สรุปข่าว
- รายงานจากผลวิจัย Binance Research เผยตลาดการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงให้อยู่ในรูปของโทเคนดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 589% ตั้งแต่ต้นปี 2025 จนถึงเดือนมิถุนายน 2026 นำโดยกลุ่มพันธบัตร กองทุนรวมตลาดเงิน และหุ้นยอดนิยม
- แพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Ondo Global Markets สร้างสถิติมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อกในระบบทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Kraken เปิดให้ซื้อขายหุ้น SpaceX แบบ Tokenized จนมียอดซื้อขายสะสมพุ่งทะลุ 25,000 ล้านดอลลาร์ภายในเวลา 8 เดือน
- กลุ่มสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่รวมถึงธนาคารชั้นนำในวอลล์สตรีทเริ่มขยับตัวพัฒนาเครือข่ายระบบเงินฝากในรูปแบบโทเคน เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินบนบล็อกเชน เข้ามาแข่งขันกับเหรียญ Stablecoin ในตลาด
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish
การเติบโตอย่างรุนแรงของกลุ่มสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล ถือเป็นเมกะเทรนด์สำคัญที่จะช่วยค้ำยันอุตสาหกรรม Web 3 และบล็อกเชนในระยะยาว ซึ่งเม็ดเงินมหาศาลจากสถาบันการเงินดั้งเดิมที่หลั่งไหลเข้ามาใช้งานในระบบนิเวศบล็อกเชน เพื่อบริหารจัดการหุ้น ทองคำ และอสังหาริมทรัพย์ จะช่วยสร้างฐานรากของอุปสงค์ที่แท้จริงขึ้นมารองรับตลาด
หุ้น ทองคำ และอสังหาริมทรัพย์ ที่ถูกนำมาแปลงให้อยู่ในรูปของโทเคนดิจิทัล หรือการ Tokenized Real-World Assets (RWAs) กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของวงการบล็อกเชน หลังจากที่ทั้งธนาคาร และสถาบันการเงินเริ่มหันมาสนใจสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น แม้ว่าตลาดคริปโตโดยรวมจะยังอยู่ในช่วงซบเซา
รายงาน Monthly Market Insights ล่าสุดจาก Binance Research ระบุว่า ตลาด Real-World Assets (RWA) แบบ Tokenized ที่มีการใช้งานจริง เติบโตถึง 589% ตั้งแต่ต้นปี 2025 จนถึงเดือนมิถุนายน 2026
ซึ่งกลุ่มพันธบัตร และกองทุนรวมตลาดเงิน ยังเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด โดยเติบโต 83% และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ แต่สินทรัพย์ที่โตเร็วที่สุดคือ หุ้นแบบ Tokenized ที่มูลค่าตลาดพุ่งขึ้นถึง 422%
หนึ่งในตัวขับเคลื่อนสำคัญคือ แพลตฟอร์ม Ondo Global Markets ที่ให้บริการหุ้นและ ETF แบบ Tokenized โดยสามารถทำมูลค่า TVL ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ ได้ภายในเวลาเพียง 8 เดือนหลังเปิดตัว
นอกจากนี้ สินทรัพย์มีค่าอย่างทองคำ ในรูปแบบ Tokenized ก็ได้รับความสนใจเช่นกัน โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 1.5 พันล้านดอลลาร์ หรือ 39% ซึ่งการเติบโตส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ จากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กระตุ้นให้นักลงทุนต้องการมองหาสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้มูลค่าทองคำแบบ Tokenized พุ่งทะลุ 6 พันล้านดอลลาร์ ก่อนที่กระแสจะเริ่มชะลอตัวตามราคาทองคำโลก

ตลาดสำหรับ RWA ที่แปลงเป็นโทเค็นกำลังหลากหลายมากขึ้น ที่มา: Binance Research
Binance มองว่า “ปี 2026 คือช่วงที่การ Tokenize สินทรัพย์จริง ก้าวจากการพึ่งพาพันธบัตรรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ไปสู่ระบบนิเวศของสินทรัพย์ที่หลากหลายและสร้างผลตอบแทนได้”
ซึ่งการเติบโตของ RWA เกิดขึ้นในช่วงที่ Bitcoin และตลาดคริปโตโดยรวม ราคาร่วงแรงในช่วงต้นเดือนมิถุนายน จากหลายปัจจัย เช่น ความคาดหวังว่าดอกเบี้ยสหรัฐอาจปรับขึ้น, ความไม่แน่นอนของร่างกฎหมาย CLARITY Act และ แรงกดดันจากการที่ บริษัท Strategy เทขาย Bitcoin จำนวน 32 BTC
และการเปิดให้มีการซื้อขายหุ้น SpaceX แบบ Tokenized ก็ยิ่งทำให้ตลาดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Kraken ได้เปิดให้นักลงทุนเข้าถึงหุ้น SpaceX ผ่านแพลตฟอร์ม xStocks และภายในเวลาประมาณ 8 เดือน ก็มียอดซื้อขายสะสมทะลุ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์
ด้านการยอมรับในเทคโนโลยีนี้ สำหรับกลุ่มสถาบัน ก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในตลาดอสังหาริมทรัพย์ บริษัท Apex Group เริ่มมีการใช้แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลของ Goldman Sachs เพื่อให้บริการด้านกองทุน ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการใช้บล็อกเชนในการชำระราคา และบริหารสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
นอกจากผลิตภัณฑ์การลงทุนแล้ว ธนาคารหลายแห่งยังเริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินบนบล็อกเชน เพื่อแข่งขันกับการเติบโตของ Stablecoin
รายงานของ The Wall Street Journal ระบุว่า The Clearing House ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง JPMorgan Chase, Citibank, Bank of America, BNY และ Wells Fargo มีแผนเปิดตัวเครือข่าย Tokenized Deposit ภายในปีหน้า
ที่มา : cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า การ Tokenize สินทรัพย์กำลังค่อย ๆ เชื่อมโลกการเงินแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชนมากขึ้นเรื่อย ๆ

