สรุปข่าว
- Bitcoin ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ ใกล้หลุดแนวรับสำคัญที่ $71,000 หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง
- อิหร่านประกาศถอนตัวจากการเจรจากับสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเรื่องสงครามและเงินเฟ้อ ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งเข้าใกล้ $95 ต่อบาร์เรล
- นักวิเคราะห์เตือนว่า หาก Bitcoin ไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ $73,800 ได้ อาจมีโอกาสถอยลงไปทดสอบแนวรับสำคัญรอบใหม่
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Bitcoin ร่วงหลุดโซน $71,000 ลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ หลังอิหร่านถอนตัวจากการเจรจากับสหรัฐฯ ทำให้ตลาดกลับมากังวลความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความเสี่ยงเงินเฟ้อ ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI พุ่งเข้าใกล้ $95 ต่อบาร์เรล แม้ดัชนี S&P 500 และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง แต่ไม่สามารถช่วยพยุง BTC ได้ โดยนักวิเคราะห์มองว่า การหลุดแนวรับ $71,800 เป็นสัญญาณเชิงลบในระยะสั้น และหากไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ $73,800 ได้ มีโอกาสที่ราคาจะถอยลงไปทดสอบโซน $70,000-$69,000 อีกครั้ง
Bitcoin (BTC) เริ่มต้นเดือนมิถุนายนด้วยการปรับตัวลงอย่างหนัก ราคาร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยราคาปรับตัวลงมาหลุดบริเวณ $71,000 หลังความหวังเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มเลือนหาย ส่งผลให้นักลงทุนกลับมากังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแรงและสร้างแรงกดดันต่อมุมมองเงินเฟ้อทั่วโลก
ข้อมูลจาก TradingView แสดงให้เห็นว่า BTC/USD ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายน ท่ามกลางแรงขายที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศการลงทุนในตลาดโลก

แรงกดดันราคารอบนี้มาจากรายงานที่ระบุว่า อิหร่านได้ถอนตัวจากการเจรจากับสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ แม้ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งสัญญาณว่า ทั้งสองฝ่ายใกล้บรรลุข้อตกลงแล้วก็ตาม
The Kobeissi Letter ระบุว่านี่ถือเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของสถานการณ์ หลังจากอิหร่านส่งสัญญาณแข็งกร้าวมากขึ้น พร้อมขู่ว่าอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบาบเอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นเข้าใกล้ระดับ $95 ต่อบาร์เรล และทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง
S&P 500 ยังแข็งแกร่ง แต่ Bitcoin ไม่ได้รับแรงหนุนเหมือนในอดีต
แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะกดดันสินทรัพย์เสี่ยงหลายประเภท แต่ดัชนี S&P 500 ยังคงสามารถทรงตัวได้ค่อนข้างดี สะท้อนว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้รับรู้ความเสี่ยงเกี่ยวกับอิหร่านไปบางส่วนแล้ว
อย่างไรก็ตาม Bitcoin กลับตอบสนองในเชิงลบมากกว่า โดยนักลงทุนเลือกลดความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงก่อน ส่งผลให้ BTC กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ถูกเทขายหนักที่สุดในรอบวัน
อีกหนึ่งปัจจัยที่น่าสนใจคือ ข้อมูลดัชนีภาคการผลิต (PMI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤษภาคมออกมาที่ 54% แม้จะต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เล็กน้อย แต่ยังสูงกว่าเดือนก่อนหน้าและสะท้อนว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19
ตามปกติแล้ว ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งแบบนี้มักช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin แต่ตลาดรอบนี้กลับไม่สนใจและเลือกให้น้ำหนักกับความเสี่ยงจากสงครามและเงินเฟ้อมากกว่า

BTC หลุดแนวรับสำคัญ นักลงทุนจับตาโซน $70,000
สำหรับมุมมองเชิงกราฟเทคนิค นักวิเคราะห์คริปโตหลายรายเริ่มแสดงความกังวลมากขึ้นหลัง Bitcoin ไม่สามารถรักษาระดับ $71,800 เอาไว้ได้
Cryptic Trades มองว่า ระดับดังกล่าวเป็นจุดสำคัญของโครงสร้างขาขึ้นรอบปัจจุบัน และการหลุดลงมาต่ำกว่าแนวรับนี้อาจเปิดทางให้แรงขายขยายตัวต่อในระยะสั้น

ขณะที่ Rekt Capital ชี้ว่า Bitcoin ถูกปฏิเสธราคาบริเวณจุดสูงสุดเดิมของปี 2024 แถว $73,800 อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นระดับที่ตลาดกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด

หาก BTC สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ ความเชื่อมั่นของฝั่งกระทิงอาจกลับมาอีกครั้ง แต่หากยังไม่สามารถทวงคืนระดับราคานี้ได้ ตลาดมีโอกาสเห็นการย้อนกลับลงไปทดสอบแนวรับบริเวณ $70,000 หรือแม้แต่โซนจุดสูงสุดของรอบปี 2021 หรือ $69,000 ตามที่นักวิเคราะห์บางส่วนประเมินไว้
มุมมองผู้เขียน: หากสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายในระยะสั้น Bitcoin อาจยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง และการรักษาระดับเหนือ $71,000 จะกลายเป็นจุดสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้ เพราะหากหลุดลงไปอีก ความผันผวนอาจรุนแรงกว่าที่ตลาดกำลังประเมินอยู่ในปัจจุบัน
ที่มา:cointelegraph

