bitkub-banner

Humanity Protocol ประกาศเบนเข็มสู่ธุรกิจ AI สำหรับองค์กร หลังถูกแฮก $36 ล้าน 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Humanity Protocol (H) โปรเจกต์คริปโตด้านการพิสูจน์ตัวตนดิจิทัล ประกาศปรับทิศทางธุรกิจไปสู่ผลิตภัณฑ์ AI สำหรับองค์กร หลังถูกแฮกมูลค่ากว่า 36 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,000 ล้านบาท
  • ผู้ก่อตั้งยืนยันว่า เหตุแฮกไม่ได้เกิดจากช่องโหว่ของสัญญา Smart Contract แต่มีต้นตอมาจากแล็ปท็อปของนักพัฒนาที่ถูกโจมตี จนนำไปสู่การเข้าถึง Private Key ของสมาชิก Humanity Foundation
  • ทีมงานยอมรับว่าโอกาสกู้เงินคืนค่อนข้างต่ำ และเตรียมเดินหน้า Token Migration พร้อมกระบวนการเคลมและชดเชยความเสียหายผ่านมูลนิธิ

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

Humanity Protocol (H) โปรเจกต์พิสูจน์ตัวตนดิจิทัล ประกาศปรับทิศทางไปสู่ตลาด AI สำหรับองค์กร หลังถูกแฮกกว่า 36 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,000 ล้านบาท จนเงินในคลังถูกดูดและราคาโทเคน H ร่วงหนัก ผู้ก่อตั้ง Terence Kwok ระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากช่องโหว่ Smart Contract แต่ยอมรับว่า โอกาสกู้เงินคืนมีน้อย จึงเตรียมเดินหน้า Token Migration และกระบวนการชดเชยผ่านมูลนิธิ แม้ทีมงานจะปฏิเสธข้อกล่าวหา Rug Pull แต่โจทย์ใหญ่หลังจากนี้คือการฟื้นความเชื่อมั่น และพิสูจน์ว่าแผนเบนเข็มสู่ Enterprise AI จะสร้างการใช้งานจริงได้ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเรื่องเล่าหลังวิกฤต

Humanity Protocol (H) โปรเจกต์คริปโตด้านการพิสูจน์ตัวตนดิจิทัลที่เคยถูกมองเป็นคู่แข่งของ Worldcoin ในอดีต ล่าสุดบริษัทได้ประกาศปรับทิศทางธุรกิจไปสู่ผลิตภัณฑ์ AI สำหรับองค์กร หลังเผชิญเหตุการณ์แฮกมูลค่ากว่า 36 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,000 ล้านบาท ส่งผลให้เงินในคลังของโปรเจกต์ถูกดูดออกไป และราคาโทเคน H ร่วงลงอย่างหนัก

Terence Kwok ผู้ก่อตั้ง Humanity Protocol เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังเหตุโจมตีเดือนมิถุนายนว่า ทีมงานได้ทบทวนทิศทางของโปรเจกต์มาตลอด 6-9 เดือนที่ผ่านมา และเหตุการณ์แฮกครั้งนี้เป็นตัวเร่งให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นเร็วขึ้น โดยต่อจากนี้ โปรเจกต์จะลดภาพจำในฐานะโปรเจกต์บล็อกเชนหรือการยืนยันตัวตนดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ และหันไปเน้นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับตลาด AI ระดับองค์การแทน

จาก Proof of Personhood สู่ตลาด AI สำหรับองค์กร

เดิมที Humanity Protocol พัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนด้าน Credentialing หรือระบบยืนยันตัวตน โดยมีแนวคิดหลักคือ Proof of Personhood หรือการพิสูจน์ว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริง ก่อนขยายไปสู่ข้อมูลรับรองด้านการจ้างงาน สินทรัพย์ และการประเมินเครดิต รวมถึงเคยร่วมมือกับ MasterCard ในด้าน Proof of Assets หรือการพิสูจน์การถือครองสินทรัพย์

Kwok ระบุว่า ในโลกที่ AI มีบทบาทมากขึ้น เรื่องตัวตน ความน่าเชื่อถือ และข้อมูลรับรองจะยิ่งสำคัญต่อภาคธุรกิจ โดยทีมงานได้เริ่มทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับบริษัท AI แล้ว และเตรียมเปิดตัวบริการเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับตลาด Enterprise AI ทั้งนี้ Humanity Protocol มีผู้ลงทะเบียนแล้วประมาณ 10 ล้านคน และมีผู้ใช้หลายล้านคนที่ถือครอง Credential ซึ่งผ่านการรับรองเรียบร้อยแล้ว

