bitkub-banner

บริษัททั่วโลกซื้อ Bitcoin เกือบ 9,000 BTC ในเดือนมิถุนายน สวนทางนักลงทุนรายย่อยที่เทขายหนัก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • AshCrypto รายงานว่า บริษัทจดทะเบียนทั่วโลกซื้อ Bitcoin รวม 8,992 BTC ในเดือนมิถุนายน คิดเป็นมูลค่ากว่า 525 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 19,000 ล้านบาท แม้ในช่วงเวลาดังกล่าวราคา Bitcoin จะร่วงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ และนักลงทุนจำนวนมากอยู่ในภาวะหวาดกลัว
  • CryptoBriefing รายงานว่า ในไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทต่าง ๆ ซื้อ Bitcoin รวมกว่า 110,000 BTC ซึ่งเป็นปริมาณการซื้อรายไตรมาสสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้บริษัทจดทะเบียนทั่วโลกถือครอง Bitcoin รวมมากกว่า 1.26 ล้าน BTC
  • นับตั้งแต่ต้นปี 2026 บริษัทต่าง ๆ ซื้อ Bitcoin รวมสุทธิแล้ว 166,984 BTC ขณะที่นักขุดผลิต Bitcoin ใหม่ได้เพียง 81,153 BTC สะท้อนว่าความต้องการซื้อจากภาคธุรกิจมีมากกว่าอุปทานใหม่กว่า 2 เท่า

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การที่บริษัทจดทะเบียนซื้อ Bitcoin มากกว่าอุปทานใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยบวกระยะยาว เนื่องจาก Bitcoin ที่ถูกนำเข้าไปเก็บเป็นสินทรัพย์สำรองของบริษัท มักไม่ถูกนำกลับมาขายในตลาดในระยะสั้น ส่งผลให้ปริมาณเหรียญหมุนเวียนลดลง

ในช่วงที่ราคา Bitcoin ร่วงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ และนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากทยอยขายสินทรัพย์เพื่อลดความเสี่ยง กลับมีอีกฝั่งที่เดินหน้าช้อนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า บริษัทที่จดทะเบียนทั่วโลกซื้อ Bitcoin รวม 8,992 BTCในเดือนมิถุนายน คิดเป็นมูลค่ากว่า 525 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 19,000 ล้านบาท สะท้อนว่าบริษัทจำนวนมากยังมองการปรับฐานของราคาเป็นโอกาสในการเพิ่มการถือครอง

ไตรมาส 2 ทำสถิติซื้อ Bitcoin สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

ข้อมูลจาก CryptoBriefing ระบุว่า ตลอดไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทจดทะเบียนซื้อ Bitcoin รวมกว่า 110,000 BTC มากกว่าปริมาณที่ซื้อรวมกันในสองไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้การถือครอง Bitcoin ของบริษัททั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1.26 ล้าน BTC คิดเป็นมูลค่ารวมราว 79,000 ล้านดอลลาร์

ความต้องการซื้อสูงกว่าอุปทานใหม่กว่า 2 เท่า

อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจคือ ตั้งแต่ต้นปี 2026 บริษัทต่าง ๆ ซื้อ Bitcoin รวมสุทธิแล้ว 166,984 BTC ขณะที่นักขุดผลิต Bitcoin ใหม่เข้าสู่ระบบได้เพียง 81,153 BTC เท่านั้น หมายความว่าความต้องการซื้อจากบริษัทจดทะเบียนมีมากกว่าอุปทานใหม่กว่า 2 เท่า ซึ่งอาจช่วยลดแรงขายจากเหรียญที่เพิ่งถูกขุด และทำให้ปริมาณ Bitcoin ที่หมุนเวียนในตลาดลดลง


แม้ตลาดคริปโตจะยังเผชิญความผันผวน แต่หลายบริษัทเลือกใช้จังหวะที่ราคาปรับตัวลงในการเพิ่มการถือครอง Bitcoin แทนที่จะลดความเสี่ยง โดยมองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำหรับการลงทุนระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังควรติดตามปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและกระแสเงินทุนของกองทุน ETF ซึ่งยังคงมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางราคาของ Bitcoin ในช่วงต่อจากนี้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง