สรุปข่าว
- Geoff Kendrick นักวิเคราะห์ชื่อดังจากธนาคาร Standard Chartered ประเมินว่าราคา Bitcoin มีโอกาสทะยานขึ้นไปแตะระดับ 100,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 หลังจากที่ราคาสามารถทะลุแนวต้านสำคัญทางเทคนิคที่ 65,500 ดอลลาร์ซึ่งเป็นการยืนยันว่าจุดต่ำสุดของวัฏจักรได้ผ่านพ้นไปแล้ว
- ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศเพิ่มวงเงินการเข้าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเป็นสองเท่าจากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อรอบการดำเนินงานในช่วงระหว่างวันที่ 9 กันยายนถึง 4 พฤศจิกายนเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องในระบบ
- มาตรการดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วและช่วยคลี่คลายแรงกดดันในตลาดการเงิน ซึ่งถือเป็นสภาพแวดล้อมที่ส่งผลดีต่อ Bitcoin โดยตรงเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดและทนทานต่อการลดค่าของเงินตรา
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องของกระทรวงการคลังสหรัฐช่วยลดแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งส่งผลให้นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำปรับเป้าหมายราคา Bitcoin สู่ระดับสูงสุดใหม่อีกครั้ง
ราคา Bitcoin กำลังแสดงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจากดีดตัวขึ้นไปใกล้ระดับ 69,000 ดอลลาร์ โดยได้รับแรงส่งสำคัญจากบทวิเคราะห์ของ Geoff Kendrick นักวิเคราะห์ชั้นนำจากธนาคาร Standard Chartered ที่ระบุว่า Bitcoin อาจพร้อมสำหรับการพุ่งทะยานสู่ระดับ 100,000 ดอลลาร์ภายในช่วงสิ้นปี 2026 นี้ เนื่องจากกระทรวงการคลังสหรัฐได้ยกระดับการสนับสนุนสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเพื่อสกัดกั้นการพุ่งขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในระบบการเงิน
ในบันทึกที่ส่งถึงกลุ่มลูกค้า Kendrick ชี้ให้เห็นว่าระดับราคา 65,500 ดอลลาร์เป็นแนวต้านทางเทคนิคที่สำคัญอย่างยิ่ง และการที่ราคาเบรกทะลุแนวต้านดังกล่าวขึ้นมาได้ถือเป็นการยืนยันว่าจุดต่ำสุดของรอบวัฏจักรได้สิ้นสุดลงไปแล้ว พร้อมทั้งแนะนำให้นักลงทุนเริ่มวางสถานะเพื่อเตรียมพร้อมรับการเคลื่อนไหวสู่ระดับ 100,000 ดอลลาร์ นอกจากเรื่องวัฏจักร 4 ปีที่เข้าสู่ช่วงต่ำสุดแล้ว เขายังเน้นย้ำถึงประกาศล่าสุดของกระทรวงการคลังสหรัฐที่จะเพิ่มขนาดวงเงินสูงสุดของการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ถึง 20 ปี และ 20 ถึง 30 ปี จากเดิมรอบละ 2 พันล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ โดยมีกำหนดการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนไปจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน
การประกาศดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยบรรเทาความตึงเครียดในตลาดการเงินหลังจากที่เผชิญกับแรงเทขายพันธบัตรอย่างหนักก่อนหน้านี้ โดย Kendrick ระบุว่ามาตรการแทรกแซงสภาพคล่องของรัฐบาลเป็นสิ่งที่ตลาด Bitcoin ชื่นชอบมากที่สุด เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดนี้มีสถิติที่มักจะได้รับประโยชน์จากการแทรกแซงทางการเงินและมีคุณสมบัติด้านจำนวนอุปทานที่จำกัดซึ่งช่วยป้องกันการเสื่อมค่าของเงินตรา ทั้งนี้ สัญญาณเริ่มต้นได้สะท้อนผ่านราคา Bitcoin ที่พุ่งขึ้นมากกว่า 6% ทะลุระดับ 69,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ที่มา: cointelegraph
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การที่นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Standard Chartered ออกมาตั้งเป้าหมาย 100,000 ดอลลาร์ สอดรับกับมาตรการซื้อคืนพันธบัตรของคลังสหรัฐ เป็นเครื่องยืนยันว่าสภาพคล่องกำลังจะเริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง การลดลงของผลตอบแทนพันธบัตรจะบีบให้นักลงทุนต้องมองหาผลตอบแทนในสินทรัพย์อื่น และด้วยคุณสมบัติของ Bitcoin ที่ผ่านการพักฐานจนแตะจุดต่ำสุดของรอบวัฏจักรแล้ว เม็ดเงินสภาพคล่องใหม่นี้จึงมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นแรงผลักดันหลักให้ราคาพุ่งทำลายสถิติได้อย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์

