bitkub-banner

เจาะลึกเวที KUB Global 2026: RWA Tokenization จะทลายกำแพงเศรษฐกิจไทยได้อย่างไร? 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ในงาน KUB Global Bangkok 2026 ในเวทีเสวนา “Breaking Thailand Barriers with RWA Tokenization” มีผู้บริหารจาก SIX Network, Bitkub Blockchain Technology, Liberix, เจ้าทุย และ Bitkub Online มาร่วมแชร์มุมมอง
  • วงเสวนาชี้ว่า Tokenization เข้ามาแก้ปัญหาความโปร่งใส สภาพคล่อง และการเข้าถึงสินทรัพย์ ตั้งแต่ทองคำไปจนถึงควายไทย เปิดทางให้คนทุนน้อยเข้าถึงสินทรัพย์ที่เคยไกลตัว
  • วิทยากรมองไปข้างหน้า 3-4 ปี เชื่อว่า ไทยมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง RWA ระดับภูมิภาคได้ หากเร่งวางกรอบกฎหมายและนโยบายให้ชัดเจน

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral

งานนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและทิศทางอุตสาหกรรม ไม่ได้มีการประกาศตัวเลขการลงทุน การเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ หรือดีลทางธุรกิจที่ชัดเจนพอจะขยับราคาสินทรัพย์ดิจิทัลตัวใดตัวหนึ่งโดยตรง เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการฉายภาพรวมและวิสัยทัศน์ระยะยาว จึงเหมาะกับการติดตามในฐานะสัญญาณเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรม RWA ในไทยมากกว่าปัจจัยที่จะสร้างความเคลื่อนไหวระยะสั้น

เคยตั้งคำถามไหมว่า ทำไมสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลบนโลกใบนี้ ถึงเข้าถึงยากและเต็มไปด้วยข้อจำกัด? วันนี้ (28 สิงหาคม) ทีมงาน SiamBlockchain ได้เข้าไปร่วมเจาะลึกในงาน KUB Global Bangkok 2026 ในหัวข้อเสวนาที่ร้อนแรงที่สุดอย่าง “Breaking Thailand Barriers with RWA Tokenization” 

ซึ่งเป็นการถกเถียงกันว่า การแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงให้อยู่ในรูปของโทเคนดิจิทัล (Real-World Asset) จะเข้ามาช่วยปลดล็อก และ ทลายข้อจำกัดให้กับเศรษฐกิจไทยได้อย่างไร โดยมีผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของไทยมาร่วมตีแผ่ความจริงที่กำลังจะเปลี่ยนอนาคตการเงินไปตลอดกาล 

การแลกเปลี่ยนมุมมองในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วน มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์เพื่อนำ RWA Tokenization มาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ได้แก่ 

  • คุณวัชระ เอมเอี่ยม – Co-Founder & Co-CEO จาก SIX Network
  • คุณวศิน เพ็ชรรัตน์ – ผู้บริหารจาก บริษัท บิทคับ บล็อกเชน เทคโนโลยี จำกัด (ผู้ดูแลและพัฒนา Bitkub Chain)
  • คุณวรพัทธ์ พฤกษะมาศ – CEO จาก บริษัท ลิเบอริกซ์ จำกัด
  • คุณธนบัตร์ กริณูนท์สิงหา – ผู้ก่อตั้ง บริษัท เจ้าทุย จำกัด (สตาร์ทอัพสายเกษตรที่นำบล็อกเชนและ NFT มาเพิ่มมูลค่าให้ควายไทย)
  • คุณธัญญพร สุภกานต์ – Senior Operations and Customer Happiness Director จาก บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด
  • คุณสิทธิ์ ทองศรีนัก – Director จาก บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ)

ปลดล็อกทองคำ ทลายกำแพงข้อจำกัดทางการเงิน 

เมื่อพูดถึงการลงทุนทองคำคือ สินทรัพย์คลาสสิกที่คนไทยคุ้นเคย แต่ข้อจำกัดคือ “ราคาที่สูงทำให้คนทุนน้อยเข้าไม่ถึงคุณวศิน เพ็ชรรัตน์ จาก Bitkub Blockchain Technology เปิดประเด็นว่า คนไทยคุ้นเคยกับการลงทุนทองคำ แต่ราคาทองที่พุ่งสูงทำให้คนทุนน้อยเข้าไม่ถึง ระบบ Tokenization จึงเข้ามาแก้เพนพอยต์นี้ โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถแบ่งซื้อและเทรดทองคำดิจิทัลได้อย่างอิสระ

นอกจากนี้ Tokenization ยังช่วยปลดล็อกการนำทองไปค้ำประกันกู้ยืมเงิน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความโปร่งใส ซึ่งต่างจากการเดินเข้าโรงรับจำนำแบบเดิมๆ ที่ผู้ลงทุนไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าทองคำนั้นยังคงเป็นของตนเองอยู่หรือไม่

