สรุปข่าว
- Jerome Powell อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เตือนเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2026 ว่าการที่ประธานาธิบดีปลดเจ้าหน้าที่ Fed เพราะเห็นต่างทางนโยบายจะทำลายความน่าเชื่อถือที่สร้างมาหลายทศวรรษ
- Powell กล่าวในพิธีรับรางวัลจาก John F. Kennedy Library Foundation ที่บอสตัน โดยย้ำว่าถ้ารัฐบาลใดหาวิธีปลดเจ้าหน้าที่ได้ รัฐบาลในอนาคตก็จะทำเช่นนั้นด้วย
- แม้ Powell จะพ้นจากตำแหน่งประธาน Fed แล้ว (15 พ.ค. 2026) แต่ยังคงอยู่ในคณะผู้ว่าการจนถึงมกราคม 2028 ซึ่งถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณปกป้องความเป็นอิสระของ Fed
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
คำเตือนของ Powell เป็นเรื่องหลักการและความเป็นอิสระของ Fed มากกว่าการตัดสินใจด้านนโยบายดอกเบี้ยโดยตรง ตลาดคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยงยังไม่ได้รับผลกระทบชัดเจนในทันที แต่หากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาล Trump กับ Fed ทวีความรุนแรงขึ้น อาจสร้างความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินในระยะยาว
เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2026 นาย Jerome Powell อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ออกมาเตือนถึงอันตรายของการที่ประธานาธิบดีใช้อำนาจปลดเจ้าหน้าที่ Fed เพียงเพราะเห็นต่างทางนโยบาย ตามรายงานจาก Cointelegraph และ Watcher.Guru Powell กล่าวในพิธีรับรางวัลจาก John F. Kennedy Library Foundation ที่เมืองบอสตัน โดยระบุว่าความน่าเชื่อถือที่สร้างสมมานานหลายทศวรรษจะพังทลายลงทันที และหากรัฐบาลใดสามารถทำได้สำเร็จ รัฐบาลในอนาคตก็จะทำตามเป็นแบบอย่างด้วยเช่นกัน
Powell ยังอยู่ใน Fed แม้พ้นเก้าอี้ประธานแล้ว
Powell พ้นจากตำแหน่งประธาน Fed เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2026 หลังจาก Kevin Warsh ได้รับการยืนยันจากวุฒิสภาให้เป็นประธานคนใหม่เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2026 อย่างไรก็ตาม Powell ตัดสินใจยังคงอยู่ในคณะผู้ว่าการของ Fed ต่อจนถึงเดือนมกราคม 2028 ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติเพราะประธาน Fed ส่วนใหญ่มักจะลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการด้วยเมื่อสิ้นสุดวาระประธาน การตัดสินใจครั้งนี้จึงถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นการส่งสัญญาณเพื่อปกป้องความเป็นอิสระของ Fed ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น
กฎหมาย Federal Reserve Act อนุญาตให้ปลดผู้ว่าการได้ “ด้วยเหตุผลอันสมควร” แต่ Powell และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายรายแย้งว่าความเห็นต่างทางนโยบายการเงินไม่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าว ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังคงถกเถียงกันอยู่ในแวดวงกฎหมายและการเมืองสหรัฐฯ
แรงกดดันจาก Trump ต่อ Fed ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง
ในช่วงสมัยที่สองของประธานาธิบดี Trump รัฐบาลได้วิพากษ์วิจารณ์ความเป็นผู้นำของ Fed อย่างเปิดเผย และมีรายงานถึงความพยายามที่จะปรับโครงสร้าง Fed เพื่อให้ตอบสนองต่อทำเนียบขาวมากขึ้น รวมถึงกรณีที่มีการพูดถึงความพยายามปลดผู้ว่าการรายอื่น เช่น Lisa Cook คำกล่าวของ Powell ครั้งนี้จึงมีน้ำหนักทางการเมืองอย่างมาก เนื่องจากเขาพูดในฐานะผู้ที่อยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวโดยตรง ไม่ใช่แค่นักวิชาการหรือนักวิเคราะห์จากภายนอก
Powell ย้ำจุดยืนนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2026 ก็ได้กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ว่าความเป็นอิสระของ Fed ได้ “ทำหน้าที่รับใช้ประชาชนมาอย่างดี” นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่าธนาคารกลางที่ถูกแทรกแซงทางการเมืองจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ระยะสั้นแทนที่จะเป็นเสถียรภาพของเศรษฐกิจในระยะยาว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าติดตามมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะ Powell ไม่ได้พูดแบบนี้เพียงเพื่อแสดงความคิดเห็นธรรมดา แต่เขายังอยู่ในคณะผู้ว่าการ Fed และมีอำนาจในการลงคะแนนเสียงนโยบายการเงินอยู่จริง การที่เขาตัดสินใจอยู่ต่อหลังพ้นตำแหน่งประธาน และออกมาพูดเรื่องนี้ต่อสาธารณะอีกครั้ง บอกได้ว่าเขากำลังส่งสัญญาณบางอย่างอย่างตั้งใจ สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือว่า Trump จะพยายามกดดัน Fed ต่อหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ระดับสูง เพราะถ้าความขัดแย้งนี้ลุกลามใหญ่โต ตลาดการเงินทั่วโลกอาจสะเทือนได้ครับ
ที่มา: Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph

