bitkub-banner

ที่ปรึกษาคริปโตทำเนียบขาวชี้ Clarity Act คืบหน้า แต่วุฒิสภามีเวลาแค่ 2 สัปดาห์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Patrick Witt ที่ปรึกษาคริปโตทำเนียบขาว ยืนยันกับ CoinDesk ว่าประเด็นที่ขัดแย้งในร่าง Clarity Act หลายจุดกำลังคลี่คลาย รวมถึงข้อตกลงเรื่องผลตอบแทน Stablecoin ที่คาดว่าจะยืนหยัดได้
  • อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายเผชิญความกดดันด้านเวลา วุฒิสภามีเวลาเพียง 2 สัปดาห์ก่อนหยุดพัก Memorial Day และประธาน Tim Scott ยังไม่กำหนดวันพิจารณาในคณะกรรมาธิการ
  • สมาคมธนาคารอเมริกัน (ABA) ยังคงค้านและออกเอกสารในวันเดียวกัน (13 เม.ย.) ตั้งคำถามถึงรายงาน Stablecoin ของทำเนียบขาว โดยกังวลว่าผลตอบแทน Stablecoin อาจทำให้เงินไหลออกจากธนาคารชุมชน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ความคืบหน้าในการเจรจาเป็นสัญญาณบวกต่อระบบนิเวศคริปโตในระยะยาว แต่ความไม่แน่นอนด้านกำหนดเวลาและการคัดค้านจากภาคธนาคารยังเป็นความเสี่ยงที่อาจฉุดรั้งการผ่านร่างกฎหมาย ตลาดจึงยังรอดูผลลัพธ์ที่ชัดเจนก่อนปรับทิศทาง

เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk Patrick Witt ที่ปรึกษาคริปโตอาวุโสของทำเนียบขาว เปิดเผยว่าร่าง Digital Asset Market Clarity Act หรือ Clarity Act กำลังคลี่คลายอุปสรรคหลายจุด โดยเฉพาะข้อตกลงเรื่องผลตอบแทน Stablecoin ที่เจรจากันมาระยะหนึ่ง และมีแนวโน้มว่าจะยืนหยัดได้ แม้ภาคธนาคารยังส่งเสียงคัดค้านไม่หยุด ขณะที่วุฒิสภาอยู่ในช่วงเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว แต่ยังเผชิญความกดดันด้านเวลาอย่างหนัก เนื่องจากหากร่างกฎหมายไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการภายในสิ้นเดือน เม.ย. นี้ ร่างกฎหมายอาจหมดอายุโดยไม่เคยได้ขึ้นสู่การโหวตเต็มสภา

ปมผลตอบแทน Stablecoin และแรงต้านจากภาคธนาคาร

ประเด็นที่ฉุดรั้ง Clarity Act มาตลอดคือการจัดการผลตอบแทนจาก Stablecoin โดยธนาคารกังวลว่าหากอนุญาตให้ Stablecoin จ่ายผลตอบแทนได้ เงินฝากจะไหลออกจากธนาคารดั้งเดิมไปสู่ระบบคริปโตจำนวนมาก ข้อตกลงที่ถูกเสนอโดย Senator Angela Alsobrooks และ Senator Thom Tillis ใน ม.ค. 2569 คือการอนุญาตให้กระดานเทรดคริปโตจ่าย “รางวัลตามกิจกรรม” ได้ แต่ห้ามจ่ายผลตอบแทนบนยอดคงเหลือโดยตรง ซึ่งเป็นรูปแบบที่คล้ายดอกเบี้ยธนาคาร

ทำเนียบขาวได้เคยออกรายงานโต้แย้งว่าการแบนผลตอบแทน Stablecoin จะเพิ่มสินเชื่อธนาคารได้เพียงราว 2.1 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเพียง 0.02% ของสินเชื่อทั้งหมดในสหรัฐฯ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม สมาคมธนาคารอเมริกัน (ABA) ออกเอกสารในวันที่ 13 เม.ย. นี้ตั้งคำถามถึงข้อสรุปดังกล่าว และยังยืนยันจุดยืนเดิมว่าผลตอบแทน Stablecoin อาจส่งผลกระทบต่อธนาคารชุมชนในระยะยาว

วุฒิสภาเหลือเวลาแค่ 2 สัปดาห์ก่อนหยุดพัก

Senator Bill Hagerty ยืนยันว่า Clarity Act จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ Senate Banking Committee ในสัปดาห์นี้ แต่หากไม่ได้รับการโหวตภายในสิ้นเดือน เม.ย. ก่อนวุฒิสภาหยุดพัก Memorial Day ร่างกฎหมายจะหมดอายุโดยไม่ได้ขึ้นสู่การโหวตเต็มสภา ปัญหาสำคัญคือประธาน Tim Scott ยังไม่ได้กำหนดวัน markup ทำให้หลายฝ่ายในแวดวงคริปโตกังวลเกี่ยวกับโอกาสสำเร็จในรอบนี้

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. Witt ยังส่งสัญญาณสนับสนุนการคุ้มครองนักพัฒนาซอฟต์แวร์คริปโตในร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย โดยระบุว่า “การปกป้องนักพัฒนาซอฟต์แวร์คือหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดของร่างกฎหมายนี้” และ “การทำให้โค้ดกลายเป็นอาชญากรรมจะผลักดันนวัตกรรมออกไปต่างประเทศเท่านั้น” ขณะที่ Treasury Secretary Scott Bessent ก็ออกมากระตุ้นรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เม.ย. ให้เร่งผ่านกฎหมายนี้ เพื่อ “นำอนาคตของการเงินมาสู่อเมริกา”

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า กฎหมายคริปโตสหรัฐฯ เสี่ยงไม่ทัน! ปมผลตอบแทน Stablecoin ยังตกลงกันไม่ได้ และ JPMorgan ชี้ตลาดคริปโตอาจพุ่งแรงช่วงครึ่งหลังปี 2026 ถ้ากฎหมาย Market Structure ผ่าน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสัญญาณจากทำเนียบขาวครั้งนี้ฟังดูเป็นบวกกว่าที่คาด แต่อย่าเพิ่งดีใจเร็วเกินไป เพราะแรงต้านจากภาคธนาคารยังเหนียวแน่น และ ABA เพิ่งออกเอกสารค้านซ้ำในวันเดียวกันเลย ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดตอนนี้คือว่า Tim Scott จะกำหนดวัน markup หรือไม่ภายในสัปดาห์นี้ ถ้าผ่านไปโดยไม่มีการนัดหมายชัดเจน โอกาสที่ Clarity Act จะผ่านในรอบนี้ก็ริบหรี่มากขึ้นเรื่อยๆ และถ้าร่างกฎหมายนี้ตายในวุฒิสภา ตลาดคริปโตอาจต้องรอไปอีกหลายปีกว่าจะมีกรอบกฎหมายที่ชัดเจน

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI