bitkub-banner

เจาะลึก 4 ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตในสัปดาห์นี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านหลายระลอก หลังอิหร่านโจมตีเรือขนส่งสินค้าบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นราว 4% ทันที
  • สัปดาห์นี้สหรัฐฯ จะประกาศตัวเลขเงินเฟ้อชุดใหญ่ ทั้ง CPI และ PPI เดือนมิถุนายน โดยนักวิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขจะขยับสูงขึ้นกว่าเดือนก่อน
  • Bitcoin ร่วงหลุดระดับ 64,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Ether ยังประคองราคาเหนือ 1,700 ดอลลาร์ไว้ได้

แนวโน้มที่ส่งผลต่อกระทบต่อราคา : Bearish

ปัจจัยหลายอย่างในสัปดาห์นี้ เข้ามาในจังหวะที่ไม่ค่อยเป็นใจต่อสินทรัพย์เสี่ยงนัก ทั้งความตึงเครียดทางทหารในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง และตัวเลขเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้น สองปัจจัยนี้เมื่อรวมกันมักจะสร้างแรงกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงท่าทีเข้มงวดด้านดอกเบี้ยต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ตลาดคริปโตไม่ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

สัปดาห์นี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ตารางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อัดแน่นไปด้วยรายงานข้อมูลเงินเฟ้อชุดใหญ่ ในขณะเดียวกันสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางก็กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าภาพรวมตลาดคริปโตเคอเรนซีจะยังคงรักษาระดับราคาที่ปรับตัวขึ้นมาได้ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา แต่บรรยากาศการซื้อขายในเช้าวันจันทร์เริ่มส่งสัญญาณสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเหล่านักเทรดกำลังประเมินสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน

ชนวนเหตุล่าสุดเกิดขึ้น หลังจากที่สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านหลายระลอก เพื่อตอบโต้กรณีที่อิหร่านโจมตีเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์อีกลำ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทางอิหร่านได้ประกาศ “ปิดช่องแคบ” ดังกล่าวทันที 

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกแถลงการณ์ปฏิเสธและยืนยันในสิ่งตรงกันข้าม ความขัดแย้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานขึ้นราว 4% โดยน้ำมันดิบ WTI และ Brent ดีดตัวขึ้นไปแตะระดับ 74.50 ดอลลาร์ และ 79 ดอลลาร์ตามลำดับ ส่วนตลาดฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ เปิดลบเล็กน้อย 

ซึ่งสำนักวิเคราะห์ The Kobeissi Letter ได้สรุปภาพรวมสัปดาห์นี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ประจำปี 2026 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว พร้อม ๆ กับความตึงเครียดที่กลับมาปะทุเดือดอีกครั้ง ณ ช่องแคบฮอร์มุซ”

เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ 13 กรกฎาคม ถึง 17 กรกฎาคม

นอกเหนือจากปัจจัยสงครามแล้ว รายงานเงินเฟ้อที่กำลังจะทยอยประกาศออกมา อาจเข้ามาซ้ำเติมความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเพิ่มความผันผวนให้แก่ตลาดหมีที่ลากยาวรอบนี้ โดยมีรายละเอียดสำคัญประจำสัปดาห์ดังนี้

วันอังคาร (14 กรกฎาคม): รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภค

วันพุธ (15 กรกฎาคม): รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อฝั่งค้าส่ง

วันพฤหัสบดี (16 กรกฎาคม): รายงานยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายน และดัชนีภาคการผลิตจากเฟดฟิลาเดลเฟียประจำเดือนกรกฎาคม

วันศุกร์ (17 กรกฎาคม): ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและคาดการณ์เงินเฟ้อจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

อ้างอิงข้อมูลจาก Yahoo Finance คาดการณ์ว่า ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานรายปี ทั้งในส่วนของ CPI และ PPI มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 3.8% และ 6.2% ตามลำดับ ซึ่งหากเงินเฟ้อขยับสูงขึ้นจริง จะกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลที่บีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องเดินหน้า “ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย” ซึ่งถือเป็นข่าวร้ายขั้นรุนแรงต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต 

ยิ่งไปกว่านั้น การยกระดับความรุนแรงทางการทหารในตะวันออกกลางก็ยิ่งเป็นตัวซ้ำเติมให้การควบคุมเงินเฟ้อทำได้ยากขึ้นไปอีก 

นอกจากนี้ ตลอดทั้งสัปดาห์ยังมีกองทัพธนาคาร และสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลกพากันรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 นำโดย JPMorgan Chase, Goldman Sachs, Bank of America, Wells Fargo และ Citibank ในวันอังคาร ตามมาด้วย Morgan Stanley และ BlackRock ในวันพุธ

แนวโน้มตลาดคริปโต

ในส่วนของภาพรวมตลาดคริปโตเคอเรนซี มูลค่ารวมของตลาด ยังคงทรงตัวได้ ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเคลื่อนไหวอยู่แถว ๆ 2.26 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เริ่มเห็นการย่อตัวลงเล็กน้อยในเช้าวันจันทร์ทันที หลังจากมีรายงานข่าวการโจมตีทางอากาศระลอกล่าสุด

เหรียญ Bitcoin (BTC) แม้จะสามารถประคองราคาให้อยู่เหนือระดับ 64,000 ดอลลาร์มาได้ นานร่วม 12 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ แต่ล่าสุดราคาได้ร่วงดิ่งลงไปต่ำกว่าระดับ 64,000 ดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อย โดยในขณะที่รายงาน ราคา Bitcoin กำลังซื้อขายอยู่ที่  63,097 ดอลลาร์ ลดลง 1.3 % ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทางด้าน Ether (ETH) ทำผลงานได้ค่อนข้างดีกว่าเล็กน้อย โดยสามารถรักษาระดับราคาเหนือ 1,700 ดอลลาร์เอาไว้ได้ เกือบตลอดทั้งวันที่ผ่านมา หลังจากที่เพิ่มพุ่งขึ้นมาถึง 15% ในช่วงสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งในระลอกสัปดาห์นี้ดุเดือดขึ้น ประกอบกับตัวเลขเงินเฟ้อดีดตัวสูงเกินคาด สินทรัพย์ทั้งสองตัวมีโอกาสสูงมากที่จะถูกเทขายและปรับตัวดิ่งลงลึกกว่านี้

ที่มา : cryptopotato


มุมมองผู้เขียน : ถ้าดูจากจังหวะที่ทุกปัจจัยลบมาชนกันพอดีในสัปดาห์เดียว ตลาดคริปโตมีโอกาสเห็นแรงเทขายระยะสั้นมากกว่าจะฟื้นตัวเร็ว โดยเฉพาะถ้าตัวเลขเงินเฟ้อวันอังคารและวันพุธออกมาสูงกว่าคาดจริง ราคาน้ำมันที่พุ่งอยู่ตอนนี้ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เฟดต้องคงท่าทีแข็งกร้าวต่อไป