สรุปข่าว
- แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านอ้างกับรอยเตอร์ว่าสหรัฐฯ ตกลงปล่อยทรัพย์สินอายัดราว $6 พันล้านที่ฝากไว้ในกาตาร์และธนาคารต่างประเทศ
- สหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าวในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงแจ้ง CBS News ว่ายังไม่มีข้อตกลงใดเกิดขึ้น และการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
- การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังดำเนินอยู่ที่กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน โดยคณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดีเจ.ดี. แวนซ์ และมีเป้าหมายครอบคลุมถึงการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวนี้มีผลกระทบต่อตลาดคริปโตค่อนข้างจำกัดในระยะสั้น เนื่องจากสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ทำให้ความคาดหวังเรื่องการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาในอิสลามาบัดนำไปสู่ข้อตกลงจริง อาจส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของตลาดโลกและตลาดคริปโตในระยะถัดไปได้
เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านได้แจ้งกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า สหรัฐอเมริกาตกลงที่จะปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในกาตาร์และธนาคารต่างประเทศอื่นๆ โดยระบุจำนวนเงินที่ราว $6 พันล้าน พร้อมเรียกการเคลื่อนไหวนี้ว่าเป็นสัญญาณของ “ความจริงจัง” ในการเจรจากับวอชิงตันที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ตามรายงานจาก Ash Crypto และ SimonDixonTwitt ที่แชร์ข้อมูลดังกล่าวบน X อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธรายงานนี้อย่างรวดเร็วในวันเดียวกัน โดยแจ้งกับ CBS News ว่ายังไม่มีข้อตกลงใดเกิดขึ้น และการเจรจาในอิสลามาบัดยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นหรือยังไม่ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
สองฝ่ายให้ข้อมูลขัดแย้งกันในวันเดียว
ความสับสนเกิดขึ้นเมื่อฝั่งอิหร่านออกมาเรียกการปล่อยทรัพย์สินว่าเป็น “สัญญาณเชิงบวก” ขณะที่ pulsealpha_ รายงานว่าทำเนียบขาวได้ปฏิเสธรายงานดังกล่าวโดยตรง ทำให้ภาพรวมของการเจรจายังคงไม่ชัดเจน อิหร่านนั้นไม่ได้ต้องการเพียงแค่เงิน $6 พันล้านในกาตาร์เท่านั้น แต่กำลังผลักดันให้เข้าถึงทรัพย์สินที่ถูกอายัดทั่วโลกซึ่งมีมูลค่าอาจเกิน $1 แสนล้าน ตามที่ SimonDixonTwitt ระบุไว้
เงินจำนวน $6 พันล้านดังกล่าวมีที่มาจากการขายน้ำมันของอิหร่านให้กับเกาหลีใต้ ซึ่งถูกอายัดหลังสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ในปี 2561 ก่อนจะถูกย้ายมาฝากในธนาคารกาตาร์หลังการแลกเปลี่ยนนักโทษในปี 2566 และถูกอายัดอีกครั้งโดยรัฐบาลไบเดนหลังการโจมตีอิสราเอลของฮามาส เมื่อเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ตามที่ ShamanGeo อธิบายบริบทของเรื่องนี้ไว้
การเจรจาอิสลามาบัดครอบคลุมมากกว่าเรื่องทรัพย์สิน
การเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องทรัพย์สินที่ถูกอายัด แต่ยังเชื่อมโยงกับความพยายามยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กำลังดำเนินอยู่ รวมถึงข้อเรียกร้องของอิหร่านที่เกี่ยวข้องกับเลบานอนและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ คณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดีเจ.ดี. แวนซ์ พร้อมด้วยสตีฟ วิทคอฟ และจาเร็ด คุชเนอร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการเจรจารอบนี้ในระดับสูง แม้ยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมปรากฏออกมา
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ประธานาธิบดีอิหร่านส่งสัญญาณพร้อมยุติสงคราม ซึ่งทำให้ราคาคริปโตและ Bitcoin ปรับตัวขึ้น และก่อนหน้านั้น Trump ได้ขีดเส้นตาย 48 ชั่วโมงให้อิหร่าน สะท้อนให้เห็นว่าความตึงเครียดระหว่างสองฝ่ายยังคงแกว่งตัวอยู่ตลอด
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์รอบนี้น่าจับตาดูมาก เพราะการที่อิหร่านออกมาพูดก่อนว่าสหรัฐฯ “ตกลงแล้ว” ทั้งที่ยังไม่มีข้อตกลงจริง อาจเป็นกลยุทธ์กดดันทางการทูตก็ได้ สิ่งที่ต้องจับตาคือว่าการเจรจาที่อิสลามาบัดจะนำไปสู่อะไรจริงๆ เพราะถ้าสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงได้ ไม่ว่าจะเรื่องทรัพย์สินหรือเรื่องนิวเคลียร์ ความเสี่ยงในตะวันออกกลางที่ยังกดดันตลาดโลกอยู่ก็จะลดลงได้พอสมควร ซึ่งในระยะยาวน่าจะดีต่อตลาดคริปโตด้วยเช่นกัน แต่ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปอะไร
ที่มา: @AshCrypto, @pulsealpha_
เครดิตภาพจาก @NatCon2022
