bitkub-banner

Bitkub ผนึกกำลัง ตำรวจไซเบอร์ ร่วมปราบโจร เปิดตัวแคมเปญเดือดต้านภัย Deepfake-หลอกลงทุน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • บิทคับ ผนึกกำลังกับ ตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) เปิดตัวแคมเปญ “ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ” หวังสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทยรู้ทันกลโกงและ Phishing Link
  • เตือนภัย Deepfake หลังเจอมิจฉาชีพก๊อปปี้หน้าผู้บริหารไปใช้ AI สร้างตัวตนปลอมชื่อ “สมชาย แซ่ตั้ง” หลอกคนลงทุน บิทคับเลยสวนกลับด้วยแคมเปญ #ผมไม่ใช่สมชายแซ่ตั้ง จนไวรัล 10 ล้านวิว
  • ตำรวจไซเบอร์แนะนำโหลดแอป ‘Cyber Check’ แอปพลิเคชันสำหรับเช็กเบอร์โทรและบัญชีมิจฉาชีพก่อนโอนเงิน โดยบิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ได้ลงทะเบียน Verified สีเขียวเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้งานแล้ว

บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ประกาศจับมือตำรวจไซเบอร์ลุยปราบมิจฉาชีพขั้นเด็ดขาด หลังโจรใช้ AI Deepfake สวมรอยหน้าผู้บริหารไปตั้งโปรไฟล์กูรูปลอมชื่อ “สมชาย แซ่ตั้ง” เพื่อหลอกลงทุน จนบิทคับต้องงัดแคมเปญไวรัล #ผมไม่ใช่สมชายแซ่ตั้ง ออกมาเตือนสติคนดู งานนี้บิทคับพร้อมซัพพอร์ตข้อมูลแกะรอยบนบล็อกเชนให้ตำรวจตามจับโจรถึงที่ พร้อมแนะนำให้สายเทรดโหลดแอป ‘Cyber Check’ (บิทคับได้ Verified สีเขียวแล้ว) ไว้สแกนบัญชีและเบอร์โทรก่อนโอนเงิน 

วันนี้ (2 เม.ย. 69) วงการคริปโตไทยมีข่าวดีเรื่องความปลอดภัย บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ประกาศจับมือกับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ” เพื่อเป็นเกราะป้องกันและให้ความรู้ประชาชนในการรับมือกับมิจฉาชีพ ที่ปัจจุบันงัดสารพัดวิธีทั้ง AI Deepfake และลิงก์หลอกลวง มาหลอกดูดเงินอย่างแนบเนียน

ความร่วมมือครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นจากกรณีที่มิจฉาชีพเล่นใหญ่ ใช้เทคโนโลยี AI และ Deepfake สร้างตัวตนปลอมขึ้นมาในชื่อ “สมชาย แซ่ตั้ง” โดยแอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ที่พีคคือดันเอาใบหน้าของคุณอรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ ไปแปะทับเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ทำให้คนสับสนหนัก

งานนี้บิทคับไม่ยอมอยู่เฉย สวนกลับด้วยการออกแคมเปญ #ผมไม่ใช่สมชายแซ่ตั้ง โดยเอาคลิปของมิจฉาชีพมาใช้เป็นสัญลักษณ์เตือนภัยซะเลย ซึ่งได้ผลตอบรับดีเกินคาด กวาดยอดวิวไปกว่า 10 ล้านครั้ง ช่วยหยุดคนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อได้มหาศาล

เอกชนหนุนข้อมูล รัฐลุยปราบปราม 

ในพิธีแถลงข่าว ผู้บริหารจากบิทคับและตำรวจไซเบอร์ได้หารือแนวทางทำงานร่วมกันแบบเจาะลึก โดยคุณอรรถกฤตย้ำว่า บิทคับพร้อมใช้ความเชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนและคริปโต สนับสนุนข้อมูลทางเทคนิคให้ตำรวจเพื่อตามรอยผู้กระทำผิด ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ประชาชน เพราะเกราะป้องกันที่ดีที่สุดคือ “ความรู้เท่าทัน”

ทางด้าน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง (ผู้การแจ้) รอง ผบช.สอท. ก็เสริมว่า การได้เอกชนอย่างบิทคับมาช่วย จะทำให้ตำรวจเข้าใจข้อมูลทางเทคนิคและแกะรอยตามพยานหลักฐานบนบล็อกเชนได้แม่นยำขึ้น ช่วยคืนความยุติธรรมให้ผู้เสียหายได้รวดเร็วกว่าเดิม

เช็กก่อนโอนด้วยแอป ‘Cyber Check’ 

ภายในงานยังมีการแนะนำเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างแอปพลิเคชัน “Cyber Check” ซึ่งพัฒนาโดยตำรวจไซเบอร์ เอาไว้ให้ประชาชนเช็กเบอร์โทรและบัญชีธนาคารว่า ติดแบล็กลิสต์มิจฉาชีพหรือไม่ก่อนโอนเงิน ซึ่งปัจจุบันช่องทางการติดต่อของบิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ได้รับเครื่องหมาย Verified สีเขียวบนแอปนี้แล้ว ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ใช้งานได้อีกขั้น

สำหรับประชาชนหรือนักลงทุนที่พบเห็นเหตุผิดปกติเกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์ สามารถแจ้งเหตุโดยตรงไปยังตำรวจไซเบอร์ สายด่วน 1441 หรือเว็บไซต์ https://www.thaipoliceonline.go.th/ ได้ตลอด 24 ชม. และสำหรับผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ต้องการสอบถามข้อมูลด้านการทำธุรกรรม สามารถติดต่อผ่านทางช่องทางทางการดังนี้

“ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ” ด้วยความปรารถนาดีจาก บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์