สรุปข่าว
- Cardano เปิดตัวเครือข่ายทดสอบชื่อว่า “Musashi Dojo” สำหรับ Leios โปรโตคอลอัปเกรดเครือข่ายครั้งใหญ่ที่ตั้งเป้าเพิ่มความเร็วในการประมวลผลสูงสุด 30-65 เท่า
- ราคา ADA กลับสวนทาง ร่วงกว่า 35% ในรอบ 30 วัน แตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี และลดลงกว่า 95% จากจุดสูงสุดตลอดกาล
- ตลาดกำลังจับตา ว่า Leios จะเปลี่ยนความก้าวหน้าทางเทคนิคให้กลายเป็นการใช้งานจริง และช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้หรือไม่
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Cardano เปิดตัว Musashi Dojo เครือข่ายทดสอบโปรโตคอล Leios เพื่อแก้ปัญหาคอขวดของเครือข่ายหลัก โดยตั้งเป้าดันความเร็วประมวลผลให้พุ่งขึ้นถึง 30-65 เท่า ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดทางเทคนิคครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี แต่สิ่งที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิงคือราคา ADA กลับดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปี ท่ามกลางมรสุมโปรเจกต์ในระบบนิเวศที่ทยอยปิดตัวและงานอีเวนต์ใหญ่ที่ถูกยกเลิก สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ เทคโนโลยีที่เตรียมอัปเกรดใช้งานจริงช่วงปลายปี 2026 จะสามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นและดึงราคา ADA ให้พ้นจากวิกฤตครั้งนี้ได้หรือไม่
บล็อกเชน Cardano (ADA) เปิดตัว Public Testnet หรือเครือข่ายทดสอบของ Leios โปรโตคอลขยายขนาดเครือข่ายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2026 ถือเป็นหนึ่งในการอัปเกรดด้านเทคนิคครั้งสำคัญที่สุดของ Cardano ในรอบหลายปี อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันในตลาด หลังราคา ADA ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี
เครือข่ายทดสอบดังกล่าวใช้ชื่อว่า “Musashi Dojo” โดยตั้งชื่อตาม Miyamoto Musashi ซามูไรชื่อดังของญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 โดยแบ่งการทดสอบออกเป็น 5 เฟส ตามหนังสือ Book of Five Rings ได้แก่ ดิน น้ำ ไฟ ลม และความว่างเปล่า
ในแต่ละเฟสจะค่อย ๆ เพิ่มระดับความเข้มข้นของการทดสอบขึ้น ตั้งแต่การตรวจสอบการออกแบบพื้นฐาน ไปจนถึงการจำลองการโจมตีจากผู้ไม่หวังดี และการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดใช้งานบน Mainnet ซึ่งเป็นเครือข่ายหลักของ Cardano
สำหรับ Leios ถือเป็นหนึ่งในอัปเกรดที่ถูกจับตามองมากที่สุด เพราะมีเป้าหมายแก้ปัญหาที่ถูกวิจารณ์มาอย่างยาวนานว่า Base Layer หรือโครงสร้างพื้นฐานหลักของ Cardano ยังรองรับธุรกรรมจำนวนมากได้ไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับบล็อกเชนคู่แข่ง
Leios ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสำคัญของ Cardano ที่ถูกวิจารณ์มาอย่างต่อเนื่องว่า ระบบหลักของเครือข่ายยังรองรับธุรกรรมจำนวนมากได้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับบล็อกเชนคู่แข่ง
ในด้านเทคนิค Leios จะทำงานร่วมกับ Ouroboros Praos ซึ่งเป็นระบบยืนยันธุรกรรมของ Cardano โดยเมื่อปริมาณการใช้งานเชนเพิ่มขึ้น ระบบจะสร้าง Endorser Block หรือบล็อกเสริมขึ้นมาช่วยประมวลผลธุรกรรมควบคู่กับบล็อกหลัก ทำให้เครือข่ายสามารถรองรับธุรกรรมได้มากขึ้น ลดข้อจำกัดของระบบเดิมที่ประมวลผลแบบลำดับเดียว
เป้าหมายของ Leios คือ การเพิ่มความสามารถในการประมวลผลข้อมูลของเครือข่ายจากประมาณ 4.5 KB ต่อวินาที เป็น 200 KB ต่อวินาที หรือเพิ่มประสิทธิภาพราว 30-65 เท่า
ด้าน Carlos Lopez de Lara ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Input Output บริษัทผู้พัฒนา Cardano ระบุว่า ระยะแรกเครือข่ายจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นประมาณ 2-5 เท่า ก่อนขยายสู่ศักยภาพสูงสุดเมื่อปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ ข้อเสนอด้านการกำกับดูแลของ Leios ยังได้รับเสียงสนับสนุนกว่า 84% จากชุมชน Cardano และทีมพัฒนาตั้งเป้าดำเนินการ Hard Fork หรือการอัปเกรดเครือข่ายครั้งใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน 2026
แม้ความคืบหน้าทางเทคนิคจะเป็นไปตามแผน แต่ราคาของ ADA กลับเคลื่อนไหวสวนทาง โดยปรับตัวลดลงราว 35% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา มาอยู่ที่ประมาณ 0.1545 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี และหากเทียบกับจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 3.09 ดอลลาร์ เมื่อเดือนกันยายน 2021 ปัจจุบัน ADA สูญเสียมูลค่าไปแล้วกว่า 95%

แรงกดดันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะด้านราคาเท่านั้น ระบบนิเวศของ Cardano ยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งการปิดตัวของแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล TapTools การยกเลิกงาน Cardano 2026 Singapore Summit รวมถึงคำเตือนจาก Charles Hoskinson ที่ระบุว่า โปรเจกต์ DeFi บน Cardano อาจเผชิญ “คลื่นแห่งความล้มเหลว” หากไม่สามารถสร้างกรณีการใช้งานจริงได้
สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนภาพที่สวนทางกันอย่างชัดเจน ด้านหนึ่ง Cardano ยังคงเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายตามแผนงานอย่างต่อเนื่อง แต่อีกด้านหนึ่ง ราคาของ ADA ยังไม่ตอบรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้คำถามสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 คือ นักลงทุนจะเริ่มให้น้ำหนักกับการพัฒนา Leios ตั้งแต่ช่วงทดสอบ หรือจะรอจนกว่าระบบจะเปิดใช้งานบนเครือข่ายหลักอย่างสมบูรณ์
มุมมองผู้เขียน: การเปิดตัวครั้งนี้ ถือเป็นข่าวเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของ Cardano เพราะเป็นการแก้ไขข้อจำกัดด้านการขยายขนาดที่ถูกพูดถึงมานานหลายปี อย่างไรก็ตาม ช่วง 5 เดือนของการทดสอบ Musashi Dojo จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า Cardano สามารถเปลี่ยนความก้าวหน้าทางเทคนิคให้กลายเป็นความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสะท้อนกลับมาที่ราคา ADA ได้หรือไม่
ที่มา:beincrypto

