สรุปบทความ
- BitConnect แชร์ลูกโซ่คริปโตมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ จัดงานใหญ่ครั้งสุดท้ายที่พัทยาเมื่อ 28 ต.ค. 2017 ก่อนล่มในเดือนมกราคม 2018 ราคา BCC ร่วง 92% ในวันเดียว
- สัญญาณการตลาดยุคใหม่บน X เช่น สัญญาณเทรด AI ความแม่นยำ 98%, แจกเหรียญฟรี, วาฬสัญญาณ Long-Squeeze ใช้กลไกจิตวิทยาเดียวกับ BitConnect
- ไทยเป็นเป้าหมายสแกมคริปโตต่อเนื่อง เดือนมีนาคม 2026 เหยื่อยื่นร้องคดี 1,300 ล้านบาท และเดือนพฤษภาคม 2026 ผู้ร่วมก่อตั้ง Forsage ถูกส่งตัวจากภูเก็ตไปขึ้นศาลสหรัฐฯ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา BEARISH
ข่าวนี้เป็นลบต่อตลาดคริปโตในมุมความเชื่อมั่นรายย่อย เพราะการแพร่ระบาดของสแกมรูปแบบ BitConnect 2.0 จะดึงเงินจากนักลงทุนหน้าใหม่ไปสู่โครงการหลอกลวง แทนที่จะไหลเข้าโปรเจกต์ที่มีคุณค่าจริง และเมื่อสแกมล่มในที่สุด จะสร้างคลื่นความไม่ไว้วางใจที่กระทบทั้งตลาด เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2018 หลัง BitConnect ล่ม
“Hey Hey Heyyy! BitConneeeeeect!” เสียงตะโกนของ Carlos Matos บนเวทีที่พัทยาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2017 ยังคงเป็นมีมในวงการคริปโตจนถึงทุกวันนี้ แต่สิ่งที่หลายคนลืมไปคือ ตอนที่ Matos กำลังตะโกนอย่างมีความสุขบนเวทีในประเทศไทยนั้น เขากำลังโปรโมตแชร์ลูกโซ่มูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ที่กำลังจะล่มสลายในอีก 3 เดือนต่อมา และทำลายชีวิตนักลงทุนนับไม่ถ้วนทั่วโลก รวมถึงคนไทยจำนวนมาก
ผ่านไป 8 ปี ผมเปิด X (Twitter) ในวันนี้แล้วเห็นอะไรรู้ไหมครับ? สัญญาณการตลาดแบบเดียวกันเป๊ะ บอทสแปม “สัญญาณเทรดความแม่นยำ 98%” โพสต์ซ้ำ ๆ วันละสิบกว่าครั้ง บัญชี “Mystic Doge” แจกเหรียญฟรีถ้าส่งเงินเข้ามาก่อน “เจ้ามือสัญญาณ Long-Squeeze” รับประกันเป้า 1.5x และที่น่ากลัวที่สุดคือ ตอนนี้ตลาดกำลังแกว่ง Bitcoin ติดอยู่แถว ๆ $75,000 รายย่อยไทยกำลังหิว altcoin season แบบที่หิวเมื่อปลายปี 2017 พอดี นี่คือสภาพแวดล้อมในฝันของ BitConnect 2.0
BitConnect คืออะไร ทำไมถึงเป็นแชร์ลูกโซ่ที่ตำนานที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต

ย้อนกลับไปเดือนกุมภาพันธ์ 2016 BitConnect เปิดตัวด้วยข้อเสนอที่ฟังดูเหมือนสวรรค์สำหรับนักลงทุน นั่นคือ “Lending Program” หรือโปรแกรมปล่อยกู้ที่อ้างว่าใช้ “BitConnect Trading Bot” และ “Volatility Software” ในการทำกำไรจากความผันผวนของตลาด Bitcoin โดยรับประกันผลตอบแทนสูงถึง 1% ต่อวัน หรือประมาณ 40% ต่อเดือน
วิธีการคือต้องซื้อ BitConnect Coin (BCC) ด้วย Bitcoin ก่อน จากนั้นล็อกเหรียญไว้ในระบบเพื่อรับดอกเบี้ยรายวัน ยิ่งฝากนาน ยิ่งได้ดอกเบี้ยสูง และถ้าชวนเพื่อนมาลงทุนต่อ ก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นเป็นชั้น ๆ สูงสุดถึง 15% หลายชั้น ฟังดูคุ้นไหมครับ? ใช่ครับ มันคือโครงสร้าง MLM (Multi-Level Marketing) แบบแชร์ลูกโซ่ชัด ๆ