ด้านคุณวรพัทธ์ พฤกษะมาศ จาก Liberix ได้เสริมมุมมองนี้จากประสบการณ์ตรงในการทำโปรเจกต์เหรียญ XAU₮ ที่หนุนหลังด้วยทองคำ เขาระบุว่าในมุมผู้ใช้งาน การจำนำทองคำแบบดิจิทัลช่วยประหยัดเวลา ไม่ต้องเดินทาง และจัดการทุกอย่างผ่านสมาร์ตโฟนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกันในมุมของผู้ให้บริการสินเชื่อ ระบบนี้ก็ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความปลอดภัย เพราะสามารถปล่อยกู้ตามมูลค่าหลักทรัพย์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเขายังย้ำว่าปัจจุบัน Tokenization ได้เริ่มเข้ามาช่วยสถาบันการเงินทลายข้อจำกัดเรื่องความเร็วของการซื้อขายกองทุนแล้ว

ส่วนคุณวัชระ เอมเอี่ยม จาก SIX Network ได้แชร์ความก้าวหน้าในการข้ามพรมแดนไปร่วมทุนกับธนาคารทองคำใน สปป.ลาว พร้อมจัดตั้งบริษัทร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อวางกรอบการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนให้ถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อลูกค้าฝากทองคำจริง ระบบจะออก NFT หรือ Gold Token เป็นหลักฐาน ซึ่งเขาย้ำว่ายุคนี้ไม่ใช่การแข่งกันเรื่องความเร็วของบล็อกเชนอีกต่อไป แต่หัวใจสำคัญคือการเฟ้นหา Use Case ที่นำมาใช้จริงในชีวิตประจำวัน และขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ผ่านพลังของชุมชน

เมื่อ “ควายไทย” กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสากล 

ไฮไลต์ที่เรียกเสียงฮือฮาและเปลี่ยนมุมมองด้านการลงทุนไปอย่างสิ้นเชิง คือการนำ RWA มาเชื่อมโยงกับภาคการเกษตร โดยคุณธนบัตร์ กริณูนท์สิงหา ผู้ก่อตั้ง “เจ้าทุย” เขาชี้ให้เห็นว่า ควายไทยมีมูลค่ามหาศาลซ่อนอยู่ในเรื่องราวและสายพันธุ์ แต่ที่ผ่านมาการซื้อขายมักอิงแค่กระดาษที่เสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง

โปรเจกต์เจ้าทุยจึงนำบล็อกเชนมาแก้ปัญหา โดยฝังไมโครชิปในควายเพื่อบันทึกประวัติ วันเกิด และข้อมูลสายพันธุ์ลงบน On-chain อย่างถาวร ช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ให้คนที่ดูพันธุกรรมไม่เป็นสามารถตรวจสอบข้อมูลได้โปร่งใส และปูทางไปสู่การนำควายไทยไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในอนาคต

สร้างมาตรฐานใหม่แห่งความไว้วางใจ (Trust) 

บล็อกเชนไม่ได้เปลี่ยนแค่เรื่องการลงทุน แต่ยังเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องความไว้วางใจในสังคมได้อย่างตรงจุด คุณธัญญพร สุภกานต์ จาก Bitkub Online ยกตัวอย่างเรื่องการบริจาคเงิน ที่ในอดีตเราทำได้แค่เชื่อใจองค์กรปลายทางโดยไม่รู้เส้นทางเงินที่แท้จริง

แต่ระบบ Tokenization จะช่วยให้ทุกคนสามารถตรวจสอบเส้นทางของเงินบริจาคได้แบบเรียลไทม์ ว่าถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ สิ่งนี้คือมิติใหม่ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างมาตรฐานความโปร่งใสขั้นสูงสุดให้แก่สังคม

อนาคตประเทศไทย สู่การเป็นศูนย์กลาง RWA ของภูมิภาค 

ในช่วงท้าย คุณสิทธิ์ ผู้ดำเนินรายการ ได้โยนคำถามสำคัญว่า ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ประเทศไทยพร้อมก้าวเป็น Hub ด้าน RWA หรือไม่ ซึ่งคุณธัญญพร แสดงความเชื่อมั่นว่าไทยมีศักยภาพเต็มเปี่ยม แต่สิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาคู่กันคือความชัดเจนของกฎหมายเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุน

ปิดท้ายด้วยมุมมองของคุณวัชระ ที่ย้ำว่า ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากนโยบายภาครัฐที่ชัดเจน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต เพราะในขณะที่ทั่วโลกกำลังพุ่งเป้าไปที่ RWA หากประเทศไทยมีรากฐานที่แข็งแกร่ง เราก็จะไม่พลาดขบวนรถไฟแห่งความมั่งคั่งขบวนนี้อย่างแน่นอน


มุมมองผู้เขียน : สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากเวทีนี้คือความหลากหลายของ Use Case ที่เกิดขึ้นแล้วจริงในไทย ตั้งแต่ภาคการเงินไปจนถึงภาคเกษตร ซึ่งสะท้อนว่าอุตสาหกรรมกำลังเดินออกจากช่วงทดลองเทคโนโลยีเข้าสู่ช่วงพิสูจน์คุณค่าในเชิงพาณิชย์แล้ว อย่างไรก็ตามจุดชี้ขาดที่แท้จริงยังอยู่ที่ภาครัฐ หากไทยสามารถวางกรอบกฎหมายที่ชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้เร็ว โอกาสที่ไทยจะก้าวขึ้นเป็น Hub RWA ของภูมิภาคก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป