สรุปข่าว
- คาซัคสถานออกกฎให้เหมืองขุดคริปโตรายใหญ่ส่งมอบคริปโตคิดเป็นมูลค่า 10% ของรายได้หลังหักต้นทุนให้แก่รัฐทุกเดือน
- ผู้ประกอบการที่เข้าโครงการจะได้สิทธิทำสัญญาซื้อไฟฟ้าระยะยาว 10 ปีในราคาคงที่ ช่วยลดความผันผวนของต้นทุนค่าไฟ
- คริปโตที่รัฐได้รับจะไม่ถูกขายทันที แต่จะนำไปสะสมเป็นทุนสำรองคริปโตของประเทศ ภายใต้การดูแลของธนาคารแห่งชาติคาซัคสถาน
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
คาซัคสถานออกกฎให้เหมืองขุดคริปโตรายใหญ่ส่งมอบคริปโตคิดเป็นมูลค่า 10% ของรายได้หลังหักต้นทุนให้รัฐทุกเดือน แลกกับสิทธิทำสัญญาซื้อไฟฟ้าระยะยาว 10 ปีในราคาคงที่ มาตรการนี้ใช้กับ Data Center ที่มีกำลังไฟตั้งแต่ 150 เมกะวัตต์ขึ้นไป โดยรัฐจะนำสินทรัพย์ที่ได้รับไปสะสมเป็นทุนสำรองคริปโตภายใต้ธนาคารแห่งชาติ แทนการนำออกขายทันที จึงเป็นการใช้จุดแข็งด้านพลังงานเพื่อเพิ่มสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศ โดยไม่ต้องใช้งบประมาณเข้าซื้อคริปโตโดยตรง
คาซัคสถานเดินหน้าเปลี่ยนอุตสาหกรรมเหมืองขุดคริปโตให้กลายเป็นเครื่องมือเก็บสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศ โดยออกกฎใหม่เปิดทางให้เหมืองขุดรายใหญ่ทำสัญญาซื้อไฟฟ้าได้นานถึง 10 ปี แลกกับการส่งมอบคริปโตคิดเป็นมูลค่า 10% ของรายได้สุทธิหลังหักต้นทุนให้แก่รัฐทุกเดือน
มาตรการนี้อยู่ภายใต้กฎระเบียบการดำเนินการขุดสินทรัพย์ดิจิทัลเชิงกลยุทธ์ ซึ่งได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2026 โดยจะใช้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นเจ้าของ Data Center หรือศูนย์ข้อมูล ซึ่งมีกำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 150 เมกะวัตต์ขึ้นไปเท่านั้น
สำหรับวันเริ่มบังคับใช้ ยังมีข้อมูลที่แตกต่างกันอยู่เล็กน้อย โดยเอกสารทางการระบุว่าเป็นวันที่ 1 สิงหาคม ขณะที่ Sputnik สำนักข่าวของรัสเซีย รายงานว่า มาตรการจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2026
ภายใต้กฎใหม่ ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติจะสามารถทำสัญญาซื้อไฟฟ้ากับบริษัทผลิตพลังงานได้นานถึง 10 ปีในราคาคงที่ โดยราคาต้องไม่สูงกว่าเพดานที่รัฐกำหนด จุดนี้ถือเป็นประโยชน์สำคัญสำหรับธุรกิจเหมืองขุด เพราะต้นทุนค่าไฟคือหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลัก การล็อกราคาไว้ในระยะยาวจึงช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนธุรกิจและบริหารต้นทุนได้ง่ายขึ้น
เงื่อนไขแลกเปลี่ยนคือ ผู้ประกอบการเหมืองขุดจะต้องส่งมอบคริปโตบางส่วนให้แก่ Astana Hub ซึ่งเป็นกองทุนคลัสเตอร์อิสระของประเทศเป็นประจำทุกเดือน โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ
ยอดที่ต้องส่งมอบไม่ได้คิดจากเหรียญทั้งหมดที่ขุดได้ แต่คำนวณจากรายได้สุทธิหลังหักต้นทุนที่เกี่ยวข้องแล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่าซื้อไฟฟ้า ค่าส่งกระแสไฟฟ้า ค่าปรับสมดุลกำลังไฟฟ้า รวมถึงค่าธรรมเนียมการใช้โครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ
เมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องส่งมอบคริปโตคิดเป็นมูลค่า 10% ของยอดคงเหลือให้แก่ Astana Hub โดยไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินหรือผลตอบแทนใดๆ
การส่งมอบต้องดำเนินการทุกเดือน และแล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ของเดือนถัดไป พร้อมยื่นรายงานผลการขุดเพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบ
Astana Hub มีอำนาจตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล โดยสามารถเปรียบเทียบรายงานของผู้ประกอบการกับผลดำเนินงานจาก Mining Pool รวมถึงบันทึกธุรกรรมที่ปรากฏอยู่บนบล็อกเชน
หากพบว่า ส่งมอบคริปโตต่ำกว่ายอดที่กำหนด ผู้ประกอบการจะต้องชดเชยส่วนที่ขาดภายใน 30 วัน แต่หากส่งมอบเกิน ยอดส่วนเกินสามารถนำไปหักกับภาระของเดือนถัดไปได้
คริปโตที่รัฐได้รับจะไม่ถูกนำออกขายในตลาดทันที แต่จะถูกส่งเข้าไปบริหารผ่านกองทรัสต์ภายใต้ธนาคารแห่งชาติคาซัคสถาน เพื่อสะสมเป็นทุนสำรองคริปโตของประเทศ
รัฐบาลคาซัคสถานเคยส่งสัญญาณถึงแผนจัดตั้งทุนสำรองดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 กฎใหม่นี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้แนวคิดดังกล่าวเริ่มมีโครงสร้างและกลไกที่ชัดเจนขึ้น
แนวทางใหม่นี้ทำให้คาซัคสถานสามารถใช้ความได้เปรียบด้านพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าเพื่อสะสมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อเข้าซื้อคริปโตโดยตรง
ที่มา:coinpost
มุมมองผู้เขียน: มาตรการใหม่ของคาซัคสถานที่บังคับให้เหมืองขุดต้องส่งมอบคริปโต 10% หลังหักต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมด สามารถมองได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการแบ่งรายได้ให้รัฐ คล้ายกับการจัดเก็บภาษี ข้อดีคือ คริปโตที่ได้รับจะไม่ถูกนำออกขายในตลาดทันที แต่ถูกสะสมไว้เป็นทุนสำรองของประเทศ ซึ่งจะไม่สร้างแรงขายในตลาดคริปโต

