bitkub-banner

ทรัมป์ลงนาม สั่งเร่งพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม พร้อมยกระดับระบบเข้ารหัสลับ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จรดปากกาลงนามในคำสั่งบริหาร 2 ฉบับเพื่อเร่งสปีดการสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่ของอเมริกา ควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างระบบเข้ารหัสลับรูปแบบใหม่ เพื่อปกป้องข้อมูลความมั่นคงของชาติ
  • ประกาศสงครามเทคโนโลยีระดับโลก หลังจีนเร่งเครื่องลงทุนควอนตัมผ่านแผนพัฒนา 5 ปี รัฐบาลวอชิงตันจึงขีดเส้นตาย 180 วัน สั่งดันโครงการร่วมทุนภาคเอกชน พร้อมจัดตั้งโปรเจกต์ระดับชาติ QC-ADDS
  • ส่งแรงกระเพื่อมสั่นสะเทือนวงการสินทรัพย์ดิจิทัล บีบให้บล็อกเชนแถวหน้าอย่าง Ethereum และ Solana รีบกางโรดแมปพัฒนาอัลกอริทึมเข้ารหัสลับยุคหลังควอนตัม เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากการโดนถอดรหัสกระเป๋าเงินในอนาคต

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

การลงนามสั่งเร่งพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นประเด็นเชิงโครงสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ในระยะยาว ข้อมูลนี้ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์อุปทานบนกระดานเทรดในปัจจุบัน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ลงนามในคำสั่งบริหาร 2 ฉบับ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อเร่งผลักดันการสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมของอเมริกา และมุ่งเน้นการพัฒนาระบบเข้ารหัสลับ (Cryptography) รูปแบบใหม่ที่สามารถต้านทานการโจมตีจากเทคโนโลยีควอนตัมได้ 

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า “เรากำลังจะลงทุนในความเป็นผู้นำด้านควอนตัมของอเมริกาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อทิ้งห่างคู่แข่ง และเป็นผู้นำของโลกต่อไป”

รัฐบาลสหรัฐฯ จึงต้องการใช้แนวทาง “ทั้งภาครัฐร่วมมือกัน” เพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัม และป้องกันไม่ให้ประเทศคู่แข่งใช้เทคโนโลยีควอนตัม (QIST) นี้มาคุกคามความมั่นคงของชาติ

ความเคลื่อนไหวนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ประเทศจีนเริ่มเร่งเครื่องพัฒนาด้านควอนตัมอย่างดุดัน ภายใต้ “แผนพัฒนา 5 ปี” ที่เพิ่งประกาศไปเมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งจีนมุ่งเป้าจะขยายการลงทุนในคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบปรับขนาดได้ และพัฒนาเครือข่ายสื่อสารควอนตัมเชื่อมต่อระหว่างอวกาศและภาคพื้นดิน

ขีดเส้นตาย 180 วัน ดันโครงการ “QC-ADDS” สู่อนาคต

ตามคำสั่งของทรัมป์ ระบุว่า ภายในเวลา 180 วัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องอัปเดตแผนยุทธศาสตร์ควอนตัมแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์และการจับมือร่วมทุนกับภาคอุตสาหกรรม 

นอกจากนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ยังได้รับมอบหมายให้ประเมินผลกระทบจากการเติบโตและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของคอมพิวเตอร์ควอนตัมเชิงพาณิชย์ เช่น ผลกระทบต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเข้ารหัสลับยุคหลังควอนตัม 

ไฮไลต์สำคัญคือ การจัดตั้งโครงการ QC-ADDS ซึ่งเป็นความพยายามระดับชาติ ในการผลักดันการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อ “เปิดฉากยุคแห่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ด้วยขุมพลังควอนตัม” อย่างเป็นทางการ

ยกระดับการเข้ารหัสลับยุคใหม่ รับมือภัยคุกคามโลกคริปโต

สำหรับคำสั่งบริหารอีกฉบับหนึ่ง จะมุ่งเน้นไปที่การปกป้องสหรัฐฯ จากการโจมตีระบบเข้ารหัสด้วยควอนตัม โดยสั่งการให้สำนักงบประมาณ (OMB) และผู้อำนวยการด้านไซเบอร์แห่งชาติ เป็นแกนนำในการเร่งผลักดันให้ทั้งประเทศ เปลี่ยนผ่านไปสู่ “ระบบเข้ารหัสลับยุคหลังควอนตัม” (Post-Quantum Cryptography) เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสำคัญของชาติจะยังคงปลอดภัย 

เนื่องจาก หากคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่ตกไปอยู่ในมือของประเทศคู่แข่ง มันจะกลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อระบบรักษาความปลอดภัย และการเข้ารหัสลับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันทันที

ภัยคุกคามด้านควอนตัมนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ความมั่นคงของรัฐ แต่ยังรวมถึงโลกของคริปโตเคอร์เรนซีด้วย ปัจจุบันบล็อกเชนยักษ์ใหญ่อย่าง Ethereum และ Solana ได้เริ่มลงมือพัฒนาแผนงาน เพื่อรองรับระบบหลังควอนตัมเรียบร้อยแล้ว

ในขณะที่ชุมชน Bitcoin ยังคงมีความคิดเห็นที่แตกออกเป็นสองฝ่ายเกี่ยวกับการรับมือและหาวิธีปกป้อง “เหรียญเก่า ๆ” จากภัยคุกคัมควอนตัมในอนาคต

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : ความเร็วในการอัปเกรดระบบเพื่อป้องกันภัยจาก “คอมพิวเตอร์ควอนตัม” คือตัวตัดสินความอยู่รอดของแต่ละเครือข่ายบล็อกเชน ถ้าเครือข่ายไหนแก้ปัญหานี้ช้า จะเกิดความกลัวและเสียความเชื่อมั่น จนทำให้นักลงทุนเทขายและย้ายเงินหนี ไปยังเครือข่ายอื่นที่ปลอดภัยและปรับตัวได้เร็วกว่า