สรุปข่าว
- Rosen Law Firm บริษัทกฎหมายชั้นนำของสหรัฐฯ เปิดการสืบสวน Strategy พร้อมรวบรวมผู้ถือหุ้นเพื่อประเมินการยื่นฟ้องแบบกลุ่ม (Class Action) หลังตั้งข้อสงสัยว่าบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงไม่ครบถ้วน
- การตรวจสอบครอบคลุมทั้งหุ้น MSTR, STRF, STRC, STRK และ STRD โดยเน้นไปที่โมเดลการระดมทุนเพื่อซื้อ Bitcoin ของบริษัท
- แม้ยังไม่มีข้อกล่าวหาหรือการดำเนินคดีจากหน่วยงานกำกับดูแล แต่เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนว่า ตลาดเริ่มตั้งคำถามต่อความยั่งยืนของโมเดลธุรกิจ Strategy มากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Rosen Law Firm บริษัทกฎหมายระดับโลก ประกาศเปิดฉากสืบสวนบริษัท Strategy และเชิญชวนให้นักลงทุนเข้าร่วมการยื่นฟ้องแบบกลุ่ม โดยตั้งข้อสงสัยว่าบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโมเดลการระดมทุนเพื่อซื้อ Bitcoin ไม่ครบถ้วน แม้ยังไม่มีข้อสรุปว่า บริษัทกระทำผิดกฎหมายก็ตาม ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาความยั่งยืนของโครงสร้างเงินทุน หลัง Arkham เตือนว่าแม้ STRC จะไม่ใช่ LUNA ตัวต่อไป แต่ภาระการจ่ายเงินปันผลที่อาจสูงถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามต่อไป
บริษัท Strategy ของ Michael Saylor กำลังถูกเพ่งเล็งอย่างหนักจาก Rosen Law Firm บริษัทกฎหมายชั้นนำระดับโลกที่ได้ประกาศเปิดฉากการสืบสวนบริษัทอย่างเป็นทางการ พร้อมรวบรวมนักลงทุนที่ได้รับความเสียหายเพื่อประเมินการยื่นฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) ในอนาคต
การสืบสวนครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่การดำเนินธุรกิจและตัวผู้บริหารของ Strategy ว่ามีการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ชัดเจน หรือปกปิดความเสี่ยงของโมเดลการใช้เงินทุนมหาศาลเพื่อกว้านซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่องหรือไม่
โดยขอบเขตการสอบสวนครอบคลุมหลักทรัพย์ของบริษัทหลายรายการ ได้แก่ หุ้นแม่ของบริษัท MSTR รวมถึงหุ้นตัวอื่นๆ อย่าง STRF, STRC, STRK และ STRD ซึ่งขณะนี้ได้เปิดช่องทางให้นักลงทุนที่ขาดทุนลงทะเบียนเข้าร่วมให้ข้อมูลแล้ว
สำหรับ Rosen Law Firm ถือเป็นสำนักงานกฎหมายที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเกี่ยวกับการฟ้องร้องบริษัทที่ให้ข้อมูลผิดพลาดจนทำให้นักลงทุนสูญเสียเงินลงทุน โดยมีประวัติผลงานโดดเด่นระดับโลก เช่น การเป็นตัวแทนฟ้องร้องและเอาชนะคดีบริษัทระดับยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba มาแล้ว ทำให้การขยับตัวของทีมกฎหมายชุดนี้สร้างแรงกระเพื่อมในหมู่นักลงทุนเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม Rosen เน้นย้ำว่า การดำเนินการในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อเท็จจริง และยังไม่มีข้อสรุปว่า Strategy หรือผู้บริหารของบริษัทได้กระทำความผิดตามกฎหมาย

STRC เริ่มถูกนำไปเปรียบเทียบกับ LUNA
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ STRC ซึ่งเป็นหุ้นบุริมสิทธิแบบไม่มีกำหนดไถ่ถอน ของ Strategy ซึ่งถูกนักลงทุนบางส่วนนำไปเปรียบเทียบกับ Terra ระบบนิเวศคริปโตที่ล่มสลายในปี 2022
อย่างไรก็ตาม Arkham แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชื่อดัง มองว่าทั้งสองกรณีมีโครงสร้างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจาก Strategy ไม่มีภาระผูกพันทางกฎหมายในการพยุงราคาของ STRC และ Michael Saylor จะไม่ถูกบังคับขายสินทรัพย์ หากราคาของ STRC ปรับตัวลดลง
Arkham ยืนยันว่า STRC ไม่ใช่ “LUNA ตัวต่อไป” เพราะตัวหุ้นบริมสิทธิของ Strategy ไม่ได้ใช้กลไกตรึงมูลค่าแบบอัลกอริทึมเหมือนกับ Terra
อย่างไรก็ตาม Arkham ได้เตือนผู้ถือหุ้น STRC ว่า การลงทุนของพวกเขายังมีความเสี่ยงหลงเหลืออยู่ เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทเท่านั้นและไม่ได้ถือเป็นภาระผูกพันทางกฎหมาย
บริษัทประเมินว่า หากต้องการรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลของ STRC ในปัจจุบัน Strategy อาจต้องใช้เงินสูงถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า หากตลาดคริปโตยังอยู่ในภาวะตลาดหมี โมเดลการระดมทุนของบริษัทจะสามารถรองรับภาระดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด
ในขณะที่รายงาน Strategy ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้เรื่องการสืบสวนจาก Rosen Law Firm
นักวิเคราะห์ชี้ การสืบสวนยังไม่ใช่หลักฐานว่า กระทำผิด
ด้าน Shanaka Anslem นักวิเคราะห์คริปโตระบุว่า นักลงทุนไม่ควรตีความประกาศของ Rosen ว่าเป็นหลักฐานของการฉ้อโกง เนื่องจากการประกาศลักษณะนี้เป็นแนวปฏิบัติที่บริษัทกฎหมายฝ่ายโจทก์มักใช้หลังราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง เพื่อรวบรวมผู้ถือหุ้นและประเมินว่ามีมูลเพียงพอสำหรับการฟ้องร้องหรือไม่
เขาย้ำว่า ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการจากหน่วยงาน ก.ล.ต.สหรัฐฯ ไม่มีการสอบสวนจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ไม่มีการยื่นฟ้องต่อศาล และยังไม่มีการระบุอย่างเป็นทางการว่า Strategy ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จแก่นักลงทุน
มุมมองผู้เขียน: การสืบสวนของ Rosen ยังไม่ถือเป็นหลักฐานที่พิสูจน์ว่า Strategy กระทำความผิด แต่เรื่องนี้อาจส่งสัญญาณว่า “ความสงสัย” ในตลาดเริ่มเพิ่มขึ้น นักลงทุนกำลังเปลี่ยนจากการชื่นชมกลยุทธ์สะสม Bitcoin มาเป็นการประเมินว่า โมเดลระดมทุนของบริษัทจะสามารถเอาตัวรอดในสภาวะตลาดหมีที่ยืดเยื้อได้หรือไม่
ที่มา:beincrypto

