สรุปข่าว
- กองทุน Franklin OnChain U.S. Government Money Fund (FOBXX) และกองทุนในกลุ่ม BENJI ทั้งหมดมีสินทรัพย์รวมแตะ $1.98 พันล้าน ณ วันที่ 29 เม.ย. 2569
- BENJI กลายเป็น RWA ที่มีมูลค่าใหญ่อันดับสองบนเครือข่าย Stellar โดยมีมูลค่าบน Stellar เกิน $650 ล้าน ส่วน BlackRock BUIDL ยังคงครองอันดับหนึ่งด้วย AUM ใกล้ $3 พันล้าน
- จุดที่ต้องจับตาคือการขยายตัวของตลาด RWA โดยรวม ซึ่งนักลงทุนสถาบันเริ่มนำสินทรัพย์โลกจริงมาอยู่บนบล็อกเชนมากขึ้นต่อเนื่อง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่กองทุนของสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Franklin Templeton เติบโตต่อเนื่องจนแตะเกือบ $2 พันล้านบนบล็อกเชน เป็นสัญญาณว่าสถาบันการเงินเริ่มไว้วางใจโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนมากขึ้น ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในระบบนิเวศคริปโตโดยรวมในระยะยาว แม้จะไม่ใช่ปัจจัยที่จะผลักดันราคาในทันที
เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph Franklin Templeton ร่วมกับ Stellar Development Foundation ประกาศว่ากองทุน Franklin OnChain U.S. Government Money Fund (FOBXX) และกองทุนในกลุ่ม BENJI ทั้งหมด มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) รวมแตะ $1.98 พันล้าน ณ วันที่ 29 เม.ย. 2569 โดยเฉพาะบนเครือข่าย Stellar นั้น BENJI มีมูลค่าเกิน $650 ล้าน ทำให้กลายเป็น RWA ที่ใหญ่เป็นอันดับสองบนเครือข่ายดังกล่าว กองทุนนี้เปิดตัวครั้งแรกในเดือน เม.ย. 2564 และถือเป็นกองทุนรวมที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ กองทุนแรกที่ใช้บล็อกเชนสาธารณะเป็นระบบบันทึกธุรกรรมและความเป็นเจ้าของหน่วยลงทุน
จาก $512 ล้านสู่เกือบ $2 พันล้าน การเติบโตที่ไม่หยุด
เส้นทางการเติบโตของ FOBXX นั้นน่าสนใจมาก ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2568 กองทุนมี AUM อยู่ที่ $512 ล้าน แต่ภายในเวลาเพียงปีกว่า ตัวเลขพุ่งขึ้นเกือบ 4 เท่าจนใกล้แตะ $2 พันล้าน ส่วนหนึ่งมาจากการขยายฐานไปยังเครือข่ายบล็อกเชนหลายแห่ง ทั้ง Polygon, Avalanche, Arbitrum และ Solana โดย Franklin Templeton เปิดตัวบน Solana ในเดือน ก.พ. 2568
Franklin Templeton ยังเน้นย้ำถึงจุดเด่นของ BENJI ได้แก่ การโอนหน่วยลงทุนระหว่างผู้ถือได้โดยตรง (P2P) และการแจกจ่ายเงินปันผลบนเชนทุกวันตลอด 365 วันต่อปี นอกจากนี้ จำนวนนักลงทุนของ BENJI เพิ่มขึ้นกว่า 140% ระหว่าง เม.ย. 2567 ถึง มี.ค. 2569 และมียอดโอน P2P สะสมเกิน $211 ล้าน ณ วันที่ 31 มี.ค. 2569
RWA Tokenized ตลาดที่ BlackRock ยังเป็นเบอร์หนึ่ง
แม้ FOBXX จะเติบโตต่อเนื่อง แต่ BlackRock BUIDL ซึ่งเปิดตัวในเดือน มี.ค. 2567 ยังคงครองตำแหน่งอันดับหนึ่งในตลาด Tokenized Treasury ด้วย AUM ใกล้ $3 พันล้าน น่าสังเกตว่า BUIDL ใช้เวลาเพียงหกสัปดาห์หลังเปิดตัวก็แซง FOBXX ไปได้แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงแรงดึงดูดจากชื่อเสียงและขนาดของ BlackRock ในฐานะผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Invesco บริหารกองทุน Treasury บนบล็อกเชนมูลค่ากว่า $790 ล้าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการนำสินทรัพย์โลกจริงขึ้นบล็อกเชนกำลังกลายเป็นเทรนด์ที่บริษัทจัดการกองทุนรายใหญ่ทั่วโลกต่างหันมาให้ความสนใจอย่างจริงจัง รวมถึง xStocks ที่เปิดตัวบน BNB Chain นำหุ้น Apple-Tesla กว่า 50 ตัวขึ้นบล็อกเชน อีกด้วย
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าสนใจในแง่ที่มันยืนยันว่าตลาด RWA หรือการนำสินทรัพย์โลกจริงขึ้นบล็อกเชนกำลังเติบโตอย่างเงียบๆ แต่มั่นคง ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว การที่ Franklin Templeton เติบโตจาก $512 ล้านเป็นเกือบ $2 พันล้านในปีเดียวนั้นพิสูจน์ว่าสถาบันการเงินใหญ่ๆ เริ่มเห็นคุณค่าของบล็อกเชนในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน ไม่ใช่แค่เก็งกำไรแล้ว สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือว่า FOBXX จะแซง BlackRock BUIDL ได้ไหมในปีนี้ และตลาด RWA โดยรวมจะไปแตะ $1 หมื่นล้านได้เร็วแค่ไหน เพราะถ้าทำได้นั่นหมายความว่าบล็อกเชนกำลังก้าวเข้าสู่กระแสหลักของการเงินโลกอย่างแท้จริง
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI
