สรุปข่าว
- รัฐบาล Trump กำลังร่างกฎใหม่ที่บังคับให้บริษัทต้องขออนุญาตจากสหรัฐฯ ก่อนส่งออกชิป AI ไปยังทุกประเทศทั่วโลก
- กฎดังกล่าวจะครอบคลุมบริษัทอย่าง Nvidia และ AMD โดยกระทบห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ AI และการขุดคริปโตทั่วโลก
- ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นร่างกฎ ยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่หากผ่านจะส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงอุตสาหกรรมคริปโตและ AI โทเคนทั่วโลก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ข่าวนี้เป็นสัญญาณเชิงลบต่อโทเคนสาย AI และโครงการที่เชื่อมโยงกับฮาร์ดแวร์ประมวลผล เนื่องจากการจำกัดการส่งออกชิปจะทำให้ต้นทุนและอุปสรรคในการขยายโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อตลาดคริปโตโดยรวมยังเป็นทางอ้อมและขึ้นอยู่กับรายละเอียดของกฎที่จะออกมา
ตามรายงานจาก Cointelegraph และ The Kobeissi Letter เมื่อช่วงดึกของวันที่ 6 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย รัฐบาล Trump กำลังร่างกฎระเบียบใหม่ที่จะบังคับให้บริษัทต่าง ๆ ต้องขออนุญาตจากสหรัฐฯ ก่อนส่งออกชิป AI ไปยังแทบทุกประเทศทั่วโลก โดยอ้างอิงจากรายงานของ Bloomberg กฎนี้จะครอบคลุมการส่งออกชิปประมวลผล AI อย่างกว้างขวาง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ AMD ที่มีฐานลูกค้าทั่วโลก ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการร่างกฎและยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่เนื้อหาของกฎที่รั่วออกมาสร้างความกังวลให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและคริปโตอย่างกว้างขวาง

กฎใหม่ครอบคลุมอะไรบ้างและใครได้รับผลกระทบ
ตามรายละเอียดที่ปรากฏ กฎดังกล่าวจะบังคับให้บริษัทที่ต้องการส่งออกชิป AI ไปยังต่างประเทศต้องยื่นขออนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อนทุกครั้ง ซึ่งหมายความว่าแม้แต่การส่งชิปไปยังประเทศพันธมิตรก็อาจต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ กฎนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยี AI ขั้นสูงตกไปอยู่ในมือของประเทศที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นคู่แข่งหรือภัยคุกคาม โดยเฉพาะจีน
สำหรับอุตสาหกรรมคริปโต ผลกระทบจะเห็นได้ชัดในส่วนของการขุด (Mining) และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI โทเคน เนื่องจากฮาร์ดแวร์สำคัญอย่าง GPU จาก Nvidia ถูกใช้ทั้งในการขุดคริปโตและการประมวลผล AI เมื่อห่วงโซ่อุปทานถูกจำกัด ต้นทุนการได้มาซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะสูงขึ้น และอาจทำให้โครงการ AI บนบล็อกเชนหลายแห่งต้องชะลอการขยายตัว
ทำไมสหรัฐฯ ถึงเดินหน้าควบคุมการส่งออกชิป AI ตอนนี้
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกว้างขึ้นของรัฐบาล Trump ในการรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ไว้ หลังจากที่จีนเปิดตัวโมเดล AI อย่าง DeepSeek ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการ แรงกดดันให้สหรัฐฯ ควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงก็ยิ่งเพิ่มขึ้น การที่รัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าออกกฎในช่วงนี้จึงสะท้อนถึงความวิตกกังวลในเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าเหตุผลทางเศรษฐกิจล้วน ๆ
น่าสังเกตว่ารัฐบาล Trump แสดงจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโตของสหรัฐฯ ดังที่ Siam Blockchain เคยรายงานใน Trump advocates for U.S. dominance in cryptocurrency แต่ขณะเดียวกันกลับกำลังออกกฎที่อาจสร้างอุปสรรคให้กับห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ที่อุตสาหกรรมคริปโตต้องพึ่งพา ซึ่งอาจสะท้อนว่านโยบายเทคโนโลยีและนโยบายคริปโตของรัฐบาลยังไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป
ผลกระทบต่อตลาด AI โทเคนและการขุดคริปโต
โทเคนสาย AI อย่าง Render, Akash Network หรือโปรเจกต์ที่พึ่งพาการกระจายพลังประมวลผลอาจได้รับผลกระทบทั้งในทางบวกและลบ ในแง่บวก การควบคุมชิปจากส่วนกลางอาจเพิ่มความต้องการโซลูชันแบบกระจายศูนย์ที่ไม่ขึ้นกับห่วงโซ่อุปทานแบบเดิม แต่ในระยะสั้น ความไม่แน่นอนเรื่องกฎระเบียบมักสร้างแรงกดดันด้านราคาให้กับสินทรัพย์ในกลุ่มนี้ก่อนเสมอ ส่วนผู้ขุดคริปโตที่ต้องการอัปเกรดอุปกรณ์ก็อาจต้องเผชิญกับราคา GPU ที่สูงขึ้นหากห่วงโซ่อุปทานถูกรบกวน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่ากฎนี้ยังอยู่ในขั้นร่าง และกว่าจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างจริง ๆ ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้อีกมาก อุตสาหกรรมใหญ่อย่าง Nvidia มีอำนาจต่อรองสูง และคงมีการล็อบบี้หนักก่อนกฎนี้จะมีผล สิ่งที่น่าจับตาคือรายละเอียดว่าประเทศพันธมิตรอย่างไต้หวัน เกาหลีใต้ หรือยุโรปจะถูกยกเว้นหรือเปล่า เพราะถ้าไม่มีข้อยกเว้น ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกจะรุนแรงกว่าที่คิดมาก ตอนนี้คงต้องรอดูว่าร่างกฎฉบับสมบูรณ์จะออกมาแบบไหนก่อนครับ

