bitkub-banner

พอล แอตกินส์ เผย SEC กำลังเร่งประเมินผลกระทบ หลังชะลอการอนุมัติ Prediction Market ETF 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • พอล แอตกินส์ ประธาน กลต. สหรัฐฯ ประกาศเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน เพื่อประเมินผลกระทบของกองทุน Event Contract ETF ซึ่งเป็นกองทุนรูปแบบใหม่
  • คำสั่งนี้ส่งผลให้กองทุนประเภททำนายผลลัพธ์ระลอกแรกจำนวน 24 กองทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น Bitwise, Roundhill และ GraniteShares ต้องถูกชะลอการอนุมัติออกไปก่อน
  • การยื่นจัดตั้งกองทุนเหล่านี้ เติบโตตามกระแสความสำเร็จของแพลตฟอร์มทำนายผลอย่าง Polymarket และ Kalshi แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนเป็นสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง นักลงทุนอาจสูญเงินเกือบทั้งหมดหากทายผลผิดพลาด

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

การสั่งชะลออนุมัติกองทุน Prediction Market ETF ของ กลต. สหรัฐฯ ในรอบนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin หรือเหรียญหลักในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยตรง เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ที่อิงกับ “สัญญาเหตุการณ์” ทางการเมืองและเศรษฐกิจ ไม่ใช่การลงทุนในตัวเหรียญดิจิทัลโดยตรง

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนในเร็วๆ นี้ เกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลกองทุนรวมดัชนี (ETF) รูปแบบใหม่ ซึ่งรวมถึงกองทุนที่อ้างอิงอยู่บน “สัญญาเหตุการณ์” 

โดย Paul Atkins  ประธาน SEC ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ทางหน่วยงานกำลังอยู่ระหว่างการประเมิน “ประเด็นคำถามรูปแบบใหม่” ที่เกิดจากกองทุน ETF ประเภทต่างๆ ที่เพิ่งทยอยเปิดตัว ซึ่งรวมถึงกลุ่มกองทุน Event Contract ETF พร้อมทั้งกล่าวแสดงความขอบคุณต่อผู้จัดการกองทุน ที่ยินยอมให้มีการชะลอการอนุมัติออกไปก่อน เพื่อให้ SEC สามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้อย่างโปร่งใสและรอบคอบที่สุด

เบื้องหลังการชะลออนุมัติกองทุนทายผลการเมือง และเศรษฐกิจ

แถลงการณ์ล่าสุดของประธาน Atkins ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า SEC ได้สั่งชะลอการตัดสินใจอนุมัติกองทุนประเภททำนายผลลัพธ์ (Prediction Market ETFs) ระลอกแรก ซึ่งเป็นกองทุนที่ผูกอยู่กับผลลัพธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจ

โดยการสั่งเลื่อนการอนุมัติในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อกองทุน ETF จำนวน 24 กองทุนจากบริษัทผู้จัดตั้งยักษ์ใหญ่ อาทิ Bitwise, Roundhill และ GraniteShares ซึ่งเดิมทีมีกำหนดเปิดตัวและซื้อขายในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากที่ได้ยื่นเอกสารขอจัดตั้งไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และใกล้จะสิ้นสุดกรอบระยะเวลาการตรวจสอบ 75 วันของทางหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว

อานิสงส์จากความร้อนแรงของแพลตฟอร์ม Polymarket และ Kalshi

การยื่นขอจัดตั้งกองทุน ETF เหล่านี้ เกิดขึ้นตามกระแสความสำเร็จอย่างถล่มทลายของแพลตฟอร์มทำนายผลชื่อดังอย่าง Polymarket และ Kalshi ซึ่งมียอดปริมาณการซื้อขายรายเดือน รวมกันทะลุ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากแนวทาง และแรงสนับสนุนของหน่วยงานกำกับดูแลระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ 

ทั้งนี้ กองทุน ETF ที่ยื่นเข้ามาใหม่นี้ มีเป้าหมายที่จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถทำกำไรจากผลลัพธ์เหตุการณ์สำคัญในอนาคตได้ เช่น ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2028, อัตราการเลิกจ้างในภาคเทคโนโลยี ไปจนถึงโอกาสในการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ความเสี่ยงระดับสูง และมุมมองจากนักวิเคราะห์ระดับสากล

กองทุนประเภทนี้แฝงไปด้วยความเสี่ยงที่สูงกว่ากองทุน ETF ที่อ้างอิงดัชนีตลาดทั่วไปหรือเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีอย่างมาก โดยในเอกสารชี้ชวนของกองทุนได้มีการระบุคำเตือนไว้ชัดเจนว่า นักลงทุนมีโอกาสที่จะสูญเสียเงินลงทุนเกือบทั้งหมด หากผลลัพธ์ของเหตุการณ์จริงไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ 

ทางด้าน Eric Balchunas นักวิเคราะห์อาวุโสฝ่าย ETF ของ Bloomberg ได้แสดงความเห็นผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า “SEC กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหม่ และต้องการเวลา รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมอย่างชัดเจน เนื่องจากกองทุนเหล่านี้ถือเป็นสิ่งใหม่ ทำให้หน่วยงานต้องมั่นใจในความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะยอมเปิดประตูต้อนรับนวัตกรรมนี้เข้าสู่ตลาดกระแสหลัก”

ที่มา : theblock


มุมมองผู้เขียน : การสั่งชะลอของประธาน พอล แอตกินส์ ในรอบนี้ไม่ใช่การ “สั่งแบน” เหมือนในยุคก่อน แต่เป็นการชะลอเพื่อจัดระเบียบ และตรวจเช็กความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ซึ่งหากไม่มีกฎเกณฑ์ที่รัดกุม นักลงทุนรายย่อยอาจจะเสียหายหนักได้