สรุปข่าว
- ธปท. เตรียมขยายมาตรการกำกับธุรกรรมเงินสด โดยผู้ที่ฝากหรือแลกเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแจ้งที่มาของเงินและวัตถุประสงค์ในการทำรายการ
- หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ธปท. เริ่มคุมเข้มการถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปพบว่า จำนวนรายการถอนเงินลดลง 28% และมูลค่าการถอนลดลง 25% ในเดือนเมษายน
- เป้าหมายหลักของการขยายมาตรการรอบนี้คือ เพิ่มความโปร่งใสของระบบการเงิน และสกัดธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือกิจกรรมผิดกฎหมาย
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมคุมเข้มธุรกรรมเงินสดมากขึ้น โดยผู้ที่ฝากหรือแลกเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องแจ้งที่มาของเงินและวัตถุประสงค์ในการทำรายการ หลังจากมาตรการตรวจสอบการถอนเงินสดมูลค่าสูงที่เริ่มใช้เมื่อเดือนเมษายนเห็นผลชัดเจน ทำให้จำนวนรายการถอนลดลง 28% และมูลค่าการถอนลดลง 25% ธปท. มองว่า การขยายมาตรการครั้งนี้จะช่วยให้การติดตามเส้นทางการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการฟอกเงิน การหลอกลวงทางการเงิน และธุรกรรมผิดกฎหมาย พร้อมยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของระบบการเงินไทยในระยะยาว
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมยกระดับมาตรการกำกับดูแลธุรกรรมเงินสด โดยผู้ที่นำเงินสดมาฝากหรือแลกเปลี่ยนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องแจ้งแหล่งที่มาของเงินและวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรม เพื่อเพิ่มความโปร่งใสของระบบการเงินและป้องกันการใช้เงินสดในกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา นาย วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากบริบทเศรษฐกิจและความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป ธปท. จำเป็นต้องดูแลทั้งเสถียรภาพระบบการเงินและการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างควบคู่กัน ผ่านมาตรการเฉพาะจุดที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการเฝ้าระวังธุรกรรมที่อาจเข้าข่ายผิดปกติ โดยก่อนหน้านี้ ธปท. ได้ออกมาตรการกำกับการถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป รวมถึงกำหนดให้สถาบันการเงินรายงานธุรกรรมที่มีลักษณะน่าสงสัย ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นถือว่าชัดเจน โดยข้อมูลเดือนเมษายนพบว่า จำนวนรายการถอนเงินสดมูลค่า 5 ล้านบาทขึ้นไป ลดลง 28% ขณะที่มูลค่าการถอนเงินสดลดลง 25% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในไตรมาสแรกของปี 2569 และแนวโน้มดังกล่าวยังลดลงต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคม
จากผลที่เกิดขึ้น ธปท. เตรียมขยายมาตรการเพิ่มเติมไปยังธุรกรรม “ฝากเงินสด” และ “แลกเงินสด” มูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป โดยผู้ทำธุรกรรมจะต้องชี้แจงแหล่งที่มาของเงินและเหตุผลในการทำรายการ เพื่อช่วยให้การติดตามเส้นทางการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ธปท. มองว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นอีกกลไกสำคัญในการสกัดธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน การหลอกลวงทางการเงิน หรือกิจกรรมผิดกฎหมายอื่น ๆ พร้อมยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของระบบการเงินไทยในระยะยาว
มุมมองผู้เขียน: เศรษฐกิจที่แข็งแรงไม่ได้วันกันที่ GDP อย่างเดียว แต่ต้องมีระบบการเงินที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ด้วย การที่ ธปท. เข้มงวดกับธุรกรรมเงินสดมูลค่าสูงมากขึ้น อาจช่วยลดช่องว่างของเงินสีเทาและธุรกรรมผิดกฎหมายได้ในระยะยาว ซึ่งท้ายที่สุดก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติให้พวกเขากล้าลงทุนในบ้านเรามากขึ้น

