bitkub-banner

CEO Anthropic ชี้ AI จะแย่งงาน Tech, กฎหมาย, การเงินและที่ปรึกษาภายใน 1–5 ปี กว่า 50%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Dario Amodei CEO ของ Anthropic เตือนว่า AI อาจกวาดล้างงาน White-collar ระดับเริ่มต้นได้ถึง 50% ภายในห้าปี และอาจทำให้อัตราการว่างงานพุ่งสูงถึง 10–20%
  • Amodei ยังเตือนถึงการกระจุกตัวของความมั่งคั่งที่อาจรุนแรงกว่ายุค Gilded Age โดยคาดว่าบุคคลบางรายอาจมีทรัพย์สินนับล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่แรงงานถูกลดบทบาทลงอย่างถาวร
  • ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2026 มีการตัดงานที่เชื่อมโยงกับ AI แล้วกว่า 12,000 ตำแหน่งในสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียว คิดเป็นราว 8% ของการปลดพนักงานทั้งหมด

แนวโน้มต่อผลกระทบต่อราคา: Neutral

ความกลัวเรื่องว่างงานและอารมณ์เชิงลบกดดันสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Crypto แต่ในระยะกลาง-ยาว การกระจุกความมั่งคั่งและความเสื่อมศรัทธาในระบบแรงงานอาจผลักดันให้ผู้คนสนใจสินทรัพย์นอกระบบอย่าง Bitcoin มากขึ้น

CEO ของ AI ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกแง้มงานของคุณกำลังจะหายไป

Dario Amodei ชายผู้เป็น CEO ของ Anthropic บริษัท AI ยักษ์ใหญ่มูลค่า 183,000 ล้านดอลลาร์ ผู้สร้าง Claude กล่าวในรายการ 60 Minutes ของ CBS ว่า AI อาจกวาดล้างงานในที่เป็นเลเวลระดับเริ่มต้นได้ถึงครึ่งหนึ่ง และทำให้การว่างงานพุ่งสู่ 10–20% ภายใน 1–5 ปีข้างหน้า คำเตือนนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ถูกพูดซ้ำและยืนยันในหลายเวที ทั้ง Axios, Fox News, NBC และล่าสุดบน X และทุกครั้งก็สร้างคลื่นในโลกการเงินและตลาดคริปโต

งานอะไรที่ตกเป็นเป้าของเจ้า AI?

ในการให้สัมภาษณ์กับ Fox Amodei ระบุชัดว่า “ทักษะอย่างการสรุปเอกสาร, การระดมความคิด และการทำรายงานการเงิน คือสิ่งที่ทำให้ผมเป็นห่วงมากสำหรับคนทำงานระดับเลเวลจูเนียร์ในสาขาการเงิน, ที่ปรึกษาและ Tech”

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก MIT พบว่า AI สามารถทำงานแทนคนได้แล้ว 11.7% ของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ประหยัดค่าจ้างได้สูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในทั้งด้านการเงิน, ด้านสุขภาพและบริการวิชาชีพ และรายงาน Mercer ปี 2026 พบว่า 40% ของพนักงานทั่วโลกกลัวจะสูญเสียงานให้กับ AI มากขึ้นขึ้นจากตอนแรกที่ตัวเลขอยู่ที่ 28% ในปี 2024

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงแล้วในตลาดแรงงาน

จากรายงานของ Challenger, Gray & Christmas และ Layoffs.fyi มีการลดการจ้างงานที่เชื่อมโยงกับ AI กว่า 12,000 ตำแหน่งในสหรัฐฯ ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2026 คิดเป็นประมาณ 8% ของการปลดพนักงานทั้งหมด และในเชิงโลก Tech การโละพนักงานทิ้งก็มีตัวเลขที่พุ่งแตะ 45,000 คน

Deutsche Bank ยังออกรายงานเตือนว่าที่ชื่อว่า “AI Redundancy Washing” ซึ่งมันจะเป็นปรากฏการณ์สำคัญของปี 2026 กล่าวคือบริษัทขนาดใหญ่จะนำ AI มาเป็นข้ออ้างในการเลิกจ้างพนักงานทั้งที่จริง ๆ อาจมีสาเหตุอื่น

มันจะส่งผลต่อ Bitcoin และ Crypto อย่างไร?

ที่ปรึกษา Bitwise Jeff Park ชี้ว่า “ความไม่เท่าเทียมด้านความมั่งคั่งจะขยายสู่ระดับที่ไม่เคยเห็น และการถือครองสินทรัพย์จะทรงพลังกว่าแรงงาน เมื่อ AI ลดคุณค่าของแรงงานลงเรื่อย ๆ”

ผลกระทบต่อ Crypto มีทั้งสองด้าน ด้าน Bearish ในระยะสั้น Bitcoin มักถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ของตลาดภาพใหญ่มากกว่าปัจจัยทางเทคนิค และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ตลาดแรงกว่าหุ้น Tech ด้วยซ้ำ ข่าวว่างงานหนักอาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยงได้ในระยะสั้น

แต่ในระยะกลาง-ยาว สถานการณ์ที่ AI ผลักดันให้เกิดการกระจุกความมั่งคั่งสูงขึ้น และความเชื่อมั่นในระบบแรงงานดั้งเดิมลดลง อาจเป็นปัจจัยเร่งที่ผลักดันให้ผู้คนมองหาสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลและแรงงานและ Bitcoin คือตัวเลือกที่อยู่ในลิสต์นั้นเสมอ


คำเตือนของ Amodei ไม่ใช่แค่ “การพยากรณ์” แต่เป็นคำยืนยันจากปากคนที่กำลังสร้างเทคโนโลยีนั้นอยู่และนั่นคือสิ่งที่ทำให้มันน่ากลัวกว่าคำเตือนทั่วไป สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่การตัดงานโดยตรง แต่คือ การที่ AI “ปิดประตู” ไม่ให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน เพราะบริษัทจะหยุดจ้างคนระดับ Junior โดยอาศัย AI ทำแทน ถ้าแนวโน้มนี้เดินหน้าต่อ อีก 3–5 ปีข้างหน้า สังคมจะเริ่มตื่นตระหนักกับปัญหานี้อย่างจริงจัง และนั่นอาจเป็นปัจจัยเร่งที่ผลักให้คนหันมาสะสม Bitcoin ในฐานะตัวเก็บมูลค่านอกระบบ เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นทุกครั้งที่ระบบดั้งเดิมเริ่มสั่นคลอน

ที่มา: TFTC21, Fortune, CNBC, CoinTelegraph, CoinReporter