ในช่วงพีคของกระแสในเดือนธันวาคม 2017 ราคา BCC พุ่งทะลุ $463 ต่อเหรียญ มูลค่าตลาดรวมแตะ 3.4 พันล้านดอลลาร์ ทุกคนคิดว่ารวยแล้ว ทุกคนคิดว่าตัวเองคือนักลงทุนอัจฉริยะที่เจอ “โอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต” และนี่คือจุดที่งานพัทยาเกิดขึ้น
ทำไมงานใหญ่ของ BitConnect ถึงจัดที่พัทยา ประเทศไทย

วันที่ 28 ตุลาคม 2017 BitConnect จัดงาน Annual Ceremony ครั้งแรก (และครั้งเดียว) ที่พัทยา ประเทศไทย คำถามคือ ทำไมต้องเป็นไทย? ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แชร์ลูกโซ่คริปโตในยุคนั้นชอบจัดงานในประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายควบคุมคริปโตชัดเจน และไทยในปี 2017 คือสวรรค์ของพวกเขา
บนเวทีวันนั้น Carlos Matos นักลงทุนและโปรโมเตอร์ชาวอเมริกัน ก้าวขึ้นไปพร้อมแว่นกันแดดและพลังงานที่ล้นเหลือ ตะโกน “Hey Hey Heyyy! BitConneeeeeect!” จนกลายเป็นมีมระดับตำนานในโลกคริปโต Matos เล่าว่าเขาเอาเงินเก็บทั้งหมด $25,610 มาลงทุน และในเวลาไม่นานทำกำไรได้กว่า $200,000 ภรรยาของเขาบอกว่า “ลงไปเลย ลงให้หมด”
ปลายเดือนตุลาคม 2017 ทุกคนในห้องนั้นยังคิดว่ารวย สามเดือนต่อมา วันที่ 16 มกราคม 2018 BitConnect ปิดตัว ราคา BCC ร่วงกว่า 92% ในวันเดียว Matos สูญเงินทั้ง $25,610 ที่ลงทุน บวกกับ $200,000 ที่คิดว่ากำไร และที่หนักกว่านั้นคือ ภรรยาทิ้งเขาไป นี่ไม่ใช่มีมตลก ๆ แต่คือชีวิตจริงของคนที่ถูกหลอก
Playbook ของ BitConnect และสัญญาณเตือนที่กลับมาบน X ตอนนี้

มาดูสูตรของ BitConnect แล้วเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นบน X วันนี้กันครับ
- สัญญาผลตอบแทนสูงและรับประกัน BitConnect เคยอ้าง 1% ต่อวัน ตอนนี้บอทบน X อ้าง “สัญญาณเทรดความแม่นยำ 98%” และ “เป้า 1.5x ทุกครั้ง” ใครรับประกันผลตอบแทนในตลาดคริปโตได้? คำตอบคือ ไม่มีใคร
- เทคโนโลยีลึกลับที่อธิบายไม่ได้ BitConnect มี “Volatility Software” ที่ไม่มีใครเคยเห็น ตอนนี้บอท X พูดถึง “AI Trading Bot” และ “เจ้ามือ Signal Algorithm” ที่ก็ไม่มีใครเคยเห็นเหมือนกัน รายงานสแกมปี 2026 ระบุชัดว่าสแกมยุคใหม่ห่อหุ้มกลไกแชร์ลูกโซ่เดิมด้วยแดชบอร์ด AI และ “ภาษาแบบสถาบัน”
- โครงสร้างแนะนำเพื่อนแบบหลายชั้น BitConnect ให้ค่าคอม MLM สูงสุด 15% ตอนนี้ “กลุ่ม Telegram ฟรี” ที่สแปมบน X จริง ๆ คือกลุ่มที่จะดันให้คุณซื้อเหรียญที่เขาถืออยู่ก่อน หรือชวนเข้าระบบ Affiliate ในที่สุด
- การใช้คนดังและ Influencer BitConnect มี Carlos Matos, Trevon James, CryptoNick ตอนนี้มี “Mystic Doge” และบัญชีนิรนามที่ทำตัวเป็นเซเลบสายเทรด
- ค่าธรรมเนียมก่อนถอน รายงานสแกมปี 2026 พูดถึง “advance fee scam” ที่หลังจากเหยื่อ “กำไร” แล้ว ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเพื่อถอน นี่คือสูตรเก่าที่ไม่เคยตาย
ไทยคือเป้าหมายของสแกมคริปโตมาตลอด ไม่ใช่แค่ BitConnect

ถ้าคิดว่า BitConnect คือเรื่องในอดีต ลองดูตัวเลขเหล่านี้ครับ
เดือนพฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา Olena Oblamska ผู้ร่วมก่อตั้ง Forsage แพลตฟอร์มที่อัยการสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นแชร์ลูกโซ่และพีระมิด ถูกส่งตัวจากไทยกลับไปขึ้นศาลที่รัฐ Oregon เธอถูกจับที่ภูเก็ตในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ในข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงทางสายโทรเลข Forsage หลอกเหยื่อทั่วโลกด้วยรูปแบบเดียวกับ BitConnect คือสัญญาผลตอบแทนสูงผ่านสมาร์ทคอนแทรกต์
เดือนมีนาคม 2026 มีกลุ่มเหยื่อยื่นร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ไทยเรื่องสแกมการลงทุนคริปโตที่สร้างความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท หรือประมาณ 35 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างผลตอบแทนสูงถึง 500 เท่าของเงินลงทุน ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ตำรวจไทยจับกุม 15 คนในกรุงเทพฯ ที่ดำเนินการแพลตฟอร์มเทรดปลอม หลอกนักลงทุนทั่วโลก และเดือนมิถุนายน 2025 หน่วยงานไทยปิดศูนย์สแกมในกรุงเทพฯ ที่หลอกชาวออสเตรเลีย โดยเงินทั้งหมดถูกโอนเข้าระบบคริปโต
เห็นแพทเทิร์นไหมครับ? ไทยไม่ได้เป็นแค่ที่จัดงาน BitConnect ครั้งสุดท้าย แต่กลายเป็นทั้งฐานปฏิบัติการของสแกม และเป็นตลาดเหยื่อที่อ้วนพีของพวกมิจฉาชีพคริปโตทั่วโลก เหตุผลก็ชัดเจน นั่นคือ คนไทยมีความรู้คริปโตในระดับใช้งานได้ มีเงินออม และมีความหิวกำไรสูง ส่วนผสมที่สมบูรณ์แบบสำหรับมิจฉาชีพ
ใครรับผิดชอบ BitConnect แล้วบ้าง คำตอบที่น่าผิดหวัง

มาดูสถานะคดี BitConnect กันครับ Satish Kumbhani ผู้ก่อตั้ง BitConnect ชาวอินเดีย ถูกคณะลูกขุนใหญ่ที่ San Diego ฟ้องเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2022 ในข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงทางสายโทรเลข ฉ้อโกงทางสายโทรเลข สมคบคิดปั่นราคาคอมมอดิตี้ ดำเนินธุรกิจส่งเงินโดยไม่มีใบอนุญาต และสมคบคิดฟอกเงินระหว่างประเทศ ผลคืออะไร? จนถึงเดือนมีนาคม 2022 เขายังคงหลบหนีอยู่ และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีรายงานว่าจับได้
Glenn Arcaro โปรโมเตอร์หลักในสหรัฐฯ รับสารภาพเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2021 ในข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงทางสายโทรเลข ยอมรับว่าได้ค่าคอมมิชชั่นกว่า 24 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 12 มกราคม 2023 ศาลรัฐบาลกลางสั่งให้เขาจ่ายชดเชยกว่า 17.6 ล้านดอลลาร์ให้กับเหยื่อประมาณ 800 รายจากกว่า 40 ประเทศ คิดดูครับ เหยื่อ 800 รายต่อเงิน 17.6 ล้านดอลลาร์ เฉลี่ยคนละ 22,000 ดอลลาร์ และนี่แค่เหยื่อที่ลงทะเบียนได้สิทธิ์เท่านั้น
ในเดือนมิถุนายน 2021 ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ฟ้องโปรโมเตอร์ BitConnect 5 ราย รวมถึง Trevon Brown (Trevon James) และ Michael Noble (CryptoNick) ในข้อหาขายหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียน นี่คือยูทูบเบอร์สายคริปโตที่ดังที่สุดในยุคนั้น คนที่นั่งหน้ากล้องแล้วบอกผู้ติดตามให้ “ลงทุนกับ BitConnect ที่ผมใช้อยู่” ผมขอถามตรง ๆ ครับ ตอนนี้ใน X มี Influencer คริปโตไทยกี่คนที่กำลังโปรโมต “แพลตฟอร์มเทรดอัตโนมัติ” หรือ “กลุ่มสัญญาณ VIP” โดยที่คุณไม่รู้ว่าเขาได้ค่าคอมเท่าไหร่?
วิธีดูออกว่าอันไหนคือ BitConnect 2.0
หลังจากเห็นสูตรของ BitConnect และสแกมยุคใหม่แล้ว ผมขอสรุปธงแดง (red flags) ที่ถ้าเจอแม้แต่อย่างเดียว ให้วิ่งหนีทันทีครับ
- รับประกันผลตอบแทน ไม่ว่าจะเป็น 1% ต่อวัน 40% ต่อเดือน หรือ “ความแม่นยำ 98%” ในตลาดคริปโตจริง ไม่มีใครรับประกันได้ แม้แต่กองทุนเฮดจ์ระดับโลกก็ขาดทุน
- เทคโนโลยีลึกลับที่อธิบายไม่ได้ ถ้าโปรเจกต์อ้างว่าใช้ “AI ลับเฉพาะ” “อัลกอริทึมเทรดของ Wall Street” หรือ “Volatility Software” แต่ไม่เคยเปิด source code ไม่เคยมี audit จากบริษัทระดับโลก ให้สงสัยไว้ก่อน
- โครงสร้างค่าคอมแบบหลายชั้น ถ้าคุณได้เงินจากการชวนคนเข้าระบบ มากกว่าจากการลงทุนจริง นั่นคือพีระมิด ไม่ใช่การลงทุน
- กดดันให้รีบลงทุน “โอกาสครั้งเดียว” “ปิดรับสมาชิกพรุ่งนี้” “ราคาขึ้นแน่นอน” ทั้งหมดนี้คือเทคนิคจิตวิทยาขั้นพื้นฐานของแชร์ลูกโซ่
- ค่าธรรมเนียมก่อนถอน ถ้าตอนถอนเงินแล้วถูกบอกว่าต้อง “จ่ายภาษี” “จ่ายค่าปลดล็อก” หรือ “จ่ายค่ายืนยันตัวตน” ก่อน นั่นคือสแกมร้อย%
- ไม่มีใบอนุญาต ไม่มีบริษัทจริง เช็คก่อนเลยว่าโปรเจกต์มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ประเทศไหนบ้าง BitConnect ในเดือนพฤศจิกายน 2017 ถูกรัฐบาลอังกฤษส่งหนังสือเตือนให้พิสูจน์ความถูกต้องในเวลา 2 เดือน แต่ไม่ตอบ และในวันที่ 3 มกราคม 2018 หน่วยงานหลักทรัพย์ของรัฐเท็กซัสออกคำสั่งให้หยุดดำเนินการ ระบุว่าเป็นแชร์ลูกโซ่อย่างเป็นทางการ
ความเห็นผู้เขียน
ผมอยู่ในวงการคริปโตมานาน เห็นวงจรนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่ตลาดแกว่งและรายย่อยเริ่มหิว altcoin season จะมีคลื่นสแกมครั้งใหม่เข้ามาเสมอ และในรอบนี้ที่ Bitcoin ติดอยู่แถว ๆ $75,000 ผมเห็นสัญญาณเตือนทุกอย่างที่เคยเห็นในปลายปี 2017 ก่อน BitConnect ล่ม
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ตัวสแกมเอง แต่คือการที่คนไทยจำนวนมากยังคิดว่า “ฉันไม่โง่พอที่จะโดน” ครับ Carlos Matos ก็คิดแบบนั้น ก่อนที่จะเอาเงินทั้งหมดไปลงและเสียทุกอย่างรวมถึงครอบครัว เหยื่อ Forsage 800 รายในคดี Arcaro ก็คิดแบบนั้น คนที่เสีย 1,300 ล้านบาทในคดีเดือนมีนาคมที่ผ่านมาก็คิดแบบนั้น
มิจฉาชีพยุคใหม่ฉลาดขึ้นมาก พวกเขาไม่ตะโกน “Hey Hey Heyyy!” บนเวทีอีกแล้ว แต่เปลี่ยนมาใช้บัญชี X ที่ดูเป็นมืออาชีพ มี “แดชบอร์ด AI” สวย ๆ มีคำว่า “institutional-grade” และ “DeFi 2.0” โรยอยู่เต็มไปหมด แต่กลไกเบื้องหลังคือสิ่งเดียวกันเป๊ะ นั่นคือเอาเงินคนใหม่มาจ่ายคนเก่า จนกว่าคนใหม่จะหมด แล้วทุกอย่างก็พังลง
ผมอยากให้คุณจำกฎข้อเดียวจากบทความนี้ครับ ถ้ามีใครรับประกันผลตอบแทนคุณในตลาดคริปโต ไม่ว่าจะเป็น 1% ต่อวัน หรือ “ความแม่นยำ 98%” เขากำลังโกหกคุณ และถ้าคุณเชื่อเขา คุณกำลังจะกลายเป็น Carlos Matos คนต่อไป แต่คราวนี้ไม่มีมีมตลก ๆ มาทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น มีแต่บัญชีธนาคารที่ว่างเปล่า และอาจรวมถึงครอบครัวที่หายไปแบบที่ Matos เคยเจอ
BitConnect ตายไปแล้วในปี 2018 แต่ playbook ของมันยังมีชีวิตอยู่บน X ทุกวันนี้ คำถามคือ คุณจะเป็นเหยื่อ หรือจะเป็นคนที่จำบทเรียนได้?
ภาพจาก AI