Terrence Kwok ผู้ก่อตั้ง Humanity Protocol (คนขวามือ) ที่มา:Youtube/The Block

สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ Humanity Protocol ถูกแฮก

Kwok ชี้แจงว่า สาเหตุของการถูกแฮกไม่ได้มาจากช่องโหว่ของสัญญา Smart Contract แต่มีต้นตอมาจากแลปท็อปของนักพัฒนาคนหนึ่งที่ถูกโจมตี หลังมีอีเมลฟิชชิงถูกส่งไปยังสมาชิกหลายคนในทีม แม้ไม่มีใครกดลิงก์ แต่ผู้โจมตีกลับสามารถเข้าถึง Private Key ของสมาชิก Humanity Foundation ได้

นักวิเคราะห์ On-chain ประเมินว่า กระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับโปรเจกต์ถูกดูดเงินออกไปมากกว่า 32 ล้านดอลลาร์ ขณะที่โทเคน H ร่วงลงราว 89% หลังผู้โจมตีสร้างและเทขายโทเคน H ในหลายบล็อกเชน 

ในประเด็นการกู้เงินคืน Kwok ยอมรับว่า โอกาสได้เงินกลับมาค่อนข้างต่ำ พร้อมเปรียบเทียบกับกรณี Bybit ที่ยังต้องพยายามติดตาม Ethereum มูลค่าราว 1.4 พันล้านดอลลาร์ที่ถูกขโมยไปเมื่อปีที่แล้ว โดยระบุว่า เป้าหมายหลักของทีมในตอนนี้คือการสร้างโปรเจกต์ขึ้นใหม่ มากกว่าการทุ่มทรัพยากรไปกับการตามคืนเงินที่สูญเสียไป

แผนฟื้นฟูของ Humanity Protocol จะประกอบด้วย Token Migration หรือการย้ายโทเคน รวมถึงกระบวนการยื่นเคลมและชดเชยความเสียหายผ่าน Humanity Foundation โดยขณะนี้มีการออกโทเคนใหม่และเริ่ม Airdrop ไปยังกระเป๋าของผู้ใช้หลายกลุ่ม รวมถึงกระดานเทรดรายใหญ่ 

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องหารือกันต่อ เช่น เวลาสำหรับ Snapshot การระงับฝากถอน สภาพคล่องใน Liquidity Pool และการดูแลสินทรัพย์ผ่าน Custodian ขณะเดียวกัน Kwok ระบุว่า ได้ประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในหลายประเทศแล้ว รวมถึงฮ่องกงและสหรัฐฯ

โต้ข้อกล่าวหาคนใน Rug Pull หลังราคาโทเคน H ดิ่งหนัก

ขณะเดียวกัน Kwok ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่า เหตุการณ์นี้อาจเป็นการ Rug Pull หรือการจัดฉากโดยทีมงานเอง โดยระบุว่า แม้ ZachXBT นักสืบ On-chain ชื่อดังจะตั้งข้อสงสัยในช่วงแรก แต่การวิเคราะห์ภายหลังพบว่า เงินของผู้โจมตีมีการปะปนกับเงินจากเหตุการ์แฮกก่อนหน้านี้ ซึ่งช่วยลดน้ำหนักข้อกล่าวหาดังกล่าวลงไปได้มาก

ข้อมูลกราฟราคาในอดีต แสดงให้เห็นว่า โทเคน H เคยซื้อขายอยู่ที่ระดับราคา 0.67-0.85 ดอลลาร์ แต่หลังจากเกิดเหตุกาณ์แฮกในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ราคาได้ร่วงลงมาเหลือ 0.05-0.13 ดอลลาร์ ภายในเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมงต่อมา

ในขณะที่รายงาน Humanity (H) มีการซื้อขายอยู่ที่ 0.06892 ดอลลาร์ ลดลงมากกว่า 88% ตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap


มุมมองผู้เขียน: ความท้าทายสำคัญของ Humanity Protocol หลังจากนี้คือ การฟื้นความเชื่อมั่น ทั้งในแง่การชดเชยผู้เสียหาย ความโปร่งใสของการย้ายโทเคน และการพิสูจน์ว่าแผนเบนเข็มสู่ AI สำหรับองค์กรจะสามารถสร้างการใช้งานจริงได้ ไม่ใช่เป็นเพียงการเปลี่ยนเรื่องเล่าหลังวิกฤตเท่านั้น

ที่มา:theblock