สรุปข่าว
- Trump ยื่นคำขาดให้อิหร่านต้อง “เปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเต็มรูปแบบภายใน 48 ชั่วโมง” ไม่เช่นนั้นสหรัฐฯ จะดำเนินการโจมตี โดยมีรายงานว่าจุดเป้าหมายคือ “โรงไฟฟ้าทั้งหมดของอิหร่าน เริ่มจากโรงที่ใหญ่ที่สุด”
- อิหร่านโต้ หากโรงไฟฟ้าถูกโจมตี จะทำการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรในภูมิภาค พร้อมทั้งมีแผนวางทุ่นระเบิดทั่วบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ขณะเดียวกัน หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ระบุว่ามีการวางทุ่นระเบิดของอิหร่านแล้วอย่างน้อย 12 ลูกในบริเวณช่องแคบ Hormuz
- สถานการณ์ตึงเครียดสุดขีดหลังมีการปะทะและโจมตีตอบโต้กันระหว่างหลายฝ่าย โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเดินหน้าโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ขณะที่อิหร่านก็โต้กลับด้วยการโจมตีในหลายพื้นที่ของอิสราเอลและประเทศพันธมิตรในภูมิภาค ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ความเสี่ยงด้านพลังงานสูงขึ้นอย่างชัดเจน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
หากมีการโจมตีโรงไฟฟ้าจริง สงครามจะลุกลามขึ้นทันทีและราคาน้ำมันจะพุ่ง ทำให้นักลงทุนเริ่มเทขายสินทรัพย์เสี่ยงซึ่งรวมถึง Bitcoin
6 เมษายน 2026 เวลา 07:00 น. ตามเวลาไทย ถูกมองว่าเป็นจุดกำหนดสำคัญที่ตลาดทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด โดย Trump ได้ยื่นคำขาดให้อิหร่านต้องเปิดช่องแคบ Hormuz มิฉะนั้นอาจนำไปสู่การโจมตีโรงไฟฟ้า และภายในระยะเวลาอีกเพียงไม่กี่วันข้างหน้า สถานการณ์จะเป็นตัวชี้ชัดว่าจะคลี่คลายลงหรือยกระดับความตึงเครียดไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงมากขึ้น
เกิดอะไรขึ้นในช่วง 10 วันที่ผ่านมา
รายงานจากสื่อ Axios และ CBS News ได้ให้ Timeline ดังนั้น
- 22 มีนาคม: Trump ยื่นคำขาดครั้งแรกภายใน 48 ชั่วโมง โดยระบุให้อิหร่านเปิดช่องแคบ Hormuz มิฉะนั้นอาจมีการโจมตีโรงไฟฟ้า
- 24 มีนาคม: เมื่อครบกำหนด 48 ชั่วโมง Trump ได้ถอนคำขาดดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าการเจรจายังดำเนินไปได้ดี ขณะที่ฝ่ายอิหร่านมองว่าเป็นการถอยของสหรัฐฯ
- 26 มีนาคม: มีการขยายเส้นตายออกไปเป็นวันที่ 6 เมษายน โดยให้เวลามากขึ้นอีกประมาณ 10 วัน พร้อมระบุว่าการอนุญาตให้เรือผ่าน Hormuz เป็นสัญญาณแสดงความจริงใจ
- 3 เมษายน: Trump ออกมาเตือนเพิ่มเติม หลังมีการโจมตีสะพาน B1 ใกล้กรุงเตหะราน โดยส่งสัญญาณว่าอาจมีการขยายเป้าหมายไปถึงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
- 6 เมษายน (อีกประมาณ 2 วัน): ถูกมองว่าเป็นเส้นตายสำคัญ หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบ Hormuz อาจนำไปสู่การใช้กำลังทางทหารและการโจมตีโรงไฟฟ้า
อิหร่านจะตอบโต้อะไรบ้าง?
สื่อ CBS News รายงานว่า อิหร่านจะรุนแรงหากโรงไฟฟ้าของอิหร่านถูกโจมตี จะมีการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิสราเอล รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศที่สนับสนุนฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค
พร้อมย้ำว่าจะดำเนินการตามที่ประกาศไว้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ระบุว่ามีการวางทุ่นระเบิดของอิหร่านอย่างน้อย 12 ลูกในช่องแคบ Hormuz และยังมีรายงานว่าอิหร่านมีแนวคิดที่จะเก็บค่าผ่านทางจากทุกประเทศที่ใช้เส้นทางดังกล่าว
ผลกระทบต่อราคา Bitcoin
ในกรณีที่อิหร่านยอมเปิดช่องแคบ Hormuz จะส่งผลเชิงบวกต่อตลาด โดยน้ำมันมีโอกาสปรับตัวลดลงจากระดับประมาณ 100 ดอลลาร์ เหลือราว 75 ถึง 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะลดลง ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มใช้นโยบายผ่อนคลายมากขึ้น ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนเป็นแบบ risk on และอาจหนุนให้ราคา BTC ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะสั้น
ในทางกลับกัน หากมีการโจมตีโรงไฟฟ้าและความขัดแย้งยกระดับ สถานการณ์จะส่งผลลบต่อตลาดอย่างชัดเจน โดยอาจทำให้น้ำมันพุ่งขึ้นไปในช่วง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เงินเฟ้อเร่งตัวและเพิ่มความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย และมีโอกาสกดดันให้ราคา Bitcoin ร่วงถึง 55,000 ดอลลาร์
ผู้เขียนมองว่า วันที่ 6 เมษายน 2026 เป็นช่วงเวลาสำคัญของตลาดการเงินทั่วโลก หากสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีโรงไฟฟ้าจริง ความขัดแย้งมีแนวโน้มยกระดับอย่างรุนแรง และอาจถูกมองว่าเป็นการโจมตีเป้าหมายพลเรือน ซึ่งเสี่ยงต่อประเด็นทางกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันอิหร่านก็มีแนวโน้มจะตอบโต้กลับอย่างหนัก ทำให้สถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูง
สำหรับนักลงทุนควรวางแผนรับมือทั้งสองด้าน หากสถานการณ์คลี่คลายตลาดอาจฟื้นตัวได้ แต่หากความตึงเครียดยกระดับ สินทรัพย์เสี่ยงอาจปรับตัวลง จึงไม่ควรใช้เลเวอเรจและควรบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบในช่วงนี้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
- X — @KobeissiLetter
- Al Jazeera — Trump Issues 48-Hour Hormuz Ultimatum
- CBS News — Trump Calls Off Ultimatum as Iran Receives US Message
- Axios — Trump to Iran: Open Hormuz in 48 Hours
- CNBC — Trump Threatens Iran Power Plants + B1 Bridge Destroyed
- CBS News — Trump Extends Pause to April 6
- NPR — Trump Grants Iran Another Extension
- Euronews — Trump Extends Deadline
