สรุปข่าว
- Jack Dorsey CEO ของ Block ร่วมเขียนบทความกับอดีตพาร์ตเนอร์ Sequoia ระบุว่า AI สามารถแทนที่ผู้จัดการระดับกลางได้ทั้งหมด และบริษัทที่ยังพึ่งโครงสร้างการบริหารแบบชั้นๆ ล้าหลังแล้ว
- Block วางโครงสร้างองค์กรใหม่ 3 บทบาท ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานรายบุคคล, ผู้รับผิดชอบโดยตรง และ “ผู้เล่น-โค้ช” โดยมี AI ทำหน้าที่ประสานงานแทนหัวหน้างานแบบถาวร
- ก่อนหน้านี้ Block ปลดพนักงานกว่า 4,000 คน หรือประมาณ 40% ของทั้งบริษัท โดย Dorsey ระบุชัดว่าเป็นเพราะ AI ทำให้ทีมขนาดเล็กทำงานได้มากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวนี้ไม่ส่งผลโดยตรงต่อราคาคริปโต แต่สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรในวงกว้าง ซึ่งในระยะยาวอาจหนุนความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI และบล็อกเชนที่รองรับระบบอัตโนมัติ แต่ผลกระทบต่อตลาดในระยะสั้นแทบไม่มี
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ตามเวลาไทย Jack Dorsey ซีอีโอของ Block บริษัทฟินเทคเจ้าของ Square และ Cash App ได้ร่วมกับ Roelof Botha อดีตพาร์ตเนอร์บริหารของ Sequoia เผยแพร่บทความที่ระบุว่า AI สามารถแทนที่ผู้จัดการระดับกลางได้อย่างสมบูรณ์ ตามรายงานจาก “>Cointelegraph ทั้งสองเขียนไว้ว่าบริษัทใดที่ยังพึ่งพาโครงสร้างการบริหารแบบหลายชั้นเพื่อประสานงาน นับว่าตามหลังการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพราะ AI สามารถทำงานส่วนนั้นได้เร็วกว่ามนุษย์ บทความดังกล่าวยังนำเสนอโมเดลองค์กรแบบใหม่ที่ Block วางแผนจะนำมาใช้จริง
โครงสร้างองค์กรรูปแบบใหม่ของ Block
ในบทความ Dorsey และ Botha เสนอโครงสร้างองค์กรที่ลดลงเหลือเพียง 3 บทบาทหลัก ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานรายบุคคล (individual contributors), ผู้รับผิดชอบโดยตรง (directly responsible individuals) และ “ผู้เล่น-โค้ช” (player-coaches) ที่ทำหน้าที่ทั้งลงมือทำงานเองและพัฒนาบุคลากร แทนที่จะเป็นหัวหน้างานแบบดั้งเดิมที่ทำแค่บริหารอย่างเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น บทความยังวางวิสัยทัศน์ให้ Block พัฒนาตัวเองสู่การเป็น “ระบบอัจฉริยะ” หรือที่พวกเขาเรียกว่า “mini-AGI” โดยให้ AI ดูแล “โมเดลโลก” ที่อัปเดตข้อมูลธุรกิจทั้งหมดอยู่ตลอดเวลา เพื่อประสานงานภายในองค์กรแทนผู้จัดการ แนวคิดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ Block ได้ทำไปแล้วก่อนหน้า เช่น การเปิดตัว Goose ซึ่งเป็น AI Agent โอเพ่นซอร์สสำหรับนักพัฒนาในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 และการเข้าร่วมก่อตั้ง Agentic AI Foundation ร่วมกับ OpenAI และ Anthropic ในเดือนธันวาคม 2568
จากคำพูดสู่การลงมือจริง ปลดพนักงานกว่า 40%
สิ่งที่ทำให้บทความของ Dorsey น่าสนใจเป็นพิเศษคือ Block ไม่ได้แค่พูดถึงทฤษฎี แต่ได้ลงมือปรับโครงสร้างไปแล้วจริง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 Block ประกาศปลดพนักงานกว่า 4,000 คน คิดเป็นประมาณ 40% ของพนักงานทั้งหมด โดย Dorsey ระบุชัดเจนว่าการตัดสินใจดังกล่าวไม่ได้มาจากปัญหาด้านการเงิน แต่เป็นเพราะ AI ช่วยให้ทีมขนาดเล็กทำงานได้ดีกว่าและมากกว่าเดิม หลังจากประกาศปลดพนักงาน ราคาหุ้นของ Block ปรับตัวขึ้น สะท้อนว่านักลงทุนมองว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นสัญญาณบวก
อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญบางส่วนที่มองว่าการอ้าง AI เป็นเหตุผลในการลดพนักงานอาจเป็นการนำ AI มาใช้เป็นเหตุผลเสริมสำหรับการแก้ปัญหาการจ้างงานมากเกินไปในช่วงโควิดด้วย ผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงกว่า 6,000 รายที่เผยแพร่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่าเกือบ 90% เชื่อว่า AI ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่ Dorsey ยืนยันว่าการปรับโครงสร้างของ Block เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้น AI โดยเฉพาะ ไม่ใช่การตอบสนองต่อปัญหาทางการเงิน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าบทความของ Dorsey ครั้งนี้น่าสนใจมากกว่าแค่ข่าวธุรกิจทั่วไป เพราะมันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของซีอีโอระดับโลกที่กำลังลงมือทำสิ่งที่คนอื่นแค่พูดถึง และยิ่งน่าจับตาว่าถ้าโมเดลนี้ได้ผลจริงกับ Block จะมีบริษัทใหญ่รายอื่นตามรอยอีกมากแค่ไหน สำหรับคนทำงานในสาย tech และ crypto ก็น่าคิดว่าตำแหน่งงานในอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างไร สิ่งที่ผมอยากจับตาคือผลประกอบการของ Block ในปีนี้ว่าทีมที่เล็กลงกว่าเดิม 40% จะทำผลงานได้ดีแค่ไหน นั่นจะเป็นบทพิสูจน์จริงๆ ว่า AI แทนที่มนุษย์ได้จริงหรือเปล่า
เครดิตภาพจาก
