bitkub-banner

อิหร่านศึกษาหยุดเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ขณะสหรัฐฯ ประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มีรายงานที่อ้างถึง New York Post ว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการละทิ้งการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งเป็นเงื่อนไขของสหรัฐฯ เพื่อยุติความขัดแย้ง
  • สหรัฐฯ ประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซในวันที่ 13 เม.ย. 2026 หลังการเจรจาหยุดยิงในปากีสถานล้มเหลว พร้อม Trump เตือนจะทำลายเรืออิหร่านที่เข้าใกล้แนวปิดล้อม
  • ความน่าเชื่อถือของรายงานการละทิ้งยูเรเนียมยังคลุมเครือ เนื่องจากยังไม่มีการยืนยันจากบทความต้นฉบับ โดยมีข้อสงสัยในโซเชียลมีเดียว่าอาจเป็นข่าวเก่าหรือข้อมูลที่ถูกบิดเบือน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้มีผลกระทบสองทาง หากการเจรจาคืบหน้าจริงและความตึงเครียดในตะวันออกกลางลดลง อาจส่งผลบวกต่อตลาดคริปโตในระยะสั้น แต่เนื่องจากยังไม่ได้รับการยืนยันและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซยังดำเนินอยู่ ความไม่แน่นอนยังคงสูง ทำให้ภาพรวมยังคงเป็นกลางในตอนนี้

เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2026 มีรายงานที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดีย โดยอ้างถึงบทความจาก New York Post ว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการละทิ้งโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่สหรัฐฯ กำหนดไว้เพื่อยุติความขัดแย้ง ตามรายงานจาก Crypto Rover ที่อ้างถึงแหล่งข่าวดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รายงานนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากบทความต้นฉบับ และมีข้อสังเกตจากชุมชนออนไลน์ว่าอาจเป็นข้อมูลที่ถูกบิดเบือนหรือเป็นข่าวเก่า ขณะเดียวกัน ThynkBank ได้รายงานว่า Trump ประกาศว่าเรืออิหร่านลำใดที่เข้าใกล้แนวปิดล้อมจะถูกทำลายทันที

สหรัฐฯ ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังเจรจาล้มเหลว

สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในวันนี้คือการที่กองทัพเรือสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการปิดล้อมเรือที่เข้าออกช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. 2026 เป็นต้นไป หลังจากการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในปากีสถานไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่าการปิดล้อมนี้จะบังคับใช้กับเรือทุกลำที่เข้าหรือออกจากท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน

ประธานาธิบดี Trump ได้ย้ำเตือนอย่างชัดเจนว่าเรืออิหร่านลำใดที่เข้าใกล้แนวปิดล้อมจะถูกทำลายทันที นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์สูงมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบประมาณ 20% ของโลก การปิดล้อมดังกล่าวจึงกดดันราคาพลังงานและตลาดการเงินโดยรวม

อิหร่านส่งสัญญาณเปิดรับการเจรจา แต่ยังยืนยันสิทธิของตน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ได้ส่งสารว่า “หากรัฐบาลสหรัฐฯ ละทิ้งความเป็นอำนาจนิยมและเคารพสิทธิของประชาชนอิหร่าน ทั้งสองฝ่ายย่อมหาทางออกร่วมกันได้” ตามที่ CharlesMur91610 รายงาน ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนท่าทีที่ยังเปิดรับการเจรจา แต่ก็ยืนยันว่าอิหร่านไม่ยอมรับการถูกกดดันอย่างไม่เป็นธรรม

ในบริบทประวัติศาสตร์ ประเด็นการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเคยเป็นหัวใจสำคัญของข้อตกลง JCPOA ปี 2015 ที่รัฐบาล Trump ชุดแรกถอนตัวออกในปี 2018 เมื่อเดือนเมษายน 2025 รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยังระบุว่าการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็น “สิ่งที่เจรจาไม่ได้” ดังนั้น หากรายงานที่ออกมาวันนี้มีมูลความจริง ถือเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่ของอิหร่าน แต่ข้อสังเกตว่ายังไม่มีการยืนยันจากแหล่งข่าวต้นทางทำให้ต้องติดตามอย่างระมัดระวัง

ผลกระทบต่อตลาดคริปโตและตลาดการเงิน

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและตลาดการเงินโดยตรง ราคาน้ำมันดิบมีความผันผวนสูง ซึ่งโดยทั่วไปส่งผลให้นักลงทุนหันไปถือสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ในขณะที่ Bitcoin และคริปโตมักถูกมองว่าเป็นทั้งสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในสภาวะภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่อง บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่น 10 ปี พุ่งแตะ 2.49% สูงสุดในรอบ 27 ปี ท่ามกลางวิกฤตปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่ลุกลามไปยังตลาดพันธบัตรโลก

นอกจากนี้ Siam Blockchain ยังรายงานว่า สถาบันใหญ่ทุ่ม Short น้ำมันรวดเดียว $99 ล้าน ทั้ง Crude และ Brent ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนสถาบันบางส่วนคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจปรับตัวลงได้ แม้ว่าจะมีความตึงเครียดในภูมิภาค สะท้อนถึงความไม่แน่นอนสูงในสถานการณ์ปัจจุบัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ต้องดูด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะรายงานเรื่องอิหร่านกำลังศึกษาการละทิ้งการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมนั้นยังไม่มีการยืนยันจากแหล่งข่าวต้นทางที่ชัดเจน และที่ผ่านมาในช่วงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์มักจะมีข่าวลือหรือข้อมูลที่เป็นเท็จแพร่กระจายออกมาเพื่อสร้างความผันผวนในตลาด สิ่งที่เกิดขึ้นจริงและยืนยันได้ในวันนี้คือการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากพอแล้ว สำหรับคนที่ถือคริปโตอยู่ น่าจับตาว่าหากมีสัญญาณการเจรจาสันติภาพที่ชัดเจนขึ้น ตลาดมักตอบรับเชิงบวกรวดเร็ว แต่ถ้าความตึงเครียดยังดำเนินต่อโดยไม่มีทางออก ก็อาจกดดันตลาดต่อเนื่องได้

ที่มา: @CryptoRover

เครดิตภาพจาก @Amblojiggy