bitkub-banner

หุ้นคริปโตกอดคอพุ่งยกแผง รับกฎหมาย Clarity Act คืบหน้า 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • หุ้นกลุ่มคริปโตปิดบวกยกแผง นำโดย Circle (CRCL) ที่พุ่งทะยานเกือบ 20% หลังวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในร่างกฎหมาย Clarity Act ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม Stablecoin
  • ข้อสรุปใหม่สั่งห้ามการจ่ายผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยแก่ผู้ถือ Stablecoin ในลักษณะที่เทียบเท่าเงินฝากธนาคาร เพื่อป้องกันเงินไหลออกจากระบบธนาคารดั้งเดิม แต่ยังเปิดช่องให้แพลตฟอร์มมอบรางวัลแก่ผู้ใช้งานตามกิจกรรมการใช้งานได้
  • แม้กลุ่มธนาคารจะยังกังวลเรื่องการให้รางวัล (Rewards) ของแพลตฟอร์มอย่าง Coinbase แต่ตลาดมองว่า ความชัดเจนทางกฎหมายนี้คือ ชัยชนะครั้งใหญ่ที่จะช่วยให้สถาบันการเงินเข้าสู่โลกดิจิทัลได้เต็มตัวมากขึ้น

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish 

ความคืบหน้าของกฎหมาย Clarity Act คือ การปลดล็อกความไม่แน่นอนที่ค้างคามานานหลายปี การพุ่งขึ้นของหุ้น Circle และ Coinbase สะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่า Stablecoin จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายสหรัฐฯ อย่างสมบูรณ์ 

หากกฎหมายนี้ผ่านวุฒิสภาได้จริง จะเป็นแรงส่งมหาศาลให้เม็ดเงินสถาบันไหลเข้าสู่ตลาดคริปโต และผลักดันราคาความต้องการสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวมให้เติบโตอย่างมั่นคง

หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีปิดบวกอย่างแข็งแกร่ง ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีหุ้นของ Circle บริษัทผู้ออกเหรียญ Stablecoin (USDC) เป็นผู้นำกลุ่ม ด้วยการพุ่งขึ้นถึง 19.89% ปิดที่ 119.53 ดอลลาร์ ซึ่งปัจจัยบวกหลัก มาจากการบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในประเด็นขัดแย้งของร่างกฎหมาย Clarity Act ที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน 

นอกจากนี้ หุ้นตัวอื่นในกลุ่ม ยังปรับตัวขึ้นตามกัน ไม่ว่าจะเป็น Coinbase ที่บวก 6.14%, Bitgo ที่เพิ่มขึ้น 10.26% และ SOL Strategies ที่พุ่งแรงขึ้นถึง 17.83% 

สวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในภาพรวมที่ดัชนี Dow Jones และ S&P 500 ต่างปิดลบเนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

ความคืบหน้าในวอชิงตัน จุดเปลี่ยนเรื่องผลตอบแทน Stablecoin

แรงส่งที่ทำให้หุ้นกลุ่มนี้พุ่งแรง เกิดขึ้นหลังจากวุฒิสมาชิก Angela Alsobrooks และ Thom Tillis สามารถหาข้อสรุปในประเด็นสำคัญเรื่อง “การจ่ายผลตอบแทนจาก Stablecoin” ซึ่งเคยเป็นจุดติดขัดหลักของกฎหมาย Clarity Act 

โดยข้อบัญญัติใหม่นี้กำหนด ห้ามไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนใด ๆ แก่ลูกค้าในสหรัฐฯ เพียงเพื่อการถือครอง Stablecoin หรือการจ่ายในลักษณะที่ “มีผลเทียบเท่ากับการจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการดึงเงินไหลออกจากระบบธนาคารดั้งเดิมเข้าสู่โลกคริปโตมากเกินไป

เสียงคัดค้านจากกลุ่มธนาคาร และคำชี้แจงจากวุฒิสภา

แม้จะมีความคืบหน้า แต่กลุ่มสมาคมธนาคารรายใหญ่ยังคงแสดงท่าทีคัดค้าน โดยมองว่า ร่างแก้ไขล่าสุดนี้ยัง “ดีไม่พอ” เนื่องจากพวกเขากังวลว่า แม้จะห้ามผู้ออกเหรียญจ่ายดอกเบี้ยโดยตรง แต่อาจเปิดช่องให้แพลตฟอร์มอย่าง Coinbase สามารถให้รางวัล แก่ผู้ใช้งานได้ ซึ่งยังคงเป็นความเสี่ยงต่อยอดเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ 

ซึ่งวุฒิสมาชิก Tillis ได้ออกมาตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญและเป็นไปตามความเห็นพ้องส่วนใหญ่แล้ว โดยยืนยันว่าข้อตกลงนี้ได้สั่งห้ามการให้รางวัลที่ดูคล้ายกับดอกเบี้ยธนาคาร ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ทุกฝ่ายกังวล เรื่องการไหลออกของเงินฝากเรียบร้อยแล้ว

ที่มา : theblock


มุมมองผู้เขียน : แม้การที่กฎหมายสั่งห้ามไม่ให้ Stablecoin จ่ายดอกเบี้ยแข่งกับเงินฝากธนาคารจะดูเหมือนเป็นข้อเสียในตอนแรก แต่ในมุมมองธุรกิจนี่คือการยอมถอยหนึ่งก้าวเพื่อรุกคืบครั้งใหญ่ เพราะการไม่แข่งกับธนาคารโดยตรงจะช่วยลดแรงต้านและทำให้ USDC สามารถก้าวเข้าสู่ระบบการเงินหลักได้อย่างเต็มตัว