สรุปข่าว
- กระแสความร้อนแรงของเทคโนโลยี AI ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้เหรียญคริปโตในกลุ่มนี้ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าบิตคอยน์ในปีนี้อย่างเห็นได้ชัด
- การเตรียมตัวเสนอขายหุ้นไอพีโอของบริษัทระดับโลกอย่าง OpenAI และ Anthropic ถือเป็นปัจจัยเร่งชั้นดีที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลให้ไหลเข้ามาสู่โปรเจกต์คริปโตที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนี้
- เหรียญที่น่าสนใจและมีแนวโน้มเติบโตสูงมักจะเป็นกลุ่มที่แก้ปัญหาการประมวลผลข้อมูลหรือให้บริการแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์อย่างเช่นเครือข่ายคลาวด์และโปรเจกต์ที่เปิดให้คนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในการแชร์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ข่าวการเข้าตลาดหุ้นของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จะเป็นตัวจุดประกายความสนใจให้กับนักลงทุนทั่วโลกซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อบรรยากาศการเก็งกำไรและดึงเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดคริปโตสาย AI ทั้งระบบ
ช่วงนี้เหรียญคริปโตสาย AI กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นและทำผลงานทิ้งห่างคริปโตตัวอื่นๆ รวมถึงบิตคอยน์ไปพอสมควรเลยครับ ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI และข่าวใหญ่ที่บริษัทแถวหน้าอย่าง OpenAI และ Anthropic กำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดทางฝั่ง Anthropic เพิ่งจะยื่นเอกสารไฟลิ่งไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาหลังจากปิดดีลระดมทุนที่ดันมูลค่าบริษัททะลุเก้าแสนล้านดอลลาร์ไปหมาดๆ ซึ่งจังหวะเวลานี้ก็ไล่เลี่ยกับที่ทาง OpenAI ได้ดำเนินการยื่นเอกสารให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน
หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ไอพีโอรอบนี้น่าจะสร้างความคึกคักให้กับตลาดได้ไม่แพ้กระแสหุ้นกลุ่มอวกาศในอดีต ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลดีต่อเนื่องมาถึงฝั่งคริปโตเคอร์เรนซีด้วย โดยมีหลายโปรเจกต์ที่น่าสนใจและมีลุ้นเติบโตไปกับเทรนด์นี้
ตัวแรกที่ต้องพูดถึงเลยคือแพลตฟอร์ม Near Protocol ซึ่งราคาเหรียญพุ่งไปกว่าสองร้อยเปอร์เซ็นต์จากจุดต่ำสุดของปีและยังมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แพลตฟอร์มนี้เป็นบล็อกเชนเลเยอร์หนึ่งที่โดดเด่นเรื่องการรองรับแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ แถมยังมีระบบ Near AI ที่เป็นตลาดซื้อขายตัวแทน AI และบริการคลาวด์แบบกระจายศูนย์มารองรับเทรนด์นี้โดยเฉพาะ
อีกตัวที่มาแรงไม่แพ้กันคือ Venice Token ที่ราคาพุ่งทะยานกว่าพันห้าร้อยเปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่เดือนธันวาคมจนแทรกตัวขึ้นมาอยู่ในร้อยอันดับแรกของตลาดได้สำเร็จ จุดขายของเขาคือการเป็นแพลตฟอร์มที่ให้คนเข้ามาใช้งานโมเดล AI ชื่อดังอย่าง ChatGPT หรือ Claude ได้แบบเป็นส่วนตัวสุดๆ แถมยังมีกลไกนำรายได้ไปกว้านซื้อเหรียญมาเผาทิ้งเพื่อลดปริมาณโทเคนในระบบอีกด้วย
ส่วนใครที่มองหาโปรเจกต์สายโครงสร้างพื้นฐานก็ต้องมองไปที่ Akash Network ซึ่งได้อานิสงส์เต็มๆ จากความต้องการใช้พลังการประมวลผลที่พุ่งสูงขึ้นแบบเดียวกับที่หุ้นของบริษัทฮาร์ดแวร์ยักษ์ใหญ่ได้รับ แพลตฟอร์มนี้เปิดโอกาสให้คนที่มีทรัพยากรคอมพิวเตอร์เหลือใช้เอาพื้นที่มาปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งตอนนี้มีคนเข้ามาใช้งานเยอะมากจนสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้ถึงหลักเจ็ดพันดอลลาร์ต่อวัน
นอกจากสามตัวท็อปนี้แล้วยังมีโปรเจกต์อื่นๆ ที่น่าจับตาไม่แพ้กันอย่าง Worldcoin ที่มีผู้ร่วมก่อตั้งเป็นถึงซีอีโอของ OpenAI อย่างแซม อัลต์แมน รวมไปถึงเหรียญสายโครงสร้างพื้นฐานชื่อดังอย่าง Render และ Bittensor ที่น่าจะได้ประโยชน์จากกระแสความนิยมในครั้งนี้ไปเต็มๆ เช่นกัน
ที่มา: Invezz
มุมมองส่วนตัวผมมองว่าช่วงนี้เป็นนาทีทองของฝั่งคริปโตสาย AI จริงๆ ครับ เพราะพอบริษัทยักษ์ใหญ่เตรียมเข้าตลาดหุ้นมันจะช่วยดึงความสนใจของทั้งนักลงทุนสถาบันและรายย่อยให้หันมามองเทคโนโลยีนี้มากขึ้น เมื่อเม็ดเงินก้อนใหญ่ไหลเข้ามา โปรเจกต์คริปโตที่มีรากฐานแน่นและมีการใช้งานจริงอย่างการแชร์พลังประมวลผลหรือคลาวด์แบบกระจายศูนย์ก็ย่อมได้รับผลบวกไปเต็มๆ แม้ตลาดคริปโตจะมีความผันผวนสูงมากแต่เรื่องราวของเทคโนโลยี AI ถือเป็นของจริงที่มีความต้องการระดับโลกรองรับอยู่ครับ

