริปโต เพราะแสดงให้เห็นว่ากระดานเทรดรายใหญ่กำลังพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยให้แข็งแกร่งขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการป้องกันฉ้อโกงที่ดีขึ้นอาจช่วยดึงดูดผู้ใช้รายใหม่เข้าสู่ระบบในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผลกระทบโดยตรงต่อราคายังคงจำกัด

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph กระดานเทรด Bybit เปิดเผยว่าระบบตรวจจับการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์สามารถบล็อกการถอนเงินที่มีความเสี่ยงสูงมูลค่ารวมกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2568 ที่น่าสนใจคือเงินส่วนใหญ่ที่ถือว่า “รักษาไว้ได้” นั้นมาจากผู้ใช้ที่ตัดสินใจยกเลิกการถอนเงินด้วยตนเองหลังจากได้รับคำเตือนแบบเรียลไทม์จากระบบ ไม่ใช่เกิดจากการบล็อกโดยตรงของ Bybit เพียงอย่างเดียว นี่ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ากระดานเทรดคริปโตรายใหญ่กำลังเปลี่ยนวิธีรับมือกับการฉ้อโกง จากแนวทาง “ตามแก้” หลังเกิดเหตุ ไปสู่การป้องกันเชิงรุกก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น

ระบบเตือนภัยแบบเรียลไทม์ทำงานอย่างไร

จากรายงานของ Bybit ระบบตรวจจับการฉ้อโกงที่ใช้อยู่นั้นทำงานโดยการวิเคราะห์รูปแบบธุรกรรมและพฤติกรรมการถอนเงินแบบเรียลไทม์ เมื่อพบความผิดปกติ ระบบจะส่งคำเตือนให้ผู้ใช้ทราบทันทีก่อนที่การถอนเงินจะดำเนินการได้สำเร็จ กลไกนี้ทำให้ผู้ใช้มีโอกาสตรวจสอบอีกครั้งว่าคำสั่งถอนเงินนั้นถูกต้องหรือมีบุคคลอื่นแอบดำเนินการแทน ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อได้รับคำเตือนแล้วก็เลือกที่จะยกเลิกรายการดังกล่าว

วิธีการนี้ต่างจากระบบรักษาความปลอดภัยแบบเดิมที่มักเน้นการตรวจสอบหลังธุรกรรมเสร็จสิ้นแล้ว หรือการพยายามตามคืนเงินหลังถูกโจรกรรม ซึ่งในทางปฏิบัติมักไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากธรรมชาติของบล็อกเชนที่การโอนเงินไม่สามารถย้อนกลับได้

แนวโน้มใหม่ของวงการคริปโต ป้องกันดีกว่าตามแก้

ความเคลื่อนไหวของ Bybit ครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางที่กระดานเทรดคริปโตทั่วโลกกำลังมุ่งไป นั่นคือการลงทุนในระบบตรวจจับการฉ้อโกงเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่วงการคริปโตเผชิญกับการแฮกและการฉ้อโกงมูลค่ามหาศาลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อุตสาหกรรมคริปโตสูญเงินกว่า $2 พันล้านเหตุจากการแฮ็กในไตรมาสแรกของปี 2568 ซึ่งตอกย้ำว่าปัญหาความปลอดภัยยังคงเป็นความท้าทายอันดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรมนี้

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตสำคัญที่ควรตั้งคำถาม ตัวเลข $300 ล้านที่ Bybit อ้างถึงนั้นไม่ได้หมายความว่าระบบบล็อกการโจมตีทั้งหมด แต่รวมถึงกรณีที่ผู้ใช้ยกเลิกรายการด้วยตนเองหลังได้รับคำเตือน ซึ่งอาจรวมถึงกรณีที่ผู้ใช้แค่เปลี่ยนใจ ไม่ใช่การฉ้อโกงจริงทุกรายการ ดังนั้นตัวเลขจริงของการฉ้อโกงที่ถูกป้องกันได้อาจต่ำกว่านี้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่กระดานเทรดหันมาลงทุนกับระบบป้องกันการฉ้อโกงเชิงรุกแบบนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก แต่ก็ต้องใช้ตัวเลข $300 ล้านอย่างระมัดระวัง เพราะมันฟังดูยิ่งใหญ่มาก แต่วิธีการคำนวณของ Bybit นั้นรวมกรณีที่ผู้ใช้ยกเลิกเองหลังได้รับคำเตือนด้วย ซึ่งไม่ใช่ทุกรายที่เป็นการฉ้อโกง สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือกระดานเทรดอื่น ๆ จะหันมาพัฒนาระบบลักษณะนี้ด้วยหรือไม่ เพราะถ้าทำได้จริงก็จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้ได้มากทีเดียว