bitkub-banner

‘ตัน ภาสกรนที’ เตือนฟองสบู่อสังหาไทยก่อตัวเงียบ เสี่ยงซ้ำรอยวิกฤตซับไพรม์ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตัน ภาสกรนที ออกโรงเตือนภัยวิกฤตเศรษฐกิจไทยผ่านรายการกรรมกรข่าว ชี้รอบนี้หนักหนาสาหัสที่สุดในรอบ 40 ปี รุนแรงกว่ายุคต้มยำกุ้งและโควิด เนื่องจากโครงสร้างความเสียหายเข้าถึงกำลังซื้อคนทุกระดับชั้นพร้อมกัน
  • แฉเบื้องหลังขบวนการเงินทอนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ปั่นราคาประเมินห้องชุดเกินจริง พ่วงการจ้างทำเอกสารบัญชีปลอม เพื่อหลอกธนาคาร หวังดึงเงินส่วนต่างมาประทังชีวิต เตือนระเบิดเวลาหนี้เสียเตรียมล้นระบบซ้ำรอยวิกฤตซับไพรม์อเมริกา
  • แนะกลยุทธ์การบริหารเงินภายใต้หลักคิด อย่าดื่มน้ำทะเลตอนหิว เตือนห้ามสร้างหนี้ใหม่มาประคองหนี้เก่า ย้ำชัดในโลกทุนนิยม วิกฤตจะเป็นโอกาสทองของคนที่มีเงินเย็น แต่เป็นหายนะของคนที่ก่อหนี้เกินตัว

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral 

ข้อมูลบทวิเคราะห์และคำเตือนเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศไทยของ ตัน ภาสกรนทีไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปัจจัยพื้นฐาน หรือแรงซื้อแรงขายของบิตคอยน์ในกระดานเทรด

ในรายการกรรมกรข่าว เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา คุณตัน ภาสกรนที ได้มานั่งพูดคุยถึงบทเรียนชีวิตหลังอุบัติเหตุตกเวทีกับคุณ สรยุทธ สุทัศนะจินดา แต่ประเด็นที่กลายเป็นกระแสหนักกว่าคือ การส่งสัญญาณเตือนเรื่อง “วิกฤตเศรษฐกิจไทย” ที่เขามองว่าครั้งนี้ “หนักที่สุดในรอบ 40 ปี” หนักกว่าช่วงต้มยำกุ้ง หรือโควิดเสียอีก เพราะมันกระทบถึงคนทุกระดับพร้อมกันหมด

ในมุมมองของการลงทุน เรามักจะคอยจับตาดูอินดิเคเตอร์ หรือตัวเลขเศรษฐกิจยากๆ แต่สำหรับคุณตัน เขาไม่ได้ใช้ตัวเลข GDP ซับซ้อนมาอธิบาย เขาใช้สิ่งที่เรียกว่า “ดัชนีชาวบ้าน” ที่สัมผัสได้จากธุรกิจที่มีอยู่ในมือ อย่างแรกคือ โรงแรม ที่แม้คนจะพักเยอะแต่ต้องลดราคาห้องพักลง เพื่อให้คนมาใช้บริการ และที่ชัดที่สุดคือ “ตลาดนัดนินจา” หน้าอมตะนคร 

โดยเมื่อไหร่ที่พ่อค้าแม่ค้าเริ่มค้างค่าเช่า หรือบ่นว่า คนงานในนิคมไม่มี OT นั่นคือสัญญาณอันตราย เพราะอุตสาหกรรมบ้านเราขับเคลื่อนด้วย OT พอ OT หาย กำลังซื้อของคนระดับล่างที่เป็นฐานใหญ่ของประเทศก็พังทันที

สำหรับคนที่อยู่ในโลกการเงินและคริปโต คงจำกันได้ดีว่า วิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 ที่เป็นจุดกำเนิดของ Bitcoin นั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลที่สุด และคุณตันย้ำว่า มันกำลังซ้ำรอย วิกฤตซับไพรม์ของอเมริกา คือ อาการ “ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ไทย” ที่ถูกปั่นขึ้นด้วย “ดีมานด์เทียม”

คุณตันเล่าความจริงเบื้องหลังที่ได้เห็น จากการไปทำธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC) ว่าตอนนี้มีขบวนการ “เงินทอน” ระบาดหนัก วิธีการคือ โครงการจะอัพราคาคอนโดให้สูงเกินจริง เช่น ห้องราคาจริง 2 ล้าน แต่ตั้งราคาขาย 2.5 ล้าน เพื่อให้คนกู้ผ่านธนาคารได้เต็มจำนวนและมีเงินเหลือกลับเข้ากระเป๋าไปเลย 5 แสนบาท แถมยังมีการรับจ้างเดินบัญชี Statement ปลอม ๆ นาน 6 เดือน เพื่อหลอกแบงก์ว่า คนกู้มีรายได้สูงพอ ทั้งที่ความจริงไม่มีปัญญาผ่อน ผลที่ตามมาคือ NPL หรือหนี้เสียจะล้นระบบ เพราะคนกู้ไม่ได้อยากได้บ้านจริง ๆ แต่แค่อยากได้เงินก้อนนั้นมาใช้ประทังชีวิต

นอกจากนี้ ยังมีกับดักการันตี Yield 5-7% ที่ล่อใจนักลงทุน ซึ่งคุณตันเผยความลับว่า ส่วนใหญ่เขาบวกราคาขายเผื่อไว้แล้ว เพื่อเอาเงินเรานั่นแหละมาจ่ายคืนให้เราเองในรูปแบบผลตอบแทน 

ประกอบกับตอนนี้ นักลงทุนรายใหญ่ในจีนที่เคยมาเหมาคอนโดทิ้งมัดจำ และทิ้งของเพราะเอาเงินออกนอกประเทศไม่ได้ ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึกร้าง หรือการไม่จ่ายค่าส่วนกลางเริ่มส่งกลิ่น เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอเมริกาเมื่อหลายสิบปีก่อน

ซึ่งคำเตือนที่คมที่สุดของคุณตันในครั้งนี้คือ “อย่าดื่มน้ำทะเลตอนหิว” เป็นการเปรียบเปรยว่า ในยามที่ธุรกิจหรือชีวิตกำลังลำบาก อย่าไปคว้าทางออกที่ดูเหมือนจะดีแต่แฝงไปด้วยพิษ เช่น การไปสร้างหนี้เพิ่ม หรือทำเรื่องผิดกฎหมายเพื่อให้ได้เงินมาประคองตัว เพราะมันจะยิ่งทำให้เรา “หิวน้ำ” และตายไวขึ้นกว่าเดิม

สรุปข้อคิดจากคุณตัน ในวิกฤตที่หนักหนาเช่นนี้ ทางรอดเดียวคือ ต้องมีสติ ประหยัด และยอมตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ใครที่มีของเก่าที่ไม่ได้ใช้ ก็ให้รีบขายออกไปถือเงินสดไว้ เพราะในโลกของทุนนิยม “วิกฤตคือ โอกาสของคนที่มีเงินเย็น” แต่จะเป็นหายนะของคนที่ก่อหนี้เกินตัว


มุมมองผู้เขียน : ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจที่ไม่อาจละเลยได้ ซึ่งการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม และการหลีกเลี่ยงการก่อหนี้เกินตัว จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส และนำพานักลงทุนให้รอดพ้นจากหายนะทางเศรษฐกิจครั้งนี้ได้อย่างยั่งยืน