bitkub-banner

หุ้น MSTR ของ Strategy ร่วง 6.5% หลังนักลงทุนประเมินความเสี่ยงจากการขาย Bitcoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • หุ้น MSTR ของบริษัท Strategy ร่วงดิ่งลงกว่า 6.5% ในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq หลังเปิดเผยข้อมูลการเทขายบิตคอยน์เป็นครั้งแรก ขัดกับจุดยืนดั้งเดิมที่เคยประกาศว่า จะไม่มีวันขายเหรียญออกสู่ตลาด
  • แม้ปริมาณการเทขายจะอยู่ที่เพียง 32 BTC ซึ่งเป็นจำนวนน้อยนิด เมื่อเทียบกับคลังทั้งหมดบริษัท แต่ Delphi Digital ชี้ว่านี่คือสัญญาณที่ทำลายความเชื่อเดิมของนักลงทุน 
  • Michael Saylor ประธานกรรมการบริหารออกโรงชี้แจงว่า การขายเหรียญบิตคอยน์ ทำเพื่อบริหารจัดการงบดุลเชิงรุก สนับสนุนหุ้นปันผล STRC และดันตัวชี้วัดจำนวนบิตคอยน์ต่อหุ้นให้ดีขึ้น เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish 

การปรับฐานของหุ้น MSTR ในครั้งนี้ เกิดจากความตื่นตระหนกทางจิตวิทยาของนักลงทุนในตลาดหุ้นฝั่งมหาชนที่เพิ่งรับรู้ว่า บริษัทไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรสะสมบิตคอยน์แบบทางเดียวอีกต่อไป

ราคาหุ้นของบริษัท Strategy ภายใต้การนำของ Michael Saylor ปรับตัวลดลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากบริษัทเปิดเผยข้อมูลการเทขายบิตคอยน์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เคยประกาศใช้แนวทางที่จะไม่มีวันขายบิตคอยน์ 

เหตุการณ์นี้จุดชนวนให้เกิดการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อโมเดลการใช้บิตคอยน์เป็นทุนสำรองขององค์กร โดยหุ้น MSTR ในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ร่วงดิ่งลงไปมากกว่า 6.5% ในช่วงเปิดตลาดต้นสัปดาห์ ก่อนที่จะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาเล็กน้อยในช่วงบ่ายวันจันทร์ สร้างกระแสการประเมินความเสี่ยงใหม่ในกลุ่มนักลงทุนสถาบัน

แม้ว่าความเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นจะไม่ได้เป็นตัวกำหนดแนวโน้มในภาพกว้าง แต่ Delphi Digital บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัลระบุว่า การที่ Strategy ตัดใจขายบิตคอยน์ออกไปจำนวน 32 BTC ได้ทำลายความเชื่อดั้งเดิมของตลาดที่คิดว่า บริษัทนี้จะทำหน้าที่สะสมบิตคอยน์เพียงอย่างเดียวและจะไม่มีวันขายสินทรัพย์ออกมา 

“ตอนนี้ตลาดได้เรียนรู้แล้วว่า Strategy ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรสะสมบิตคอยน์แบบทางเดียวอีกต่อไป” 

ผลกระทบที่ตามมาคือ นักลงทุนอาจจะเริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อบริษัทแห่งนี้ว่า แท้จริงแล้วพวกเขาคือ “บริษัทบริหารคลังเงินทุนที่มีการใช้เลเวอเรจสูง” ซึ่งการตัดสินใจทางธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดสะสมบิตคอยน์เพียงอย่างเดียว แต่ถูกบีบด้วยปัจจัยรอบด้าน ทั้งภาระการจ่ายเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ, กลไกมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อบิตคอยน์ (mNAV), การออกหุ้นใหม่ รวมถึงการบริหารงบดุลในภาพรวม

Strategy แจง ทำเพื่อผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น ไม่ใช่การถอยหนีจากบิตคอยน์

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และเสียงคัดค้านจากนักลงทุนบางส่วนในตลาด Michael Saylor ประธานกรรมการบริหารของ Strategy ได้ออกมาอธิบายการเทขายในครั้งนี้ว่า การขายเหรียญในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการสนับสนุนหุ้น STRC ซึ่งเป็นหุ้นบุริมสิทธิที่ให้ผลตอบแทนสูงแก่ผู้ถือหุ้น โดยมีบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ในคลังของบริษัทที่คอยค้ำประกันอยู่เบื้องหลัง 

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการบริหารจัดการงบดุลเชิงรุก เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น และเพื่อช่วยดันตัวชี้วัดสำคัญอย่างจำนวนบิตคอยน์ต่อหุ้นให้ดีขึ้น ตัวเลขนี้เป็นมาตรวัดหลักที่คอยบอกนักลงทุนว่า มีปริมาณ BTC แบกรับอยู่เบื้องหลังหุ้นที่ถูกลดทอนสัดส่วนลงแต่ละหุ้นเป็นจำนวนเท่าใด

ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม Saylor เคยส่งสัญญาณบอกใบ้เอาไว้แล้วว่า การเลือกบริหารจัดการคลังบิตคอยน์บางส่วน อาจช่วยสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ 

ขณะที่ Phong Le ซีอีโอของบริษัท Strategy กล่าวเสริมว่า การเทขายบิตคอยน์ในระดับที่ใกล้เคียงกับราคาต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทจะช่วยลดภาระภาษีที่ผูกโยงกับหุ้นปันผล STRC ซึ่งส่งผลดีต่อตัวนักลงทุนที่เน้นกินเงินปันผลระยะยาว

เปิดคลังหลวงยักษ์ใหญ่ ยอดสะสมยังทิ้งห่างคู่แข่ง

ข้อมูลจากเว็บไซต์ StrategyTracker.com ระบุว่า ต้นทุนเฉลี่ยในการซื้อบิตคอยน์ของบริษัทอยู่ที่ 75,701 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 BTC และบริษัทยังคงรักษาสถานะการเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดในโลกทิ้งห่างคู่แข่งรายอื่น แม้จะมีการเทขายบิตคอยน์ออกไปเพียงเล็กน้อยในรอบนี้ ซึ่งปัจจุบัน Strategy มีบิตคอยน์สะสมอยู่ในงบดุลกว่า 843,706 BTC ตามข้อมูลจาก BitcoinTreasuries.NET

ที่มาภาพ :  BitcoinTreasuries.NET

ที่มา : tradingview


มุมมองผู้เขียน : เหตุการณ์หุ้น MSTR ที่ร่วงลงในครั้งนี้  ถือเป็นอาการ “ตื่นตูม” ของตลาดทุนฝั่งวอลล์สตรีท ที่ยังยึดติดกับคำว่า บริษัทจะไม่มีวันขาย ซึ่งการที่บริษัทเปลี่ยนกลยุทธ์มาบริหารพอร์ตอย่างยืดหยุ่นในรอบนี้ เป็นสิ่งสะท้อนชัดเจนว่า Michael Saylor กำลังเดินเกมยาว เพื่อเน้นรักษาความอยู่รอด และความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทในระยะยาว