สรุปข่าว
- 22 ชาติออกแถลงการณ์ร่วมประณามที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ที่ไม่มีอาวุธ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน และ ช่องแคบ Hormuz
- แถลงการณ์เรียกร้องให้อิหร่าน “หยุดทันที” ทั้งการวางทุ่นระเบิด การใช้โดรน ขีปนาวุธ และทุกความพยายามขัดขวางการเดินเรือ พร้อม ประกาศเตรียมส่งเรือรบ เพื่อคุ้มครองเส้นทางเดินเรือ
- นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่สงครามเริ่มที่โลกตะวันตก เอเชีย และตะวันออกกลาง รวมพลังกดดันอิหร่านอย่างเป็นทางการ โดยก่อนหน้านี้แต่ละประเทศตอบสนองแยกกัน แต่ครั้งนี้ 22 ชาติ “พูดเสียงเดียวกัน”
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การประมาณที่เกิดขึ้นและการส่งเรือรบ ยิ่งตอกย้ำว่าอิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันจาก “ทั้งระบบโลก” อาจทำให้อิหร่านหันมาเปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งจะทำให้น้ำมันประมาณ 15 ล้านบาร์เรลต่อวันไหลกลับสู่ตลาด ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันและเงินเฟ้อลดลง และสินทรัพย์เสี่ยงจะได้รับความสนใจมากขึ้น
ครั้งแรกในสงครามอิหร่าน ที่โลกตะวันตก เอเชีย และตะวันออกกลาง “ออกแถลงการณ์ร่วมกัน” โดยเว็บไซต์ของสหราชอาณาจักร GOV.UK ระบุว่า 22 ประเทศได้ออกมาประณามอย่างอิหร่านอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเรียกร้องให้ “หยุดทันที” และยืนยันความพร้อมในการร่วมปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทางทะเล
22 ชาติ ใครบ้างที่ลงนาม?
ตาม UAE MOFA รายชื่อ 22 ชาติประกอบด้วย:
- ยุโรป: สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, เดนมาร์ก, ลัตเวีย, สโลวีเนีย, เอสโตเนีย, นอร์เวย์, สวีเดน, ฟินแลนด์, เช็กเกีย, โรมาเนีย, ลิทัวเนีย
- เอเชีย-แปซิฟิก: ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย
- ตะวันออกกลาง: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน
- อเมริกาเหนือ: แคนาดา
ประเด็นสำคัญคือการที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ บาห์เรน ซึ่งเป็นประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย เข้าร่วมลงนามด้วย สะท้อนถึงการ “ยืนฝั่งตรงข้ามอิหร่านอย่างเป็นทางการ” แม้จะเป็นประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน
กดดัน 3 ทาง การทูต, ทางทหาร และเศรษฐกิจ
สื่อ Rigzone ระบุว่า การแถลงการณ์ครั้งนี้มาพร้อม มาตรการ 3 ทาง ได้แก่
- การทูต: เรียกร้องให้อิหร่านเปิดช่องแคบ Hormuz ทันที โดยอ้างอิงกฎหมายระหว่างประเทศ (UNSC Resolution 2817 และ UNCLOS)
- ทางทหาร: เตรียมส่งเรือรบเข้าไปคุ้มครองเส้นทางเดินเรือ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ยังไม่มีท่าทีชัดเจน
- เศรษฐกิจ: กระทรวงพลังงานระหว่างประเทศเตรียมปล่อยน้ำมันสำรอง และพร้อมช่วยประเทศที่ได้รับผลกระทบผ่าน UN และองค์กรการเงินระหว่างประเทศ
ผู้เขียนมองว่านี่คือ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” เพราะครั้งนี้ 22 ชาติรวมตัวกดดันอิหร่านอย่างจริงจัง ทั้งด้านทหารและเศรษฐกิจ ไม่เหมือนก่อนที่ต่างคนต่างเคลื่อนไหว สำหรับตลาดคริปโต หากโอกาสเปิดช่องแคบ Hormuz เพิ่มขึ้น ตลาดมีแนวโน้มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ยังต้องระวัง หากอิหร่านเลือกตอบโต้ สถานการณ์อาจกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
แหล่งข้อมูลอ่างอิง:
