สรุปข่าว
- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกความเห็นอย่างเป็นทางการสนับสนุนข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปให้โอนอำนาจกำกับดูแลผู้ให้บริการสินทรัพย์คริปโต (CASP) จากหน่วยงานระดับชาติมายังสำนักงานหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งยุโรป (ESMA) แห่งเดียว
- ECB ให้เหตุผลว่าบริษัทคริปโตขนาดใหญ่อาจมีความสำคัญเชิงระบบ และการกำกับดูแลแบบรวมศูนย์จะช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้ลุกลามเข้าสู่ระบบธนาคาร พร้อมขอที่นั่งแบบไม่มีสิทธิ์ออกเสียงในคณะกรรมการบริหาร ESMA ด้วย
- ความเห็นของ ECB ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ข้อเสนอนี้ยังต้องผ่านการเจรจาระหว่างรัฐสมาชิก EU และรัฐสภายุโรป ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาหลายเดือน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การที่ ECB แสดงจุดยืนสนับสนุนการรวมศูนย์กำกับดูแลคริปโตเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความชัดเจนด้านกฎระเบียบในระยะยาว แต่ยังไม่มีผลต่อตลาดในทันที เนื่องจากข้อเสนอนี้ยังต้องผ่านกระบวนการออกกฎหมายที่ใช้เวลาอีกหลายเดือน จึงไม่น่าส่งผลกระทบต่อราคาคริปโตในระยะสั้น
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกความเห็นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 สนับสนุนข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปในการโอนอำนาจกำกับดูแลผู้ให้บริการสินทรัพย์คริปโต (CASP) รวมถึงผู้เล่นสำคัญในตลาดการเงินอื่น ๆ จากหน่วยงานกำกับดูแลระดับประเทศมาอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งยุโรป (ESMA) ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงปารีส ตามรายงานจาก Cointelegraph นับเป็นการปรับโครงสร้างกำกับดูแลคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดของ EU นับตั้งแต่กฎระเบียบ MiCA มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในเดือนธันวาคม 2567 ข้อเสนอนี้ได้รับแรงหนุนจากฝรั่งเศสและเยอรมนีในฐานะส่วนหนึ่งของแนวทางเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสหภาพตลาดทุน (Capital Markets Union) ของ EU
ทำไม ECB ถึงหนุนแผนนี้
ECB ให้เหตุผลสำคัญว่าบริษัทคริปโตที่มีขนาดใหญ่และดำเนินการข้ามพรมแดนอาจมี “ความสำคัญเชิงระบบ” ต่อระบบการเงินของ EU ทำให้ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นสามารถลุกลามเข้าสู่ระบบธนาคารได้หากยังคงกำกับดูแลแบบกระจายในระดับชาติเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังชี้ว่าการสร้างความเชี่ยวชาญด้านกำกับดูแลคริปโตซ้ำกันถึง 27 ชุดในหน่วยงานระดับชาติที่แยกจากกันนั้นไม่คุ้มค่าและไม่มีประสิทธิภาพ
ECB ยังเรียกร้องให้ ESMA ได้รับบุคลากรและงบประมาณที่เพียงพอก่อนรับภาระกำกับดูแลที่เพิ่มขึ้น และแนะนำให้มีการเปลี่ยนผ่านอำนาจจากระดับชาติสู่ระดับ EU แบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมกันนี้ยังขอที่นั่งแบบไม่มีสิทธิ์ออกเสียงในคณะกรรมการบริหารของ ESMA เพื่อให้ความเชี่ยวชาญด้านระบบการชำระเงินและนโยบายการเงินด้วย
ก้าวต่อไปและอุปสรรคที่รออยู่
แม้ ECB จะให้การสนับสนุน แต่ความเห็นดังกล่าวไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายแต่อย่างใด ข้อเสนอนี้ยังต้องผ่านกระบวนการเจรจาระหว่างรัฐสมาชิก EU และรัฐสภายุโรป ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะมีข้อสรุป ปัจจุบันภายใต้กรอบ MiCA หน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลด่านแรก โดย ESMA มีบทบาทเพียงการประสานงาน ซึ่งนำไปสู่ความไม่สม่ำเสมอในการบังคับใช้กฎระเบียบใน 27 รัฐสมาชิก
อย่างไรก็ตาม มีเสียงคัดค้านจากประเทศสมาชิกขนาดเล็กบางแห่ง เช่น ไอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก และมอลตา ที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียความเป็นอิสระในการกำกับดูแลของตน รวมถึงตั้งคำถามว่า ESMA จะมีศักยภาพเพียงพอในการดูแลตลาดคริปโตที่มีพลวัตสูงหรือไม่ ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม 2568 ประธาน ESMA ได้ยืนยันแล้วว่าคณะกรรมาธิการยุโรปกำลังร่างแผนถ่ายโอนอำนาจกำกับดูแลภาคการเงินหลายส่วนรวมถึงคริปโตมายัง ESMA
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ ECB ออกมาสนับสนุนแผนนี้อย่างชัดเจนถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมคริปโตในระยะยาว เพราะการมีหน่วยงานกำกับดูแลเดียวย่อมหมายถึงกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและสม่ำเสมอมากขึ้น แทนที่จะต้องวิ่งรับมือกับกฎที่แตกต่างกันใน 27 ประเทศ อย่างไรก็ดี กว่าจะเดินมาถึงจุดนั้นได้ยังต้องผ่านการเจรจาและการต่อสู้ทางการเมืองอีกมาก โดยเฉพาะจากประเทศเล็กที่ได้เปรียบจากการดึงดูดบริษัทคริปโตมาจดทะเบียนในประเทศตัวเอง สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือว่ารัฐสภายุโรปและรัฐสมาชิกจะสามารถเห็นพ้องกันได้เร็วแค่ไหน และ ESMA จะได้รับทรัพยากรที่เพียงพอจริง ๆ หรือเปล่า
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @AfKarupan539
